[SF] Chewy in Deep (Binkyeong) Part 1


‘Chewy’



     ช่วงเช้าวันทำงานแรกในอาทิตย์ที่สามของเดือนธันวาก่อนจะต้อนรับปีใหม่ เหล่าพนักงานของบริษัทต่างๆพากันตื่นเต้นกับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงกันเป็นอย่างดี หลายๆบริษัทจัดการแข่งขันประกวดตกแต่งโต๊ะทำงานบ้าง มีงานเลี้ยงสังสรรค์บ้าง ไปจนถึงการให้หยุดก่อนวันคริสต์มาสอีกด้วย



     แต่ถึงยังไงวันนี้ก็ยังไม่ใช่วันที่จะได้เที่ยวเล่นเดินดูแสงไฟที่ตกแต่งตามทางเดินหรือห้างสรรพสินค้าอยู่ดี



     เวลาหกโมงเช้าอากาศยังคงหนาวเย็น แต่โชคดีที่วันนี้ไม่มีหิมะตก ผู้หญิงขายาวสวมเสื้อผ้าที่ดูหนาเนื่องจากสภาพอากาศกำลังนอนสบายบนเตียงขนาดหกนิ้ว ลืมตาตื่นขึ้นหลังได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกของตัวเองอย่าง คิม มินกยอง หัวหน้าแผนกบัญชีสาวสวยสถานะมีคนคุยแล้ว หรือก็คือผู้หญิงที่กำลังนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มข้างๆเธอ

     “ก็บอกแล้วว่าหนาวเธอก็ดื้อใส่เสื้อผ้าบางๆอยู่นั้นแหละ ตื่นได้แล้วคัง เยบิน” ถึงรูปประโยคจะดูออกไปทางแนวบ่นอยู่บ้าง แต่การกระทำกับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เธอขยับตัวเข้าไปกอดร่างเล็กๆนั้นเอาไว้แน่น ดึงผ้าห่มฝั่งตัวเองให้ขึ้นมาสูงจนเกือบถึงคอก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง


     “พี่นั้นแหละ ตื่นได้แล้วค่ะ คุณหัวหน้าจะไปทำงานสายเอานะคะ” พูดทั้งๆที่ตายังปิดอยู่แบบนั้น ขยับร่างกายให้เข้าที่เข้าทางเพื่อที่จะให้พี่เขากอดได้อย่างสะดวก

     “ขอกอดเธอแบบนี้อีกห้านาทีนะ”

     “สิบนาทีก็ได้ค่ะ ไม่ว่า” พูดแล้วก็ซุกเข้าไปในอ้อมกอดของคนพี่และปล่อยเวลาให้มันล่วงเลยไปเรื่อยๆ




 
     หลังจากเรื่องในคืนนั้นก็ผ่านมาได้สองเดือนกว่าแล้ว ทุกๆสุดสัปดาห์ทั้งสองจะไปนอนเล่นที่ห้องของอีกคนสลับกันไปมา ช่วงว่างๆก็มีไปเที่ยวกันบ้างตามภาษาผู้หญิงคนสอง แต่ถ้าหากเหนื่อยจากงานในอาทิตย์นั้นมากๆก็จะพากันพักผ่อนอยู่ในห้อง ทำอาหารกินเองหรือไม่ก็ออกไปหาอะไรกินด้านนอก นั่งดูหนังบนโซฟา ไม่ก็เล่นน้องเสือของเยบิน อ้อ น้องเสือคือแมวพันธุ์สก็อตติชโฟลด์สีขาวๆครีมๆที่นิสัยคนละขั่วกับเจ้าของโดยสิ้นเชิง ก็เยบินน่ะออกจะเชื่อฟังคนพี่ตลอดเลยนี่หน่า เรียกว่าตามใจมินกยองก็ว่าได้ แต่พอเป็นเรื่องอย่างว่าก็





 
     “หนาวๆแบบนี้อดเลยนะคะ” หัวหน้ามินกยองถึงกับขมวดคิ้วได้รูปของเธอทันที ก็ในเมื่อคนตัวเล็กกว่ากำลังพูดอยู่ในลิฟท์ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยน่ะสิ แถมยังทำหน้าทะเล้น ไม่รู้ร้อนอยู่หนาวเป็นเพื่อนกันเลย


