อยากให้มีความสุขเยอะๆในทุกๆวัน
ก่อนหน้านี้เราได้เรียนเรื่อง Johari's Window ในวิชาจิตวิทยาการสัมผัสและการรับรู้ มันเป็นลักษณะของตารางสี่ช่องดูคล้ายหน้าต่าง เพราะแบบนั้นถึงได้เรียกว่า window อาจารย์พูดอธิบายคลายความสงสัยตรงนี้ของเราไปได้บ้าง

แต่เรายังคงมองตารางด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งสี่ช่องเขียนบอกเอาไว้ถึงพฤติกรรมการแสดงออกหรือนิสัยบางอย่างของเรากับการรับรู้ของเราและคนอื่นๆรอบตัวเรา

ช่องแรกของ Johari's window เขียนว่า Open self อาจารย์ว่ามันคือส่วนที่เรารู้ตัวเองว่าเราเป็นคนยังไง และคนอื่นก็รู้ เพราะเราเปิดเผยในส่วนนี้ พูดง่ายๆว่าเราเปิดเผย เรารู้ คนอื่นรู้

ช่องต่อมาข้างๆกันเขียนว่า Blind self ก็เหมือนชื่อของมัน ช่องนี้คือจุดบอด เราเองมองไม่เห็น แต่ว่าเราแสดงมันออกไป คนอื่นก็เลยเห็น

ถึงตอนนี้อาจารย์ก็ลุกขึ้น แจกกระดาษที่มีตารางว่างๆสองช่อง เขียนกำกับบนหัวเหมือน Johari's window สองข้อข้างบนที่เราอธิบายไป อาจารย์บอกว่าให้พวกเราเขียนช่องแรกให้เสร็จ เอาสักสามหรือสี่ข้อก็น่าจะพอ เขียนในส่วนที่เรารู้ตัวเอง เราคิดว่าตัวเองเป็นคนยังไง เขียน เขียน เขียน

ทุกคนเขียนเสร็จ เขียนชื่อกำกับที่หัวกระดาษ ส่งคืนอาจารย์ แล้วก็สุ่มแจกกลับแบบมั่วๆให้เราได้ของใครสักคนในห้อง

ทีนี้ให้เราเขียน Blind self ของเพื่อนๆเรา บอกเขา ในส่วนที่เขามองไม่เห็นตัวเอง
อาจารย์ว่าอย่างนั้น ทุกคนก้มหน้าก้มตาลงเขียนรวมถึงเราด้วย ปลายปากกาจรดเขียนลงบนกระดาษแผ่นเท่าเอสี่อย่างขมักเขม้นหลังจากที่สายตากวาดอ่านชื่อเจ้าของกระดาษแล้วสมองประมวลว่าเขาเป็นคนแบบไหนในสายตาเรา

เวลาไม่นานกระดาษวนกลับมาที่ตัวเองอีกครั้ง เราใช้เวลากันประมาณชั่วโมงนึงแต่ก็ยังไม่ทันได้ให้ทุกคนเวียนกันเขียนเสร็จดี กระดาษที่มีชื่อเราถูกส่งคืนมา ในนั้นมีลายมือของเพื่อนร่วมสามสิบจากหกสิบกว่าคนในคลาส เรากวาดสายตาอ่านคร่าวๆเพราะยังไม่อยากรู้ตอนนี้ ตั้งใจฟังอาจารย์พูดต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่เธอจะบอกให้พวกเราอ่านสิ่งที่เพื่อนๆเขียนมา

เราพอจะรู้อยู่บ้างว่าเราเป็นคนไม่เข้าสังคม เราเหนื่อย รู้สึกว่ามันต้องเสียพลังเยอะแยะกับการเข้าไปคุยกับคนนู้นคนนี้ เรามีเพื่อนเล็กๆน้อยๆสองสามคนที่เราไปกินข้าวด้วยได้ ไปส่งเรากลับหอได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราสองสามคนก็ไม่ได้สนิทกันเหมือนตอนเราสนิทกับเพื่อนมัธยมของเรา

เราก้มอ่านสิ่งที่เพื่อนเขียนถึงเราในช่อง Blind self พยายามเอาแขนปิดจากสายตาเพื่อนข้างๆเพราะกลัวเขาจะเห็นว่ามีใครเขียนอะไรถึงเราบ้าง ข้อความส่วนนึงบอกว่าเราดูเข้าหายาก เราดูดุ คุยยาก ลึกลับแปลกๆจนไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย เราอ่านไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เรากะไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้

บางส่วนที่เป็นส่วนน้อยเหมือนเขียนสารภาพความในใจว่าพวกเขาอยากลองเข้ามาคุยกับเราบ้างเหมือนกัน ถึงตอนนี้เราเงยหน้ามองไปรอบห้อง หวังว่าพวกเขาที่เขียนข้อความนี้จะสบตาเรา แต่ก็ไม่มีใคร ทุกคนกำลังตั้งใจอ่านกระดาษของตัวเอง

จนสายตาเราสะดุดกับข้อความหนึ่ง ตัวหนังสือเล็ก เขียนด้วยปากกาเส้นหนาจนอ่านยากแต่มันกลับชัดเจนในสายตาเรา ทำเรายิ้มออกมาได้เฉยๆ มือกุมหน้าผากตัวเอง ก้มหน้าลงชิดกระดาษเพราะขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา

เธอเป็นคนคิดมาก อยากให้เธอคิดน้อยลงบ้าง อยากให้เธอเข้าสังคม..มีเพื่อนเยอะๆ คุยกับเพื่อนแล้วก็มีความสุขเยอะๆในทุกๆวัน
อาจารย์ไม่ให้เราถามว่าใครเป็นคนเขียน แต่เราก็แน่ใจว่าออกจากคลาสไปคงมีคนจำลายมือกันได้หรือไม่ก็ถามกันอยู่ดี เราเองก็อยากรู้ แต่เพราะเพื่อนน้อย เราไม่ได้คบใครมากเลยไม่รู้จะเริ่มถามจากไหน แต่เราดีใจมากๆ เราอยากบอกเหมือนกัน

อยากบอกว่าเธอ ขอบคุณนะ แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว ในแบบของเรา ขอบคุณนะ ที่ทำให้เรารู้ว่ามีใครที่อยากให้เรามีความสุขบ้างเหมือนกัน ขอบคุณนะ

ขอให้เธอมีความสุขเยอะๆในทุกวันเหมือนกัน
SHARE

Comments