จะว่าไปมันก็นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมเกลียดแสงสว่าง
จะว่าไปมันก็นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมเกลียดแสงสว่าง

แสงแดดในยามเช้าส่องเข้ามากระทบเปลือกตาผม. ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมาจาก...

 แหนะ คิดหรอว่าผมจะใช้คำว่า ‘ปลุกผมขึ้นมาจากนิทราและฝันอันแสนหวาน’
แค่ได้ยินก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ละ

แต่...อันที่จริง ผมหนะไม่ฝันมาหลายปีแล้วหละครับ

ต่อละกัน

ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับ ช่วงเวลาที่ผมจะเรียกว่ามีความสุข มันก็เวอร์ไปหน่อย ใช้คำว่า ช่วงเวลาที่ผมมีความทุกข์น้อยที่สุดก็แล้วกัน

ภาพในหัวของพวกคุณคงจะคิดต่อไปละสิว่า

เปลือกตาผมค่อยๆเปิดขึ้น 
แสงสว่างจะดวงอาทิตย์กลมโตส่องให้เห็นถึงความสดใสของเช้าวันใหม่ และนั่นทำให้ผมรีบบิดขี้เกียจเพื่อสละความง่วงที่เกาะกินผม เพื่อที่จะไปผจญภัยในวันที่แสนสดใส!

ไร้สาระสิ้นดี

ผมขยี้หัวอย่างไร้อารมณ์ สบถด้วยคำหยาบเล็กน้อย หน่าา ผมรู้คุณก็เป็นเวลาคุณตั้งนาฬิกาปลุกแปดโมง แต่แม่คุณมาปลุกคุณในเวลาหกโมงครึ่งพร้อมคำพูดที่ว่า เก้าโมงแล้วลูก คุณก็รีบตื่นขึ้นมาด้วยheart rate ที่พุ่งทะยาน และเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็พบว่านี่มันพึ่งหกโมงครึ่งอยู่เลย โถ่ว แม่! นั่นไง ใครๆก็สบถกัน

ผมว่าผมออกนอกเรื่องเยอะไปหน่อย

ต่อละกัน

ร่างอันไร้วิญญานของผมเดินตรงไปยังหน้าต่างซึ่งเป็นบานเดียวกับบานที่แสงอาทิตย์ส่องลงมา

จากนั้นผมก็กระชากผ้าม่านลงมาปิดความสดใสนั้น

ห้องกลับมามืดมิดอีกครั้ง

ผมตรงเข้าสู่เตียงนอนอีกครั้ง

และแน่นอน ราตรีสวัสดิ์อีกครั้งครับ!

.
.
.
.
.
เอ๊ะ หรือว่า อรุณสวัสดิ์ ดีนะ

เอาเป็นว่า ผมนอนต่อแล้วนะครับ

ผมตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับอีกครั้ง
ครั้งนี้คือการตื่นนอนจริงๆ ไร้ซึ่งการปลุกจากสภาพแวดล้อม
แต่ตื่นจากคำสั่งร่างกายที่บอกผมว่า ถ้านายยังนอนต่ออีกนะ นายก็สมควรตายไปเลยว่ามั้ย

ได้ยินคำว่า ตาย ผมนี่ลุกขึ้นทันทีเลยครับ

หน่าาาอย่างน้อย ผมก็ยังอยากกินไก่ป๊อปร้านประจำกับฟังเพลงแจ๊สตอนอาบน้ำอยู่นะ

นั้นหนะเรียกว่า สวรรค์ เลยแหละ

ผมอาบน้ำภายในห้องน้ำที่มีแสงสลัวๆจากแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย จะให้ผมอาบน้ำในห้องน้ำที่มืดมิด ผมว่ามันก็ออกจะประหลาดไปหน่อย ดีไม่ดี พวกคุณอาจจะได้เห็นข่าว หนุ่มวัยยี่สิบปลายๆลื่นล้มในห้องน้ำที่แสนมืดมิด ท่ามกลางบทเพลงแจ๊สที่กำลังบรรเลงอยู่ก็เป็นได้

มันจะทำให้ผมดูแย่!


