สังหรณ์จากภายในและภายนอก(Intuitive Introvert&Extrovert)
      

         เมื่อยามแสงอุษาลับขอบฟ้า แสงราตรีเข้าครอบคลุม ท้องฟ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมืดราวกับถึงเวลาที่ พ่อ แม่ จะบอกกับลูกๆว่า "ได้เวลานอนแล้ว" แต่ข้าพเจ้ายังคงไม่เข้านอนเนื่องจากกำลังเฝ้ามองเพื่อนข้าพเจ้าที่กำลังเฝ้ารอเพื่อนของเขา แม้ว่าเพื่อนคนนั้นบอกว่าระหว่างเขาจบไปแล้ว แต่เพื่อนคนนั้นของข้าพเจ้ายังคงเฝ้ารอ อยู่ตรงนั้น ตามที่เขาเคยบอกกับเพื่อนของเขาไป "ฉันจะรอนายอยู่ตรงนี้ ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจะไม่กินอะไร  นอกจากอาหารที่นายทำให้เท่านั้น" แม้ว่าฝนจะตก ทัพศัตรูจะเดินทัพเข้าหา เขาก็ยังคงยืนหยัดสู้ตรงนั้น ถึงแม้เขาจะต้องลงไปนอนจมกองเลือดตนเอง เขาก็จะเลือกที่จะอยู่รอเพื่อนคนนั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เขาก็จะไม่กินอะไร รอคอยอาหารที่เขาเชื่อว่าเพื่อนคนนั้นจะต้องกลับมา และแล้วเมื่อวันเวลาแห่งช่วงพายุมรสุมที่โหมกระหน่ำเข้าใส่เพื่อนข้าพเจ้าได้ผ่านไป ฟ้าหลังฝนย่อมสว่าง การรอคอยของเพื่อนข้าพเจ้าก็ได้สิ้นสุดลง ณ วันนั้น นับว่าเป็นช่วงเวลาหลายวันเลยทีเดียว ที่เขาเพียงคนเดียวต้องสู้กับกองทัพศัตรู โดยที่ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้กินอะไร ไม่ได้นอน 

    ถ้าหากว่าคุณสงสัยว่าทำไมเพื่อนของข้าพเจ้าต้องทำอะไรขนาดนั้น?
 หากให้ตอบแบบเข้าใจง่ายๆคงต้องบอกว่า "ก็เขาชอบเอาแต่ใจน่ะ" (Te Thinking Extrovert อยู่ในส่วนที่เรียกว่า ห่วย) เพื่อนคนนั้นในยาม ที่ต้องตัดสินอะไร เขาก็มักจะไม่ถามเพื่อนๆ แต่ทำตามที่ตัวเองตัดสินเลยทันที แถมยังเป็นคนที่มีอุดมคติของตนเองสูงกว่าคนส่วนมากโดยสิ้นเชิง 
 
อะไรกันที่เราเรียกว่าอุดมคติ ?
  ก็อย่างเช่น ในการที่เพื่อนข้าพเจ้าเชื่อว่าคนเป็นเพื่อนกัน หรือใครก็ตามที่เกี่ยวโยงกันไม่ว่าจะทางที่ทำงาน ร่วมห้องเรียน หรืออย่างใด ก็ไม่ควรที่จะทำร้ายกันเอง ยังมีอุดมคติของเพื่อนข้าพเจ้าอีกเรื่องหนึ่งนั้นก็ "ฉันจะเป็นราชาโจรสลัด!!" นั้นน่ะสิ ฝันแบบนี้ตอนเด็กใครๆก็มี แล้วเขาจะแตกต่างจากคนประเภทอื่นยังไง? หากเราพูดถึงราชา เราก็คงจะพอเดาได้ถึงความหมาย อำนาจ และคุณสมบัติของราชา แต่เพื่อนข้าพเจ้าไม่เคยรับรู้หรือสนใจสิ่งเหล่านั้น ราชาโจรสลัดก็คงเป็นอะไรที่เขาจะสร้างนิยามความหมายใหม่ให้โลกได้ประจักษ์ในวันนั้น... วันที่เขาจะได้ขึ้นเป็นราชาโจรสลัด ความหมายราชาโจรสลัดของเขาคืออะไร เขาเองก็อาจไม่เคยอธิบายเป็นคำพูดได้ เพราะเขาไม่ถนัดการใช้สมองคิดวิเคราะห์ แต่การกระทำมันฟ้อง นั้นคือ จะเป็นราชาเขาต้องปกป้องคนอื่นให้ได้ โดยเฉพาะกับใครก็ตามที่เขาเรียกว่า"เพื่อน"(Ne Intuitive extrovert) ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับโลกทั้งโลก เขาก็จะเลือกเพื่อน มันเป็นความเชื่อส่วนตัวของเพื่อนข้าพเจ้า(Fi Feeling Introvert) ไม่ว่าจะใครก็ตามหากมี Fi แล้วล่ะก็เขาจะต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาเชื่อมั่นยังแรงกล้า หากใครก็ตามคิดจะทำลายความเชื่อมั่นนั้น คนๆนั้นจะได้พบเจอกับความพิโรธ... 

