สายัณห์สวัสดิ์ การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสกับอนาคตของคนรุ่นใหม่
หากเปรียบการรอคอยการเลือกตั้งภายใต้ระบอบเผด็จการที่กินเวลากว่า 5 ปี เป็นดั่งเวลาเที่ยงวันในฤดูร้อนที่ยาวนาน ผู้คนต่างสูญเสียเหงื่อ พลังงาน พลังใจ และความหวังไปกับมันอยู่ไม่น้อย

การเลือกตั้งครั้งนี้คงเปรียบได้กับเวลาที่เราต่างต้องเซย์ สายัณห์สวัสดิ์กับพระอาทิตย์ที่แผดเผาเกินพอดีดวงนี้เสียที แต่หลายคนคงทราบดีว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ความโปร่งใสจากรัฐบาลทหารนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย คงไม่ต้องยกตัวอย่าง เนื่องจากว่าเป็นการรับรู้ที่พ่วงไปด้วยความคิดส่วนบุคคล หากตื่นรู้แล้วจะรู้เลย หากไม่รับรู้หรือไม่อยากรับรู้เรื่องคดโกงเหล่านั้นก็คงเป็นอากาศธาตุที่ไร้ความหมาย หรือกลายเป็นการที่ความแบบผิด ๆ

ช่วงที่มีข่าวเลือกตั้งสะพัดออกไปในสังคม ไม่นานนักเราก็ได้เห็นคนหลายกลุ่มออกมาต่อต้านเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนก่นด่าคนเหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนเหล่านี้ต่อต้านและไม่ยอมรับการเลือกตั้งที่เห็นได้ชัดว่าไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎระเบียบที่เข้าข้างฝ่ายเผด็จการอย่างเห็นได้ชัด มิหนำซ้ำ วันประกาศแคนดิเดตนายกรัฐญมนตรีผู้คุมกฎกลับลงมาเป็นผู้เล่นเองด้วย หรือจริง ๆ แล้วคนเหล่านี้กำลังสิ่งที่ถูกต้องกว่าการปล่อยให้มีการเลือกตั้งที่อยุติธรรมนี้ขึ้น เพราะการยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้เท่ากับว่าประชาชนและพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เข้ามาสู่เกมกระดานของเผด็จการเรียบร้อยแล้ว หากเผด็จการชนะเขาอาจอ้างถึงการมาอย่างชอบธรรมไม่ต่างจากการลงประชามติอันฉ้อฉลเมื่อครั้งก่อน แต่อีกใจหนึ่งเราเองก็กลับเข้าใจคนที่อยากเลือกตั้งนักหนา เพราะเราก็เป็นหนึ่งในนั้น การเลือกตั้งเป็นเพียงความหวังเดียวของประเทศนี้ที่จะทำให้ฤดูร้อนที่ยาวนานนี้สิ้นสุดลงเสียที

ดังนั้น การสายัณห์สวัสดิ์กับเผด็จการด้วยการเลือกตั้ง อาจนำไปสู่ผลคะแนนที่จะบอกว่าค่ำคืนนี้จะมีดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าหรือเป็นนภาทมิฬที่ไม่มีแสงจากดาวดวงใดนำทางในความมืดมิดไปอีก 4 ปีเป็นอย่างน้อย หากผลออกมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตยชนะเราคนรุ่นใหม่คงจะมีความหวังอย่างสูงสุดที่จะตื่นขึ้นมาเห็นพระอาทิตย์ดวงใหม่กับการเปลี่ยนผ่านของฤดูที่โหดร้าย แต่ถ้าหากเผด็จการได้ค่ำคืนนี้อาจทำให้หลายคนนอนไม่หลับ ต้องหวาดหวั่นและหวาดกลัวความทุกข์ทรมานในเช้าวันถัดไป จำใจแพ้เพราะยอมเดินเข้ามาเป็นหมากในเกมของเขาแต่แรก แสงแห่งอนาคตคงริบหรี่และเลือนหายไปในความมืดไม่ช้าก็เร็ว

สุดท้ายนี้ แม้จะรู้สึกท้อถอย และถอดใจกับระบบนี้มานาน แต่การจับปากกาเลือกตั้งในเช้าวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ ก็สร้างความหวังและเติมพลังใจให้ตัวเราเองอยู่ไม่น้อย ดังนั้น สายัณห์สวัสดิ์นะเผด็จการ เราขอให้พรุ่งนี้และวันข้างหน้าเป็นฤดูฝนที่ชุ่มฉ่ำใบหญ้าและผืนดิน ให้เมล็ดพันธุ์แห่งประชาธิปไตย ประชาชน และคนรุ่นใหม่ได้งอกงามและเติบโตบนป่าผืนใหญ่แสนเสรีที่มีชื่อว่าประเทศไทย
SHARE

Comments