เสียงท้องของผมมันร้องเตือนให้ผมใส่เชื้อเพลิงไปให้มันได้แล้ว

รอเดี๋ยวนะสหาย

ผมกดโทรศัพท์ไปที่เบอร์ล่าสุด เอาจริง เบอร์ล่าสุด ก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้นี้ ก่อนหน้านี้นี้นี้ ก็เป็นเบอร์นี้แหละ เบอร์เดียว โชคดีหน่อยที่มีแค่เลขสี่ตัวเท่านั้น

“ 1 1 5 0 ” 

และเมนูที่ผมสั่งไปพวกคุณก็คงจะทายถูกเพราะผมได้บอกพวกคุณไปแล้ว

“ไก่ป๊อป1ชุดครับ”

จากนั้นผมก็นั่งรอ รอให้อาหารมาส่ง

ผู้ชายตัวอ้วนกลม สีหน้าบึ้งตึงคือคนที่ผมได้เจอเขาในทุกๆวัน ในหลายปีที่ผ่านมา

คนอะไรไม่รู้ไม่เคยยิ้มเลย หรือว่าเขาไม่มีฟันแล้วนะ

เพื่อการค้นหาคำตอบในคำถามข้างต้น การทดลองโง่ๆของผมก็เริ่มขึ้น

ด้วยมุกที่ผมคิดว่ามันขำที่สุด

“นี่มันป๊อปคอร์น เอ้ย ป๊อปสตาร์ เอ้ย ป๊อปอาย เอ้ย ป๊อปไก่ เอ้ย ไก่ป๊อป เอ้ย ถูกแล้ว” 

ผมว่ามันขำนะ ผมเล่นเสร็จยังต้องหยุดหัวเราะไปตั้งหลายนาที

ผมเคยแอบเหลือบตาไปมองผู้ชายคนนั้น แต่เขากลับปิดประตูใส่ผมดัง ปัง! แล้วผมก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ขับไปอย่างดุดัน

ไม่ขำเลยหรอวะ 


อ่านถึงตอนนี้ ทุกคนคงจะคิดหละสิว่า มันดูขัดๆไปหน่อยมั้ย ที่ผมผู้ซึ่งเกลียดแสงสว่าง จะมาเล่นมุกเพื่อให้ใครคนหนึ่งขำ 

แต่จริงๆแล้วชีวิตผมมันก็มีโอกาสแค่นั้นแหละครับ 

ผมเคยรักแสงสว่าง ผมเคยรักแสงแดด ผมเคยรักความสดใส และแน่นอนผมเคยรักใครคนนึง เค้าคือแสงสว่าง คือความสดใส คือความอบอุ่นในยามเช้าของผม

แต่คุณรู้อะไรมั้ย ผมประเมินแสงแดดในยามเช้าต่ำเกินไป

ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าแสงแดดในยามเช้าจะสามารถเผาไหม้ผิวหนังผมให้ปวดแสบปวดร้อนได้

ผมไม่เคยคิดว่าแสงสว่างในยามเช้าจะทำให้ตาผมพร่ามัวได้ หากผมจ้องแสงนั้นมากเกินไป

ผมไม่เคยคิดว่าความสดใสที่ผมได้รับมา มันคือ ตัวแทนของความหลอกลวง มันจอมปลอม!

และผมไม่เคย ไม่เคยเลยที่จะคิดว่่าเธอผู้นั้น ผู้ที่เป็นทุกอย่างของผมในตอนนั้น จะทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆของผม จนมันป่นปี้ได้ถึงขนาดนี้

ไงหละ เข้าใจผมแล้วยังว่าทำไมผมถึงเกลียดแสงสว่าง

อ่ะ ผมให้เวลาคุณปาดน้ำตา
แล้วมาต่อกัน

ตอนไหนละนะ 

อ่ออออ

ตอนที่ผมกำลังนั่งรอไก่ป๊อป ยอดยาหยีของผมนนั่นเอง

เสียงกริ่งดังขึ้น 

โอ้วว ยอดยาหยีของผม มาหาผมแล้วซินะ

ไหนดูสิว่าการทดลองครั้งที่1037 ของผม จะล้มเหลวอีกหรือไม่


“นี่มันป๊อปคอร์น เอ้ย ป๊อปสตาร์ เอ้ย ป๊อปอาย เอ้ย ป๊อปไก่ เอ้ย ไก่ป๊อป เอ้ย ถูกแล้ว” 


ผมอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากที่ได้พล่ามมุกของผมไปในทันทีที่ผมเปิดประตู

คงจะเหมือนเดิม 

เสียงปัง!
และ 
เสียงมอเตอร์ไซค์

หน่าา ไม่ต้องปลอบผม ผมทำใจไว้แล้ว 

จะว่าไปก็คงไม่น่าเรียกว่าทำใจหรอก 

ชิน คำนี้น่าจะเหมาะสมกว่า

การทดลองครั้งนี้ล้มเหลวอีกแล้วสินะ

และมันคงถึงเวลาที่ผมต้องบอกลาการทดลองโง่ๆนี้ซะที

“โอเค ต่อไปผมจะเลิก...”