     อันที่จริงรูปประโยคแบบนั้นถ้าคนอื่นมาฟังก็คงตีความเป็นอย่างอื่น มันอาจจะไม่ใช่ตามที่มินกยองคิดก็ได้ แต่เพราะเป็นคนพูดคือคังเยบิน และก็รู้กันแค่สองคน แก้มมันเลยอดขึ้นสีไม่ได้ซะอย่างนั้น


     “อดใส่กระโปรงสั้นที่ฉันชอบเลย เซ็งจังเลยค่ะ” ไม่ติดว่ามีพนักงานคนอื่น เธอได้สอยคัง เยบินล่วงลงไปกองกับพื้นแล้ว




 
     เที่ยงวันเป็นเวลาพักของพนักงาน ทุกคนต่างพากันออกไปทานข้าว บางคนที่ซื้อขึ้นมากินที่ห้องอาหารในบริษัท บ้างก็จับกลุ่มเดินออกไปกินที่ร้านอาหารใกล้ๆนี้ แต่ก็มีอีกคนที่ยังไม่ยอมเดินออกมาจากห้องทำงานของตัวเอง แม้ว่าตอนนี้ในแผนกจะเหลือแค่เธอกับเยบินก็ตาม



     รุ่นน้องคนสนิทเดินเข้ามาเคาะกระจกอย่างทุกๆครั้ง ยกกล่องขนมเค้กขึ้นมามินกยองเลยละความสนใจจากงานด้านหน้า แล้วอนุญาตให้อีกคนเข้ามา

     “ไปซื้อมาตอนไหนเนี่ย” เยบินน่ะรู้ว่าอะไรที่จะดึงความสนใจของมินกยองจากความรับผิดชอบต่องานของเขาเป็นอยากดีได้ เธอบอกว่าก่อนจะมาที่บริษัทมันเป็นทางผ่านพอดีเลยแวะไปซื้อเอาไว้ เพราะกะจะมากินด้วยกันตอนกลางวัน และก็เป็นอย่างที่เยบินคิดไว้ไม่มีผิด



     ช่วงนี้มินกยองดูท่าทางงานเยอะเอามากๆเนื่องจากจำเป็นต้องปิดงานของปีนี้ให้เสร็จก่อนวันสิ้นปี แน่ล่ะ นั้นก็รวมงานของรุ่นน้องคนอื่นๆ ไว้จะต้องทำรายงานส่งประธานบริษัท เยอะจนไม่มีเวลาได้พักเลย

     “พักบ้างก็ได้นะคะ แบ่งมาให้ฉันทำไหม”

     “ได้ยังไงล่ะ แค่นี้งานของเธอก็เยอะพอๆกันอยู่แล้ว ขอบคุณนะ” พอได้ยินคำขอบคุณกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเลยทำให้รู้สึกร้อนๆที่หูทั้งสองข้างจนต้องก้มหน้าลงเพื่อซ้อนมันเอาไว้ ไอ้ความเขินที่ไม่ชินกับการพูดตรงๆของหัวหน้าคิมอย่างนี้น่ะ

     “เขินหรอคะ เยบินเขินพี่หรอคะ” ยิ่งจะทำให้เขินเข้าไปใหญ่ พอรู้ว่าเยบินจะขี้เขินเวลาเธอพูดเพราะๆใส่ ก็เลยแกล้งตลอด แม้ช่วงที่ทำงานในบริษัทจะไม่ค่อยพูดเพราะเก็กขรึมต่อหน้าพนักงงานคนอื่น แต่พอเลิกงานจนได้อยู่ด้วยกัน ก็ทำให้เยบินรู้เลยว่า มินกยองก็ขี้แกล้งไม่แพ้เธอหรอก


     “แกล้งกันหนิคะ”


     “เอาคืนเมื่อเช้าไง”





     นึกว่าจะรอดซะอีก แต่





     น่ารัก





     เขินไม่ไหวแล้วค่ะ ฮื้อ 





     อีกครึ่งชั่วโมงจะได้เวลาหยุดงานแล้ว คังเยบินยังคงปั่นงานแฟ้มสุดท้ายให้เสร็จทันก่อนวันคริสมาสต์เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมัน และทิ้งไว้ด้านหลังเหลือแค่เธอและรุ่นพี่ที่เธอรัก แต่เสียงของบอสใหญ่กับดังขึ้นมาให้เข้าไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมใหญ่



