เด็กสาวผู้ (ไม่เคย) เหงา.
แสงจากเทียนไขที่จุดไว้บนโต๊ะค่อยๆริบหรี่ลงทุกที เงาที่เคยทอดยาวค่อยๆหายไปพร้อมกับความมืดที่เข้ามาแทนที่ คืนนี้คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่เด็กสาววัยสิบแปดนอนทอดสายตามองเพดานที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟที่เล็ดลอดเข้ามาจากระเบียง เสียงเพลงเศร้่ากรอวนไปวนมาพร้อมกับฉายภาพของตัวเองที่กำลังนอนร้องไห้ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่


เธอรู้สึกอ้างว้าง...เปล่าเปลี่ยว...เดียวดาย
คล้ายกับการยืนอยู่คนเดียวกลางป่าไม้ใหญ่ ที่มองไปทางไหนก็ไร้ซึ่งเงาของผู้คน มีเพียงต้นไม้ที่ยืนสูงตะหง่าน เรียงรายไม่เป็นระเบียบ สลับซับซ้อน มองออกไปรอบกายก็ไม่พบทางออกหรือแสงสว่าง
หากมีขนมปังของฮัลเซลและเกรเทลโรยอยู่ตามทางก็คงดี


คืนนี้มันช่างเหงาเหลือเกิน
เหงาจนหัวใจหนาวสั่นราวกับยืนอยู่ท่ามกลางหิมะที่ร่วงโรยลงมาจากฝากฟ้า
เธอต้องการใครสักคนเดินเข้ามาสวมกอด ลูบเรือนผม และกระซิบบอกกับเธอว่า 'ยังมีเรา เราอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอเสมอ'
หากแค่คืนนี้กลับไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เธอปรารถนา
เธอจึงต้องเผชิญอยู่กับความเงียบงันเพียงลำพัง


ตามจริง เธอไม่ใช่คนที่ชอบเที่ยวป่าวประกาศบอกใครๆว่าเป็นคนขี้เหงา เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเธอเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งพาหรือมีใครสักคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา
เธอไม่อยากถูกมองแบบนั้น 


เด็กสาวคนนี้สามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้
เผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวได้
และโอบกอดตัวเอง ปลอบใจตัวเองด้วยตัวเธอเองได้ 
เพราะเธออยู่คนเดียวจนชิน
ก็บทุกอย่างไว้ที่ตัวเองจนชินและ...เหงาแบบนี้จนชิน

ชินกับความเคยชินของตัวเธอเอง

หากใครก็ตามมองมาที่เด็กสาวคนนี้จะรู้ได้ว่า เธอเป็นคนยิ้มง่าย หัวเราะง่าย คุยเก่ง มีพลังบวกในตัวล้นเหลือ และปล่อยวางกับทุกสิ่ง แต่หารู้ไม่ว่า ภายใต้ร่างที่ทุกคนเห็นกลับแอบซ่อนอีกร่างหนึ่งไว้อยู่ลึกๆข้างใน


ร่างที่แฝงอยู่ข้างในร่างที่เข้มแข็ง : มนุษย์ขี้เหงา
ร่างนี้จะเข้ามามีอิทธิพลในเวลาที่เธออยู่คนเดียว ซึ่งการอยู่คนเดียวในที่นี่หมายถึงการใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แม้จะมีผู้คน(ที่ไม่รู้จัก)ห้อมล้อมมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเหงาของเธอลดลงแม้แต่น้อย มันกลับทำให้เธอยิ่งรู้สึกเดียวดายมากขึ้นมากกว่าเดิม เพราะสายตาที่จับจ้องมองออกไปข้างกาย ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยมนุษย์มากมายที่เดินด้วยกัน คุยกัน ยิ้มให้กัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก หากแต่ย้อนกลับมามองตัวเอง เธอคงเป็นมนุษย์อีกคนที่ได้แต่พูดคุยและยิ้มให้กับตัวเองเพียงลำพัง แม้ปากบอกว่าสามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้ เพราะมันทั้งสะดวกและไม่ต้องรอใครให้เสียเวลา แต่ถ้าจะให้เธอตอบจากความรู้สึกในเบื้องลึกของหัวใจจริงๆ เธอก็ยังอยากจะมีใครสักคนเดินเที่ยวเล่นไปกับเธออยู่ดี

มนุษย์ขี้เหงาจึงมักจะชอบแสวงหามิตรภาพดีๆ หรือใครสักคนที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนทั้งความคิด ความรู้สึก หรือเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันทั้งที่มีสาระและไม่มีสาระ เผื่อหวังว่า สักวันหนึ่งจะมีคนยินดีและเต็มใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ

'วันนี้สั่งน้ำเต้าหู้หวานน้อย แต่ได้น้ำเต้าหวานมากเฉยเลย'

'เมื่อคืนฝันว่าเจอกระต่ายกระโดดเกาะเต็มตัวด้วยล่ะ'

'อาจารย์บอกว่างานของเราทำออกมาได้มาก'

เธอเพียงรอใครสักคนที่พร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวันไปด้วยกัน 

'ถ้าเจอแบบนี้ในสักวันก็คงดี' เธอคิด


ร่างของมนุษย์ขี้เหงายังเข้ามาแทนที่ร่างของเธอในวันที่เธอมีเรื่องราวแย่ๆเข้ามากระทบจิตใจ เธอมักจะรู้สึกว่าเวลานั้นเป็นเวลาที่เธออ่อนแอมากที่สุด เธอพร้อมที่จะปล่อยความรู้สึกที่ไม่ดีที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาพร้อมกับน้ำตา ยิ่งเธอนึกถึงเรื่องนั้นๆมากเท่าไหร่ น้ำตาของเธอก็ยิ่งเอ่อไหลล้นแก้ม เพราะเธอคิดว่ายิ่งร้องไห้ออกมามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เรื่องแย่ๆที่ตีรวนอยู่ในหัวไหลออกไปได้มากเท่านั้น เหมือนกับให้หัวใจที่เจ็บปวดถูกชะโลมด้วยน้ำตาที่ช่วยบรรเทาให้บาดแผลกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง...บางครั้งการร้องไห้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด


แต่ก็แปลกดี เธอรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วๆไปที่มีมุมอ่อนแอ แต่เธอกลับไม่อยากเห็นใบหน้าของตัวเองที่เปรอะด้วยคราบน้ำตา ไม่อยากเห็นดวงตาที่แดงกร่ำจนไม่เห็นดวงตาขาว หรือใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มของตัวเอง เพียงเพราะเธอไม่อยากเห็นร่างของตัวเองในมุมที่อ่อนแอ


‘อย่าร้องไห้ ยิ้มสิยิ้ม’ เธอชี้นิ้วบอกกับตัวเองในกระจกพลางค่อยๆฉีกยิ้มออกมาอย่างฝืนใจ 
เธอสะกดให้ตัวเองยิ้มทั้งๆที่ความรู้สึกภายในพังทลายไม่มีชิ้นดี 
เธอสั่งให้ตัวเองใช้รอยยิ้มบนใบหน้าเป็นตัวประสานให้ความรู้สึกดีค่อยๆกลับคืนมา
และคอยบอกกับตัวเองว่า จะต้องเข้มแข็ง แม้ตอนนี้อ่อนแอก็ต้องทำให้ตัวเองกลับคืนสู่ภาวะปกติเหมือนเดิมให้ได้ 
เธอเชื่อว่าความอ่อนแอนี้จะต้องทำให้หายไปให้เร็วที่สุด และหายได้ด้วยตัวของเธอเอง


คนที่เข้มแข็งไม่ใช่ คนที่ไม่เคยร้องไห้ หรือ คนที่ไม่เคยอ่อนแอ
แต่เป็นคนที่พร้อมจะผลักตัวเองขึ้นจากกองของปัญหาที่กำลังรับมือ
พร้อมที่จะจัดการกับภาวะความไม่ปกติของตัวเอง
และต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามารุมเร้าความรู้สึกภายใน


เช่นเดียวกับความเหงาที่มักจะเข้ามาก่่อกุมหัวใจจนทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอ
เพราะคนที่ยิ้มแย้มร่าเริงไม่ใช่ คนที่ไม่เคยร้องไห้ หรือ คนที่ไม่เคยเหงา



เด็กสาววัยสิบแปดทอดสายตามองเพดานก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมา 

'ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี...วันนี้เก่งมากแล้วนะ เธอทำได้ดีแล้ว'

เธอพูดพร้อมกับกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่แนบอก แล้วหลับตาลงช้าๆท่ามกลางความมืดมิดและเสียงจิ้งหรีดที่แข่งร้องนอกหน้าต่าง 

'ฝันดีนะ เด็กสาวผู้...แสนเหงา :-)'



แด่ทุกคนผู้ (ไม่เคย) เหงา.


written by Dextiny :-)

SHARE
Written in this book
dear diary
จากตัวฉัน ถึงตัวฉันในวันข้างหน้า
Writer
Dextiny
dreamer,sleeper
believe in doing more than waiting for miracle

Comments