“ฮ่าๆ”
.
.
.
ผมว่าผมคงหิวจนหูฝาดไป
.
.
.
.
“ฮ่าๆๆๆๆ”เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆจนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“มุกอะไรกันคะเนี่ย”เสียงนั่นถามผม

ผมเงยหน้าขึ้นมองที่มาของเสียงนั่น 

ไม่มีผู้ชายหุ่นหนาเจ้าของใบหน้าบึ้งตึงแล้ว

ตอนนี้มีแค่

ชายหนุ่มร่างบางในเสื้อยืด simpson โง่ๆ ย้วยๆ กับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน

ซึ่งนั่นคือผมเอง! ไม่ต้องตกใจไป

และ

เธอ

หญิงสาวร่างบางภายใต้ชุดยูนิฟอร์มของร้านไก่ป๊อปยอดยาหยีของผม

ผมหน้าม้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ 

ดวงตาเล็กๆที่มันเล็กกว่าเดิมเมื่อเธอหัวเราะ

และริมฝีปากสีอ่อนที่อยู่ภายใต้มือน้อยๆของเธอ

ผมยืนนิ่งไป...
นานมั้ยนะ ผมไม่รู้

แต่เธอเรียกผมอีกครั้ง

“ว่าไงคะ มุกอะไรของคุณ”

“อ่ะ เอ่อ คือ ผม” ตายครับ ผมคงมีปัญหาด้านการคิดคำตอบแบบกระทันหันสินะ

“ฉันว่าคุณต้องพักผ่อนเพิ่มสักหน่อยนะคะ”เธอพูดอย่างสดใส ก่อนจะมองข้ามตัวผมไป มองเข้าไปในห้องของผม

“นี่ ไฟบ้านคุณเสียหรอ ทำไมไม่ติดต่อช่างให้มาซ่อมหละคะ เอ๊ะ หรือคุณไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ อุ้ยย ตายแล้ว นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย เสียมารยาทมากๆเลย ขอโทษนะคะ” เธอพูดพลางตบปากตัวเองเบาๆ

“อ๋อ เปล่า ผมแค่เกลียดแส... เอ่อ ผมชอบอยู่แบบมืดๆมากกว่านะครับ”

“จริงหรอคะ”เธอเอียงคอนิดๆ ทำแก้มป่องหน่อยๆ

“ก็คงงั้นครับ ผมเคยชอบอยู่ในที่สว่างๆ แต่นั่นมันทำให้ผิวผมแสบร้อน และตาผมพร่ามัวมากๆเลยครับ”

ผมยิ้มจางๆ

“มันคือการเรียนรู้ค่ะ ทุกความผิดพลาดคือการเรียนรู้ คุณรู้แล้วว่าทำยังไงคุณจึงจะเจ็บปวดจากแสงสว่าง หลังจากนี้คุณก็หลีกเลี่ยงวิธีการเหล่านั้นแล้วหาแสงสว่่างที่มันพอดีกับคุณซิคะ”

“ผมคงไม่..”

“ตามใจค่ะ ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว โชคดีนะคะ ลองเปิดม่านให้แสงเข้ามาบ้างก็ดีนะคะ แค่ลองดู” เธอพูดแค่นั้นก่อนเดินจากผมไป

ผมหัวเราะก่อนจะปิดประตูลง

เธอมาส่งไก่ป๊อปให้ผมทุกวัน ผมสอบถามเธอเรื่องชายหนุ่มหน้าบึ้งคนนั้น เธอตอบผมว่า เขาย้ายไปทำงานที่อื่นแล้ว เธอจึงมารับหน้าที่แทน

ผมคุยกับเธอทุกวัน วันละนิด วันละหน่อย เธอยังคงหัวเราะให้มุกเห่ยๆของผมทุกวัน

แต่ยังไงซะ ผมก็ยังไม่เปิดผ้าม่านอยู่ดี


แสงแดดในยามเช้าส่องเข้ามากระทบเปลือกตาผม. ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมาจากฝันอันแสนสุข!


!

ฝัน นี่ผมฝันหรอเนี่ย

ผมฝันถึงพระอาทิตย์ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกไม้ ผีเสื้อ และไก่ป๊อป!

