ชีวิตที่ถูกนำทางด้วยสมองและหัวใจ
นี้เป็นเสียงจากผู้จัดการ

ผู้จัดการมีชื่อว่าสมอง เขากำลังสั่งงานลูกน้องหน้าโง่ที่มีชื่อว่าหัวใจอยู่

สมองพูดด่าว่าหัวใจเป็นประโยคที่ยาวและไม่ทิ้งช่วงให้หัวใจได้มีโอกาสตอบเลย

หัวใจการที่นายเป็นพนักงานขายนั้น ในช่วงแรกผู้จัดการจะไม่ว่าอะไรนายเลย 6 เดือนแรกเขาจะประเมินศักยภาพนาย ถ้านายขายได้สัก 2-3 คันต่อเดือน เข้าเดือนที่ 7 เขาจะตั้งให้เป้านายเป็น 4-5 คันซึ่งถ้านายทำไม่ถึงนายก็จะโดดปรับ ส่วนถ้านายทำถึงเป้า นายก็จะไม่ได้อะไร เรื่องค่าปรับไม่เท่าไร แต่การบ่นของเขานั้นช่างน่ารำคาญเวลางานเลิกคือ 5 โมงเย็น ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เช้าเขาจะไม่ว่านาย พอถึง 5 โมงเย็นนายกำลังจะกลับบ้านไปดูพ่อที่ป่วยและใช้เวลาว่างวาดอนิเมชั่นของนาย เขาจะเรียกนายไปคุยถึง 6 โมงเย็นแล้วค่อยปล่อยนายกลับ

ลงทุนร้านเสื้อผ้ารายได้โอเค เพียงแต่เดือนแรกขาดทุนไปมาก นายก็เลยลังเลที่จะลงทุนต่อ พอนายไม่ลงทุนเข้าเดือนที่สองมันดันได้กำไร ซึ่งนายจะลงได้ก็คงจะต้องเป็นเดือนถัดไปแล้ว

นายขายประกันชีวิตไม่ค่อยได้เพราะนายมันกระจอกและไม่เก่งพอที่จะหากำไรจากมันได้ นายไม่ว่างพอที่จะเข้าหาลูกค้าและขายมัน

สิ่งที่นายมีความสุขที่สุดจากการทำงานของนาย คืออนิเมชั่นโง่ๆและลายเส้นห่วยๆของนาย
อันที่จริงมันก็เรียกว่างานไม่ได้เพราะมันไม่เคยให้เงินนายแม้แต่บาทเดียว
ถ้านายอยากเป็น youtubeper นายเอามือถือมาหักเล่น ทำช่องกวนประสาท คลิปวีดีโอตลกๆ รีวิวสินค้านายจะเติบโตได้เร็วกว่าอนิเมชั่นโง่ๆของนายแน่นอน

แค่นายทิ้งเรื่องไร้สาระของนายไป สิ่งที่รอนายอยู่คือเงินและทางสู่ความสำเร็จที่สั้นกว่าเป็นสิบเท่า นายไม่จำเป็นต้องมาวาดอนิเมชั่นแบบ frame-by-frame นายไม่จำเป็นต้องมานั่งพากย์เสียง และไม่จำเป็นต้องแต่งเนื้อเรื่องห่วยๆของนายเลย

ถ้าฉันไม่ห้ามนายตอนนี้นะหัวใจ
ตัวตนของเราทั้งสองจะถูกเรียกว่า
คนที่โง่เขลาเบาปัญญา  

        กลายเป็นคนที่ทำเรื่องโง่ๆ
      เพราะว่าปัญญาของมันเบาไป 
     ไม่หนักแน่นพอจะสั่งให้ร่างกาย
    ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ 

ตอนนี้ฉันกำลังเตือนสตินายนะหัวใจ
ออกจากตรงนี้ไปด้วยกันเถอะ

หัวใจก็ตอบสมองเป็นประโยคเช่นกัน ประโยคนี้เป็นเสียงในใจที่เชื่อสมองมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งสิ่งที่ได้กลับมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอแต่ว่าความถูกต้องนั้นจะได้รับความรู้สึกขัดใจกลับมาด้วยเช่นเดียวกัน

