ก้าวเล็กๆ ของความฝัน ตอนที่ 2
      ตอนที่แล้วผมได้เล่าถึงเรื่องจุดเริ่มต้นของภาษาอังกฤษของผมแล้วนะครับ ครั้งนี้ผมก็จะเล่าถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของชีวิตเลยนะครับ
Presentation      และอีกครั้งที่ผมได้รับเลือกจากแผนกสาขาของผม ให้พูดนำเสนอ ผลิตภัณฑ์นวรรตกรรมของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค ซึ่งผมจะต้องเป็นคนพูดนำเสนอเป็นภาษา และมีพี่อีกคนที่คอยกดเลื่อนสไลด์งานให้ผม แต่การนำเสนอทั้งหมดนั้น ผมเองนี่ละครับที่ต้องทำ (ในตอนนั้นผมก็รู้สึกมันน่าตื่นเต้นมากจริงๆ แต่ก็รู้สึกตื่นกลัวเช่นเดียวกัน)
Training      ในครั้งนี้ผมต้องฝึกฝนมากกว่าครั้งก่อน ความรู้สึกของผมบอกมาเช่นนั้น เพราะนี่คือเราได้เป็นคนที่ถูกเลือกให้ไปพูดนำเสนอ นวรรตกรรมของคนรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นผมจึงฝึกฝน ทั้งการออกเสียง การใช้คำ ฯ. แต่นั่นมันก็ทำให้ผมต้องเครียดในระดับหนึ่ง เสมือว่าผมกำลังทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่มากๆ
Competition      วันทีผมต้องนำเสนอก็มาถึง นั่นเป็นวันที่ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แต่ก็รู้สึกประหม่าไปพร้อมๆกัน การแข่งขันจัดขึ้นที่ ศูนย์การค้า เซียร์รังสิต (Zeer Rangsit) และเวทีที่ผมจะต้องนำเสนอนั้น เป็นเวทีขนาดกลางๆ เหมือนเวทีออกงานอีเว้นท์ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นและประหม่ามากๆนั้นก็คือ เป็นเวทีเปิด ไม่มีห้อง หรือกำแพงใดๆมาปิดกั้นแม้แต่นิดเดียว และจะต้องนำเสนอให้กับคณะกรรมการมากถึง 7 คน!!! พร้อมกับผู้คนที่มีความอยากรู้อยากเห็นอีกมากมาย

      เมื่อถึงลำดับของผมที่จะต้องขึ้นบนเวที เพื่อนำเสนอนวรรตกรรม มือทั้งสองข้างของผมนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ และหัวใจที่เต้นระรัว มันทำให้ผมรู้สึกว่า เวทีนี้ไม่เหมือนเวทีครั้งที่ผ่านมา มันยิ่งใหญ่กว่ามาก และมันก็ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น และประหม่าไปพร้อมๆกันที่จะได้นำเสนอ 
      ผมและรุ่นพี่อีกคนก็ได้ขึ้นไปประจำบนเวที ที่มีโต๊ะสีขาวคลุมด้วยผ้า มีไมค์ลอยหนึ่งตัว 
โน๊ตบุ๊ค หนึ่งเครื่องพร้อมกับสายไฟที่ระโยงระยางไปตามทาง และพิธีกรก็ได้กล่าวขึ้นมา
พิธีกร : เมื่อน้องๆทั้งสองคนพร้อมแล้ว อย่าลืมส่งสัญญาณบอกด้วยนะครับ จะได้เริ่มจับเวลาการนำเสนอนะครับ การนำเสนอจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่ไม่น้อยกว่า 7 นาที และจะต้องจับฉลากเพื่อเลือกคำถาม และตอบเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับ
ผม : ครับ ขอบคุณครับ 
      ผมได้หันกลับไปมองรุ่นพี่ของผม และถามด้วยสายตาว่าพี่พร้อมหรือยัง รุ่นพี่ผมก็ทำมือ OK และพยักหน้าเป็นนัยๆว่า พี่ก็พร้อมแล้วเช่นกัน 
      ในช่วง 1 นาทีแรกของการแนะนำตัวผมได้แนะนำด้วยเสียงที่สั่น ไม่มั่นใจ มือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นระรัวเหมือนดั่งคนที่กำลังตีกลองอยู่นั้น นั่นคืออาการตื่นเวทีนั่นเองครับ แต่หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่งแล้ว ผมเริ่มปรับตัวได้ ผมก็พูดได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีเสียงที่สั่นอยู่บ้าน และมีอาการพูดผิดบ้างเช่นกัน และเมื่อผมนำเสนอจบ ผมก็ต้องจับฉลาก ที่เป็นซองสีขาว ถูกผิดผนึกอย่างมิดชิด
พิธีกร : ครับ และน้องๆก็ได้นำเสนอจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้น้องๆมาจับฉลากได้เลยครับ
ผม : ครับ (และผมก็ได้เดินไปหยิบมา 1 ซอง)
พิธีกร : น้องได้หยิบมาเรียบร้อยแล้วนะครับ และจะให้คณะกรรมการถามเลยนะครับ
กรรมการ : Where do you sell this an innovative product ?

      ในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกว่าหัวผมว่างเปล่า หูอื้อ เพราะอาการตื่นเต้นมากๆที่ได้ยินคำถามที่เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับผู้คนอื่นๆที่เข้ามายืนดู แต่สิ่งที่ผมกลับได้ยินคือ How much does is cost ? ใช่ครับ คำถามถามว่าจะซื้อสินค้าได้ที่ไหน แต่ผมกลับได้ยินว่าราคาเท่าไหร่!!!!!!!!! ซึ่งผมก็ตอบไปตามที่ได้ยินครับ 120 baht ซึ่งพิธกรเหมือนกำลังช่วยเล็กน้อยๆ โดยการขยับปาก และมีเสียงเล็ดลอดมานิดๆว่า Robinson,Central,College แต่ตอนนั้นผมกลับไม่ได้ยินคำเหล่านั้น เพราะผมรู้สึกหูอื้อ ประหม่า และกังวลมากๆ
* ผมขอจบตอนนี้ค้างไว้ก่อนนะครับ เพราะผมรู้สึกว่ามันคงจะยาวเกินไปหากเล่าทั้งหมดในตอนเดียว และถ้ามีคำที่ใช้ผิด ต้องขอโทษด้วยครับ ขอบคุณครับ
SHARE
Writer
L-Mon
Student
Nothing, isn't mean "Nothing" .

Comments