Don’t leave #6 : SeolAxBona #ซอลโบ
Something always brings me back to you it never takes too long...Gravity:Jessica jung

 แสงแดดยาวเช้าสาดส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าสวยที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่บนเตียงขนาด 5 ฟุต ภายในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในที่ไม่คุ้นชิน ใช่สิ เธอไม่ได้นอนที่บ้านอย่างปกติในทุกวัน แต่เป็นเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องของอีกคนที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างเธอ


ร่างบางของอีกคนรับรู้ถึงการขยับตัวของเธอ เขาจึงกอดกระชับเธอแน่นขึ้น ใบหน้าเธอจมเข้าไปกับอกอุ่นๆนั่น สัมผัสแบบนี้ที่ไม่เคยได้รับมานานนับสองปี เป็นสัมผัสที่เธอโหยหาเสมอมา ไม่มีใครจะกอดได้อุ่นเท่ากับคนที่อยู่ตรงหน้าเธอตรงนี้


“ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงแหบพร่าของคนพึ่งตื่นนอนเอ่ยถามคนในอ้อมกอด

“วันนี้เค้าต้องไปโรงพยาบาลนะคะ ฮยอนอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม” เธอต้องกลับไปเคลียร์เรื่องที่โรงพยาบาลให้แล้วเสร็จ ถ้าการที่เธอจะขอลาพักเพื่อมาอยู่ดูแลเขา เธอก็ต้องสะสางงานที่ทำทิ้งค้างไว้ และรวมถึงเรื่องนั้นด้วย...

“อื้อ อยู่ได้ค่ะ แต่พี่อยากให้จียอนอยู่ด้วยนะ” เธอใช้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่อยู่โรงพยาบาล เธอไม่เคยปล่อยให้พี่เขาอยู่คนเดียวเพราะกลัวเขาจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้หากเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา เธอเลยวานให้พยาบาลอยู่กับเขาตลอดช่วงที่เธอไปทำงาน แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ที่คอนโดแล้วคงจะหาคนมาดูแลยาก เพราะคงกระทันหันเกินไป เธอจะไม่ไปทำงานก็ไม่ได้ เพราะต่างคนก็ต่างมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำ แต่เธอจะทิ้งเขาไว้คนเดียวก็เป็นห่วง เอาไงดีหละจียอน

“งั้นฮยอนไปอยู่โรงพยาบาลกับเค้าไหมคะ นั่งรอที่ห้องพักก็ได้”

“พี่ไปได้เหรอคะ” อีกฝ่ายก้มหน้าลงมาถามด้วยความแปลกใจ

“ไปได้สิคะคนไข้” เธอตอบพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นไปจุ๊บปลายคางของอีกฝ่าย

ทั้งสองคนนอนกอดกันอยู่บนเตียงสักพักก่อนจะลุกขึ้นไปทำกิจวัตรส่วนตัว เธอลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนเพื่อที่จะได้ออกมาทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆให้อีกฝ่ายทานก่อนที่จะกินยา 

“ไม่ให้พี่เข้าไปอาบด้วยเหรอคะ” คนที่นอนบนเตียงหันมาทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ เธอเลยโยนผ้าเช็ดตัวไปใส่เขาพร้อมทั้งบ่นอุบอิบเล็กน้อย

“นอนไปเถอะค่ะ คนขี้เซา”
.
.
.
 “ฮยอน เค้าใส่ชุดพี่ได้ไหมคะ คือชุดเค้าอยู่บ้านหมดเลย” คนสวยร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวห่อหุ้มร่างกายไว้ ผิวขาวเนียนถูกหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่บริเวณไหล่ ทำให้น้องดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น ถึงแม้เมื่อวานเธอจะเห็นทุกส่วนบนเรือนร่างนี้ แต่ว่าทุกอย่างที่เป็นน้องก็ยังทำให้เธอใจเต้นแรงได้เสมอ

“เลือกใส่ได้ตามใจเลยค่ะ” เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะจุมพิตเบาๆลงบนไหล่เปลือยเปล่านั้นแล้วเดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป

“ไม่ต้องล็อกประตูนะคะ เผื่อฉุกเฉินเค้าจะได้เข้าไปช่วย” น้องหันมากำชับเธออีกครั้งเพื่อความปลอดภัย 

ว่าแต่น้องบอกว่าเราเป็นแฟนกัน แต่ทำไมในห้องของเธอถึงไม่ได้มีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของน้องอยู่เลย เธอสังเกตดูเหมือนเธอจะอยู่ห้องนี้คนเดียวงั้นเหรอ? ยกเว้นแต่บางสิ่งที่อาจซื้อมาเป็นคู่ ซึ่งมันก็เหมือนจะไม่ได้ถูกหยิบจับมาใช้งานเสียนาน หรือว่าอาจจะเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน คงเป็นแบบนั้นแหละมั้ง 

เธอคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างที่อาบน้ำไปด้วย ยิ่งเธอคิดก็เหมือนมันจะมีหลายๆอย่างที่ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ก็ช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยไปถามน้องก็ได้ เพราะยิ่งคิดยิ่งทำให้เริ่มปวดหัวตุบๆขึ้นมาแล้วสิ
.
.
.
.
.
“สวัสดีตอนเช้าค่ะหมอคิม วันนี้มีคนไข้พิเศษมาด้วยเหรอคะ” พยาบาลคนสนิทที่อยู่โต๊ะหน้าห้องพักเอ่ยทักทายเมื่อเธอเดินมาพร้อมกับคนไข้พิเศษคนข้างๆที่เขาพูดถึง เขารู้ว่าคนข้างๆคือคนที่เธอคอยเทียวไปเยี่ยมไข้ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา และเขายังไปเฝ้าพี่เขาแทนเธอในวันที่เธอไม่ว่างอีกด้วย

“อาการเป็นยังไงบ้างคะคุณซอลอาดีขึ้นหรือยัง?” พยาบาลสาวหันมาทักทายคนข้างๆเธอด้วย

“ดีขึ้นแล้วค่ะ”พี่เขายิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับเดินตามเธอเข้ามาในห้องพัก

“ฮยอนนั่งรอเค้าในนี้นะคะ ถ้าง่วงก็ไปนอนที่เตียงก็ได้” เธอหันมาบอกอีกคนพร้อมกับชี้ไปที่เตียงนอนเล็กๆข้างห้อง เพราะยาที่เขากินไปบางตัวอาจจะทำให้เขาเกิดอาการง่วงได้

“เค้าต้องออกไปตรวจคนไข้นะคะ อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม ถ้ามีอะไรโทรเรียกเลยนะคะ เข้าใจไหม” เธอหันไปกำชับอีกคนหนักแน่นว่าถ้าเกิดอาการผิดปกติให้เรียกหาเธอทันที อย่างน้อยตอนนี้ถ้าทิ้งให้พี่เขาอยู่คนเดียวก็ยังอยู่ใกล้ๆเธอแหละนะ คงจะอดห่วงไปได้เปราะนึง

“พี่โตแล้วนะคะ อยู่คนเดียวได้สิ” คนโตกว่าหันมายิ้มอบอุ่นให้เธอ
.
.
 จียอนเดินไปดูอาการของคนไข้ของเธอที่ห้องพักฟื้น บางรายที่อาการดีขึ้นเธอก็อนุญาตให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้ ส่วนบางรายที่อาการยังทรงตัวอยู่เธอก็ได้เปลี่ยนให้คุณหมอท่านอื่นมาดูแทนเธอ เพราะถ้าเธอต้องลาไปดูคนป่วยคนสำคัญคนนั้น คงไม่มีเวลาว่างมาดูแลคนไข้ที่นี่ต่อ ถ้าพ่อเธอทราบเรื่องนี้หละก็คงโดนท่านโกรธอีกแน่ ที่เธอกลับไปหาคนๆนั้นอีก แต่ตอนนี้ที่พ่อเธอไม่อยู่ที่นี่เธอก็ขอทำตามใจตัวเองหน่อยแล้วกัน 