เรามีความฝันอยากเป็นครูกันมานานแล้วแต่ไม่เคยได้ทำสักที

เราเชื่อนายมาทุกครั้งแล้วสมอง 
ครั้งหนึ่งในสมัยที่เรายังเป็นเด็ก
ตอนนั้นเรากับนายเรียน ม.5 ด้วยกัน 
เราอยากเป็นสถาปนิก
พวกเราไปเข้าสอบด้วยกันที่เจ้าคุณทหาร ตอนนั้นน้ำตาล่วงด้วยกันทั้งคู่

นายจำได้ไหมนายเห็นเด็กโต๊ะข้างๆ วาดรูปด้วยดินสอ 
ภาพวาดนั้นสวยและสมจริงมาก
ถึงเราจะมีสีทุกเฉิดสีบนโลก
ก็ไม่สามารถเทียบดินสอแท่งนั้นได้
เพราะเรามันกระจอก

ทำให้เราประเมินความสามารถตัวเองได้ว่ายังห่างชั้น

พวกเรากอดคอกันกลับบ้าน ฉันคิดได้ว่าเหลือเวลาอีก 1 ปีให้เราเตรียมตัว

ฉันตั้งใจจะไปเรียนพิเศษ แต่ต้องขอบคุณนายตอนนั้นที่บอกกับฉันว่า
“ไม่ไหวหรอกเชื่อสิ่งที่ครอบครัวเลือกให้ไปเรียนทางวิทย์สานต่อกิจการเถอะ”
นายขัดใจฉัน แต่ฉันขอบคุณนายมากนะ

ครั้งต่อมาที่นายช่วยฉัน
นายจำได้ไหมฉันเคยปรึกษานายว่า
เราสองคนควรจะออกจากคณะนี้ นายช่วยฉันไว้นายบอกกับฉันว่าเรียนต่อไปเถอะกลับไปเรียนสถาปัตยก็ไม่ต่างกันหรอก
จบไปก็ปริญญาตรีเหมือนกัน อยากทำอะไรก็ไปทำเองเอาข้างหน้า
นายขัดใจฉัน แต่ฉันขอบคุณนายมากนะ

ครั้งต่อมาที่นายช่วยฉัน
นายจำได้ไหมคืนนั้น ตัวที่ฉันขี้แง่ร้องไห้ให้นายฟังกับเรื่อง “ความรักฉันไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อ” นายก็ช่วยฉันไว้นายบอกให้ฉันลืมทุกอย่างละลบทุกช่องทางที่เห็นได้ทั้งที่ฉันไม่อยากทำ
ฉันก็เชื่อนาย นายขัดใจฉัน แต่ฉันขอบคุณนายมากนะ

มาถึงตรงนี้นายช่วยพาฉันมาครึ่งชีวิตแล้วนะ นายช่วยฉันอีกสักอย่างได้ไหม


นายช่วยให้ฉันได้ทำตามความตั้งใจเถอะฉันไม่รู้หรอกนะว่าถ้าฉันเรียนสถาปัตยกรรมอนาคตมันจะดีไหม
ฉันไม่รู้หรอกนะถ้าออกจากคณะตอนนั้นอนาคตมันจะดีไหม
ฉันไม่รู้หรอกนะถ้าฉันเลือกอีกทางตอนนั้นอนาคตมันจะดีไหม

แต่ที่ฉันรู้ สิ่งที่นายทำมาทั้งหมด มันเป็นเส้นทางที่ทำให้ครั้งหนึ่ง
“พวกเราได้เจอเธอ”

แม้มันจะจบลงแล้วและทิ้งบาดแผลไว้ในใจนี้อีกครั้ง
แต่มันทำให้ฉันได้พบว่าการได้สัมผัสความฝันที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร
หน้าตาของมันเป็นอย่างไร

หน้าตาของมัน จะกลมๆขาวๆเหมือนขนมบางอย่างของญี่ปุ่น
แก้มมันดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส ผิวของมันขาว(แอบเหลืองนิดๆ) ริมฝีปากชุ่มชื่น
และกายมีกลิ่นหอมละมุนชวนฝัน

ชัยชนะที่เกิดขึ้นครั้งนั้นเกิดในร้านอาหารที่เราทำงานด้วยกัน
ตัวตนของเรากำลังต่อสู้กับเธอ พวกเราต่อสู้กันด้วยกติกาของคู่รักทั่วไป
กฎข้อนั้นคือใครหลบตาก่อนคนนั้นแพ้ พวกเราแพ้มารอบสองรอบแล้ว

สำหรับเรา 
พวกเรามองว่าเกมนี้คือเกมแห่งแสงสว่าง เพราะเธอขาว
ส่วนสำหรับเธอ ตัวเธอคงมองว่านี่เป็นเกมแห่งความมืด เพราะพวกเราดำ