     พนักงานระดับซีเนียร์ต่างเดินตามๆกันไป ในขนานที่ซุปเปอร์ไวเซอร์อย่างมินกยองยังคงคุยงานกับลูกค้าปลายสายอยู่ เยบินเลยเดินไปขอบอสให้ ซึ่งผู้ชายวัยกลางคนก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะรอ และขอให้มินกยองคุยกับลูกค้าให้เสร็จเรียบร้อยซะก่อน



     ทั้งๆที่ปีก่อนช่วงนี้ไม่ยุ่งเท่านี้แท้ๆ แต่ดูเหมือนเศรษฐกิจช่วงนี้ตกกว่าปีที่แล้วมาก การทำงานเกี่ยวกับการเงินหรือตำแหน่งงานอื่นก็คงมีผลกระทบไม่ใช่น้อย ขนาดเธอเองงานก็เยอะกว่าเดิมเป็นสองเท่าตัว แต่ก็อดเป็นห่วงอีกคนไม่ได้จริงๆ

     “ไปกันเถอะ” เป็นเสียงของคุณหัวหน้าที่ทำให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่หน้าห้องของเขาสะกิดให้ออกจากการเหม่อลอยของตัวเอง

     “ค่ะ”



     สรุปการประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงวันคริสมาสต์ของบริษัทเหมือนทุกปี พิเศษไปกว่านั้นเพราะปีนี้มีอาหารมากขึ้นกว่าเดิม และเกมต่างๆมากมาย ด้วยเหตุผลที่ว่าพนักงงานทุกคนตั้งอกตั้งใจทำงานแม้ครึ่งปีหลังนี้จะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็พยายามกันอย่างเต็มที่ และที่มากไปกว่านั้นก็คือ การจัดการประกวดการแต่งกายประจำปี แถมยังให้จับฉลากเลือกด้วยว่าตัวเองจะได้แต่งเป็นอะไร



     และสิ่งที่มินกยองจับได้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เยบินไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่






 
     “สถานนีต่อไปอึลชิโร 3 คา”

     และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือมินกยองที่พางานที่ยังไม่เสร็จกลับมาทำด้วย อยากจะช่วยพี่เขาให้มากกว่านี้แท้ๆ แต่เจ้าตัวก็บอกว่ามันเป็นงานของเธอ ดีหน่อยที่วันนี้มีที่นั่งในรถไฟฟ้าใต้ดินพอดี เราเลยไม่ต้องยืนไปอีกหลายสถานนี และดูเหมือนคนข้างๆเธอจะเหนื่อยกับวันนี้มากจริงๆ

     “พิงลงมาเถอะนะคะพี่กยอง” คราวนี้เธอไม่ได้ถามเจ้าตัวว่าอยากพิงลงมารึป่าว แต่เธออยากให้พี่เขาพิงลงมาซบกันจริงๆ ก็ในเมื่อตาสวยทั้งสองจะปิดอยู่แล้ว คนตัวสูงกว่าไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ เพียงแต่ทำตามสิ่งที่น้องบอก เอนหัวลงไปพอดีกับไหล่เล็กๆนั้น ผมของเราถูกกันเล็กน้อยเพราะมินกยองกำลังจัดท่าจัดทาง สักพักก็นิ่งไป เธอพอจะรู้ว่าพี่เขาคงหลับไปแล้ว

     “ฉันไม่อยากให้พี่แต่งชุดนั้นไปเลยนะคะ แล้วก็ กับหัวหน้าแผนกหน้าหม้อนั้นก็ไม่อยากให้คุยด้วยเหมือนกันค่ะ”





     “รู้แล้วล่ะ” เอ๊ะ ก็ยังไม่ทันได้ตกใจอะไรมาก มือของเยบินก็ถูกดึงไปกุมเอาไว้เหมือนเคยแล้ว



     หัวใจอันตรายมากเลยค่ะ ตอนนี้



     ทั้งคู่นั่งมาจนถึงสถานนีที่มินกยองต้องลงก่อน แต่เธอกับเดินจูงรุ่นน้องตัวเล็กลงมาด้วยกันทั้งๆที่วันนี้พึ่งจะวันจันทร์ และพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานตามปกติ มินกยองไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมเธอถึงพาเยบินมาด้วยจนเดินมาหยุดที่หน้าห้องของเธอเอง