    ในตอนที่เพื่อนของเพื่อนข้าพเจ้ากับมาหา ข้าพเจ้าก็ได้เห็นสภาพเพื่อนข้าพทันที ซึ่งก็สภาพผอมโซกลายเป็นหนังหุ้มกระดูก จากนั้นข้าพเจ้าก็รู้ว่านั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ เนื่องจากสุดท้ายหากไม่มีอะไรเข้าท้องจริงๆร่างกายก็จะนำกล้ามเนื้ออะไรก็ตามของร่างกายมาใช้ประทังชีวิตแทน นั้นแหละที่ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจความหมายที่แท้จริงของธรรมชาติได้ในทันที เพราะเมื่อมาคิดๆดูแล้วอะไรกันที่เรียกว่า ธรรมชาติ ? 

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนเราล้วนแต่เกิดมา เติบโต แล้วก็ตาย ก่อนตายคนส่วนใหญ่ล้วนแต่ทิ้งเมล็ดพันธุ์ไว้เพื่อที่จะสืบทอดต่อๆไป จนอาจไม่มีที่สิ้นสุด... 

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สัตว์ส่วนใหญ่ที่เกิดมาเอง มักจะต้องสืบสายพันธุ์ได้ 

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สายพันธุ์แข็งแกร่งสุดจะล่าสายพันธุ์ที่อ่อนแอกว่า

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สายพันธุ์อ่อนแอกว่าจะหนีผู้ล่า จนกว่าจะไม่มีทางหนีก็จะกัดฟันสู้

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผลไม้สุกงอมมักจะตกลงมาสู่พื้น  

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกสรดอกไม้จะหาทางแพร่กระจายไปกับสายลมหรือแมลง

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ฝนจะตก แดดจะออก ฟ้าจะมืด

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เพศแม่จะใส่ใจลูกๆเป็นพิเศษ

      สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไปเองโดยที่ไม่เคยต้องการเหตุผลมาอธิบาย บางทีเราอาจกล่าวได้ว่า 
ธรรมชาติเป็นเรื่องที่ไม่ต้องการเหตุผล มันเพียงแต่เกิดขึ้นไปเอง
  แต่หากเรามองให้ดี จะมีสิ่งๆหนึ่ง เกี่ยวโยงกับธรรมชาติเสมอ หากมีสิ่งนั้นอยู่ย่อมมีธรรมชาติอยู่ด้วย สิ่งๆนั้น เราเรียกว่า "ชีวิต"

คนเราต่างสืบพันธุ์ได้ สัตว์อื่นสืบพันธุ์ได้ ก็เพื่อเพื่อให้กำเนิดชีวิต
ผู้ที่แข็งแกร่งสุดมักล่าผู้อ่อนแอ ก็เพื่อค้นหาสายพันธุ์ชีวิตที่แกร่งขึ้น
ผู้ที่ถูกล่ามักจะหนี ก็เพื่อรักษาชีวิต
ผลไม้สุกงอมตกมาที่พื้นเพื่อที่จะให้สัตว์อื่นได้กิน และเมล็ดที่เหลือนั้นก็อาจเติบโตขึ้นใหม่ ทั้งหมดก็เพื่อชีวิต
เกสรดออกไม้ก็ล้วนแล้วแต่ทำไปเพื่อชีวิต
ฝนตกก็เพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่ต้นไม้ ให้น้ำแก่เหล่าสรรพสัตว์ แดดออกเพื่อให้ความอบอุ่น ให้ต้นไม้สังเคราะห์แสง ฟ้ามืดเพื่อให้สัตว์กลางวันพักผ่อน สัตว์กลางคืนหากิน ก็เพื่อชีวิต
การที่เพศแม่ใส่ใจลูกเป็นพิเศษก็เพื่อชีวิต

   ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติย่อมเกี่ยวเนื่องกับชีวิตเสมอ หากไร้ซึ่งชีวิต ก็อาจไร้ซึ่งธรรมชาติ หากสิ่งๆนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยสมบรูณ์ย่อมสืบพันธุ์ได้เสมอ...

    เรื่องราวทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าเข้าใจโดยฉับพลันในขณะที่ข้าพเจ้าเห็นเพื่อนข้าพเข้าทรุดโทรมจากการอดอยากอาหารเป็นเวลานาน การกระทำที่เกิดขึ้นของข้าพ คือ การความใจสิ่งต่างๆโดยไม่ต้องมีตัวแปรครบ หรือเรียกสั้นๆว่า สังหรณ์(Intuitive) แต่การที่ข้าพเจ้าโยงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเข้าหาชีวิตนั้น เปรียบดั่งการรวมแม่น้ำห้าสายให้เป็นหนึ่งเพื่อนำไปหาแหล่งกำเนิดแม่น้ำทั้งหมด เราเรียกว่า Introvert Intuitive มันเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เซอร์ไอแซค นิวตัน ในตอนที่เขาเห็นแอปเปิ้ลตกลงพื้น หากใครก็ตามที่มีบุคลิกภาพโดยสันดานแต่เกิดเหมือนกันหรือใกล้เคียงย่อมได้เจอสิ่งเหล่านี้ในชีวิตอยู่แล้ว...

ที่มาภาพ https://www.technologychaoban.com/folkways/article_20712
SHARE

Comments