ตอนนั้นนายกำลังคิดอยู่ว่าจะชนะเธอในรอบนี้ยังไง ทันที่ที่เสียสัญญานเริ่มดังขึ้น
......นายเอ๋อทันทีที่ได้สบตาเธอ......
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันทำงานคนเดียวโดยไม่มีนาย

ฉันที่กำลังจนมุม ใกล้จะแพ้เธอ ตอนนั้นฉันไม่มีนายอยู่ ฉันก็ไม่มีความคิดเลย
ฉันมีเหลือแค่หัวใจ ฉันจึงพูดตามสิ่งที่เห็น ตามที่ใจคิดออกไปสวย
เธอหลบหน้าหนีทันที คงเพราะความเขิน นั้นเป็นชัยชนะครั้งแรกและครั้งเดียวของเรา
เธอจะไม่มีวันชนะเกมนี้อีกเพราะพวกเราถือคติประจำใจเดียวกัน “ชนะแล้วหนี”

นั้นเป็นชัยชนะที่มาจากเสียงหัวใจ 
มันมีความสุขมากมาย จนฉันอยากจะสัมผัสมันอีกครั้ง
ฉันอยากสัมผัสชัยชนะจากเสียงหัวใจอีกครั้ง

ฉันขอบใจนายนะที่เป็นห่วง 
แต่ฉันไม่อยากได้ความสำเร็จจากทางเลือกที่ง่ายและสะดวกของนายอีกแล้ว 

พวกเราเดินกันมาไกลขนาดนี้คงย้อนไปเรียนครุศาสตร์หรือสถาปัตยไม่ทันแล้ว
แต่เรายังเป็นครูสอนเด็กผ่านนิทานโง่ๆของเราได้ (ถ้ามีเด็กหลงเข้ามาดู)
ให้ฉันได้ทำตามใจนะ
ฉันเชื่อว่าเราจะพบความสุขของชีวิต
จากทางที่เราเลือกเดิน

สมองได้ตอบกลับหัวใจมาว่า

ก็ได้...ถ้านายเลือกเสียเวลาทางนี้แล้ว
สัญญากันก่อนนะถ้านายเหนื่อย...นายอย่าถอยออกนอกเส้นทางเหมือนที่ผ่านมานะ เพราะเรารู้จักนายดีนายขี้แย และชอบตัดใจง่ายๆ   

...แน่นอนสมองครั้งนี้ฉันให้สัญญาฉันจะไม่ถอยอีก


ผมจะกลับมาอ่านเรื่องนี้
   อีกครั้งในวันที่ผมท้อ


ปล. ผมไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้(คุณ)เป็นอย่างไรบ้าง
แต่ที่แน่ๆคือคุณไม่ได้อ่านหรือสนใจเรื่องอะไรของผมแล้ว
นี้เป็นเรื่องราวของผมที่ชอบตัดความตั้งใจตัวเองง่ายๆนะ

ผมไม่อยากให้คุณเลิกล้มความตั้งใจคุณมหาลัยนั้นมันยากและเหนื่อยหน่อยนะ

แต่ผมอยากเห็นคุณสำเร็จตามความตั้งใจของคุณจริงๆ ผมมีความฝันกับมหาลัยหนึ่งแต่ผมทำมันไม่สำเร็จ ผมภาวนาขอให้คุณสำเร็จตามที่คุณตั้งใจนะครับ ครั้งนี้ไม่ได้ก็เอาใหม่ ทำจนกว่าจะได้เพราะการค่อยๆทำตามความฝันและเห็นมันค่อยๆสำเร็จทีละขั้นๆ มันมีความสุขมากเลยนะ

เหมือนที่ผมค่อยๆวาดทีละเฟรมแต่ไม่รู้มันจะเสร็จเมื่อไรนะ อาจจะได้ลงเดือน 4 อยากให้คุณบังเอิญเลื่อนมาเจอมันจริงๆ




SHARE
Written in this book
เพราะเราเติบโต...ด้วยรัก
ประวัติความรักของฉัน
Writer
Suyzeiy
ONLY
love only you

Comments

Chatim
4 months ago
ผมอ่านและอมยิ้ม
...โมเม้นนี้ เคยทำผมเอ๋อมาแล้วครับ
Reply
Suyzeiy
4 months ago
ขอบคุณครับ