     “วันนี้นอนนี่นะ” อื้อ ไม่เข้าใจพี่คนนี้เลยค่ะ


     แต่ถึงจะบอกให้นอนด้วย มินกยองก็ต้องทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จสำหรับวันนี้ ตั้งแต่กลับเข้ามาที่ห้องจนตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ดีที่เธออาบน้ำตอนหัวค่ำ และดีที่มีอีกคนนอนอยู่บนเตียงนั้นด้วย


     “ไม่นอนหรอ” คนที่นั่งพิมพ์งานที่โต๊ะหันไปถามกับเด็กที่นอนมองเธอตั้งแต่ปิดทีวีไป น้องส่ายหน้าพลางลุกขึ้นเดินมาด้านหลังของอีกคน


     ถึงแม้ว่าภายนอกเยบินจะดูเป็นผู้ใหญ่ พึงพาได้ มีเหตุผลแล้วก็ทำงานเก่ง แต่ลึกๆแล้วก็ยังคงติดนิสัยเด็กๆที่ชอบให้ลูบหัวก่อนไปนอนอยู่ดี ก็พึ่งจะรู้ได้ไม่นานตอนที่มานอนด้วยกันนั้นล่ะ จริงๆแล้วเหตุผลที่เธอพาน้องมานอนที่ห้องเพราะปล่อยให้เขาเป็นห่วงเธอแบบนี้ไม่ได้หรอก เด็กที่เอาแต่เป็นห่วงคนอื่น เผลอทำหน้าเศร้าออกมาให้เห็นตั้งแต่กลางวันแล้วนี่น่า


     “ฉันจะรอนะคะ นอนด้วยกัน”


     “อีกสักแปบนึงก็คงเสร็จแล้ว ไปนอนก่อนเถอะ ตาเราจะปิดอยู่แล้วนะเยบินน่า” ว่าแล้วก็ลูบหัวคนน้องไปหนึ่งที ใช่เยบินก็งานเยอะไม่แพ้เธอหรอก แม้เจ้าตัวจะเป็นคนนอนดึก แต่ให้มารอเธอจนป่านนี้ก็คงมีง่วงนอนบ้างเหมือนกัน


     เยบินจับมือที่ลูบหัวเธออยู่ลงมานวดตามนิ้วและฝ่ามือเบาๆ คนพี่เลยยื้นมาให้อีกข้าง เพราะปกติเยบินชอบดึงมือเธอไปนวดให้บ่อยๆ มันทำให้ผ่อนคลายแล้วก็รู้สึกสบายขึ้นมาได้เยอะเลย ก่อนจะบอกให้น้องพอและกลับไปทำงานต่อ เยบินเลยได้แต่ทำตามที่มินกยองบอก เธอเดินกลับไปที่เตียงและนอนลงไป ลมหายใจแผ่วเบาจนคงที่หลังจากหัวถึงหมอนนุ่มๆบนเตียง 



     รู้ตัวอีกทีนาฬิกาก็เดินไปจนเกือบตีสองแล้ว มินกยองปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คของตัวเองหลังจากเคฃียร์งานในวันนี้เสร็จ ไฟในห้องปิดลงตั้งแต่เธอหันไปเห็นว่าน้องหลับไปแล้ว จึงลุกขึ้นไปปิดให้ เหลือเพียงโคมไฟที่โต๊ะทำงานและไฟสรวงหน้าประตูทางเข้าของห้อง มือสวยแตะไปที่ปุ่มสวิทของโคมไฟบนโต๊ะทำงานก่อนจะเดินไปที่เตียงนอน แรงยุบเบาๆบนเตียงทำให้เยบินขยับตัวเล็กน้อย มือเรียวเลื่อนไปลูบผมน้องอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปนอนอีกฝั่ง



     มันไม่ปกติ



     ร่างเล็กๆลืมตาตื่นขึ้นมาตอนฟ้ายังไม่สว่าง แสงจากด้านนอกมีเพียงไฟทางบนถนน และบนตึกอีกมากมายที่ยังคงเปิดไฟอยู่ตลอดเวลา เธอมองไปทางอีกคนที่นอนหันหลังให้กัน อดแปลกใจไม่ได้ที่ปกติแล้วถ้าเธอมานอนด้วยพี่เขาก็จะนอนหันหน้ามาตลอด