ตลกสิ้นดี

ผมว่าผมต้องผิดปรกติไปแน่ๆ

ผมตื่นขึ้นมา พาร่างกายที่วันนี้พอจะมีวิญญานไปสู่หน้าต่างเจ้าปัญหา

และดึงม่านปิดลงตามเคย

ความมืดมิดที่ผมชื่นชอบกลับมาอยู่รอบตัวผมอีกครั้ง

ผมยืนค้างอยู่หน้าหน้าต่างบานนั้น

แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ มันต่างออกไป

ผมว่ามัน “มืด” มืดเกินไป

จะว่าไปมันก็นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมเกลียดแสงสว่าง


ผมเลยแง้มม่านไว้เล็กน้อย ให้แสงสว่างลอดผ่านมา

แสงสว่างลอดผ่านช่องที่ผ้าม่านเปิดไว้ทะลุเข้ามาในห้อง ส่องกระทบฝุ่นในห้อง ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทินดอล

ผมนั่งมองแสงนั้นก่อนที่ผมจะค่อยๆยื่นมือเข้าไปเล่นกับแสง

มันอุ่น มันไม่แสบร้อนเหมือนที่ผมคิด

จนตอนนี้เป็นผมเองที่ค่อนข้างจะอึดอัดกับความมืดที่อยู่รอบตัวผม เต็มไปหมด

และผมก็ไม่อยากทนกับความอึดอัดนั้นอีกต่อไปแล้ว


ผมเปิดประตูเพื่อออกไปรับไก่ป๊อปยอดยาหยี

“เปิดประตูช้าอย่างนี้ มัวแต่คิดมุกอยู่ใช่มั้ยคะ”

เธอยื่นไก่ป๊อปให้ผมก่อนที่ดวงตาเล็กๆของเธอจะเบิกกว้างขึ้น

“คุณ..”เธอไม่พูดอะไรต่อนอกจากยิ้มให้ผม ยิ้มครั้งนี้กว้างกว่าทุกครั้ง จนตาเธอเหมือนจะหายไปกับแก้มของเธอ

ผมก็ยิ้ม ยิ้มให้เธอ อาจจะไม่ได้เป็นยิ้มที่กว้างมากมาย แต่คุณรู้อะไรมั้ย มันคือยิ้มที่ผมมีความสุขที่สุด ที่สุดในรอบหลายปี

“ขอบคุณนะครับ”


ผมและเธอยิ้มให้กันเหมือนคนบ้าอยู่นานแสนนาน

มันตลกมั้ยหละที่ชายหนุ่มในเสื้อยืดsimpson(อีกแล้ว) กับ พนังงานส่งอาหาร จะยืมยิ้มให้กัน โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร

นั่นแหละครับ เรื่องของผม ผมเคยเกลียดพระอาทิตย์ เกลียดแสงสว่าง เกลียดความสดใส ก็แค่เคยนะครับ
จนเมื่อผมไปเจอกับแสงสว่างที่มันพอดีกับผม 

ผมอ่ะ อยากให้ทั้งวันมีแต่แสงสว่างกับพระอาทิตย์มากๆเลยหละครับ

และถ้าหากคุณถามว่าตอนนี้ผมรักแสงสว่าง รักแสงแดด รักพระอาทิตย์มากขนาดไหน 

ผมคงตอบคุณได้เลยว่า....

“ปะป๊าาา ผมเจอไอนี่ มันคืออะไรครับบบ”

“ไหน ให้ป๊าดูหน่อยสิ น้อง ‘ ซัน ’ อย่าพึ่งไปโดนตัวมันนะครับ”

ครับ นั่นหนะ เสียงน้องซัน เด็กชายอาทิตย์ ลูกชายคนโตของผมเอง

แล้วคุณคิดว่าผมจะรัก มากมายขนาดไหนหละ :)



อ้อ เกือบลืมไป คุณพอจะมีชื่อดีๆแนะนำให้ผมสักชื่อไหม

น้องสาวของเจ้าซันเค้าหละ อีกไม่กี่เดือนก็จะออกมารับแสงสว่างแล้ว


ผมหนะตื่นเต้นสุดๆไปเลยแหละ

:)










SHARE
Writer
Apisaraa
The youngest sister
LIVING ON MY PLUTO

Comments

bboombboom_
3 months ago
ไม่ได้มาอ่านนาน ยังคุณภาพเหมือนเดิมเลยนะครับ : )
Reply
Apisaraa
3 months ago
ขอบคุณนะกัปตัน
Fairy78
3 months ago
เอาไว้เป็นส่วนนึงในนิยายเรื่องสั้นได้เลย
Reply
Apisaraa
3 months ago
ขอบคุณนะ:)
PastPhoph
3 months ago
หว่าา ผมชอบเรื่องราวนี้จังเลย ขอบคุณนะครับ
Reply
Apisaraa
3 months ago
ดีใจและขอบคุณเช่นกันนะคะที่ชอบ:)
skywer
3 months ago
ไลท์ ที่แปลว่าแสงค่ะ
Reply
VeryView
3 months ago
น่ารักมากๆ ค่ะ>< อ่านแล้วปลื้มปริ่ม
Reply