     “พี่มินกยอง พี่คะ” คนตัวเล็กขยับไปเขย่าแขนเบาๆของคนที่หน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ หายใจแรงไม่ค่อยเป็นจังหวะ พอเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากก็ร้อนจนรู้สึกทรมานแทน

     คิ้วขมวดขึ้นอย่างชัดเจน พยายามให้พี่เขาพลิกตัวนอนหงาย ดูเหมือนจะตื่นแล้วแต่ตายังคงปิดอยู่ หายใจแรงกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ

     “พี่กยองรอแปบนึงนะ”





     ผ้าเช็คตัวผืนเล็กถูกบีดไล่น้ำอุ่นจนหมาดก่อนจะย้ายมันไปถูกแขนของคนพี่ที่นอนแปะแผ่นลดไข้ไว้ที่หน้าผาก ดีที่มินกยองเริ่มรู้สึกว่าตัวเองแพ้อากาศตั้งแต่ช่วงค่ำๆ เลยกินแก้แพ้ไปแต่ไม่คิดว่าจะเป็นถึงขนาดนี้ หลังจากเช็ดตัวเสร็จก็ให้พี่เขากินยาและนอนพัก ในตอนแรกเธอยืนกานว่าพรุ่งนี้จะต้องไปทำงานให้ได้ แต่สุดท้ายก็ยอมน้องด้วยเหตุผลที่ว่าสู้นอนพักให้หาย ดีกว่าไปทำงานครึ่งๆกลางๆ ถ้าฝืนมันจะยิ่งทำให้อะไรๆยากขึ้นกว่าเดิม นั้นล่ะคนพี่ถึงยอมนอนอยู่บนเตียงตั้งแต่ช่วงก่อนรุ่งสรางจนตอนนี้เยบินก็กลับออกไปอาบน้ำที่ห้องของเธอเองแล้ว

     “คอยทำให้เยบินเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยเรา”






 
     เอาเข้าจริง พอหัวหน้างานไม่อยู่ อะไรๆก็ดูจะไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ สุดท้ายเวลาดีลงานก็ต้องอีเมลไปให้คนที่นอนโทรมอยู่เพื่อให้อนุมัติซะก่อน แต่ก็เป็นเพียงช่วงเช้าที่ตามงานกับเธอเท่านั้น เหนื่อยเพิ่มขึ้นมาหน่อยแต่เพื่อให้พี่เขาหายจากหวัดแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก



     “หัวหน้ามินกยองจะย้ายที่ทำงานหรอ” มือที่กำลังจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงคนเดินคุยกันเรื่องมินกยอง และเสียงที่คุ้นเคยนั้นก็ไม่หนีไปจากรุ่นพี่แผนกเดียวกันกับเธอเอง

     ป้ายพนักงานที่หย่อนไว้กับตัวขยับตามแรงวิ่งของคนตัวเล็ก เสียงเรียกจากคนด้านหลังทำให้รุ่นพี่ที่กำลังจะเดินออกจากบริษัทเพื่อไปกินข้าวเที่ยงหันกลับไปหาต้นเสียงนั้น

     “พี่มินกยอง เอ่อ หัวหน้าคิม จะออกจากที่นี่หรอคะ”







tbc.

เพราะคิดถึงบิ้นกยองมากๆๆ เลยแต่งเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นเนื้อเรื่องต่อจาก DRUNKINGLOVE นะคะ ยังมีอีกพาร์ทให้ได้ติดตามกันน่า และก็ไม่ว่าตอนนี้สถานการณ์ของเด็กๆจะเป็นยังไง มาเป็นกำลังใจในวันที่เขากลับมากันนะคะ 

(ขออนุญาตขายของค่ะ5555) สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่าน DRUNKINGLOVE อยู่ในหน้าหลักเราเลยย เลื่อนลงไปนิดนึงจะเจอ 2 พาร์ทค่ะ ขอบคุณคราบบ







SHARE
Written in this book
BINKYOENG

Comments

Peek_Sai
25 days ago
พี่กยองจะหนีน้องไปไหนนนน ชอบความขี้อ้อนของสองคนนี้ อบอุ่นไปหมด //คิดถึงเด็กๆ มากเหมือนกันค่ะ ยังคงรอคอยต่อไป
Reply