“ฮยอนคะ เที่ยงแล้วกินไรกันดี” ช่วงเวลาเลยเที่ยงมานิดหน่อยเธอก็กลับมายังห้องพักเพื่อที่จะได้กลับมากินข้าวเที่ยงกับคนไข้คนพิเศษ และต้องให้เขากินข้าวกินยาให้ตรงเวลาอีกด้วย ในตอนนี้ที่เขายังเชื่อฟังเธอในทุกเรื่อง เธอก็ควรจะเก็บโอกาสนี้ไว้ให้นานที่สุด เพราะไม่บ่อยครั้งหรอกนะที่เธอจำได้ ที่คนๆนี้จะเชื่อฟังเธอแบบนี้



“ฮยอน เค้าซื้อข้าวมาให้พี่ตั้งแต่เที่ยงแล้วทำไมยังไม่กินนี่จะบ่ายสองแล้วนะ” นักศึกษาแพทย์ร่างเล็กในชุดนักศึกษาหันมาบ่นคนโตกว่าที่กำลังนั่งหน้าตาเคร่งเครียดอยู่หน้าโน๊ตบุ๊ก

“เดี๋ยวพี่กินค่าาา ขอแก้งานก่อน อาจารย์เร่งเอาแล้วเนี่ย ต้องส่งก่อนสี่โมงเย็น ตายๆๆ” อีกคนตอบเธอโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอเสียด้วยซ้ำ

“กินนะ เค้าไปเรียนกลับมาแล้วพี่ยังไม่กิน พี่ได้ตายจริงแน่ๆ ตายด้วยฝีมือเค้าเนี่ย” 

“ค่าาาาาาา” คนพี่เงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงยาวพร้อมกับทำหน้าตากวนใส่ เธอจึงเดินเข้าไปหวังจะตีเขาฐานชอบทำให้เธอหงุดหงิดแล้วยังมาทำหน้าตาไม่สำนึกอีก แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงไปกอดซะนี่

“ปล่อยค่ะ เค้าจะไปเรียนแล้ว ตั้งใจทำงานไปนะ แล้ว!ก็!อย่า!ลืม!กิน!ข้าว!!” เธอเน้นย้ำประโยคสุดท้ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบกระเป๋าออกจากห้องไป


.
.
 “จียอนคะ แล้วงานของพี่หละ พี่ทำงานอะไร? พี่หายไปแบบนี้ทางนั้นไม่วุ่นวายแล้วเหรอคะ” คนที่นั่งตรงข้ามเธอเงยหน้าขึ้นมาถาม หลังจากที่เขาจัดการมื้อเที่ยงตรงหน้า พร้อมทั้งกินยาเรียบร้อยตามที่เธอบอก เธอลืมเรื่องงานของเขาไปเสียสนิท จากตอนที่เกิดอุบัติเหตุเขาก็ไม่ได้ติดต่อกับใคร เพราะโทรศัพท์เขาพัง และเธอพึ่งซื้อให้เขาใหม่ ด้วยความที่พี่เขาก็จำอะไรไม่ได้ก็คงยังไม่ได้ติดต่อใครเลย

 “พี่เป็นวิศวกรค่ะ งั้นเดี๋ยวตอนบ่ายเค้าพาพี่ไปที่บริษัทแล้วกันค่ะ” เธอพอรู้ว่าเขาทำงานที่ไหน ก็คงจะเป็นที่เดิมนั่นแหละ คนๆนี้ไม่ค่อยจะชอบความเปลี่ยนแปลงอะไรบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน เพราะตอนเช้าก่อนออกมาจากห้องเธอเห็นนามบัตรใบเล็กๆของเขาอยู่โต๊ะทำงานในห้องนอน ก็ยังเป็นชื่อบริษัทเดิมที่พี่เขาทำงานในตอนนั้น ถึงเขาจะจำคนอื่นไม่ได้ แต่คนในบริษัทคงจะจำเขาได้บ้างแหละ

 หญิงสาวสวยสองคนพากันมาถึงอาคารรูปทรงแปลกตา เธอเดินไปพร้อมกันกับเขาเข้าไปยังตัวอาคาร แล้วเดินไปถามฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่อยู่ด้านหน้า

 “มาติดต่อเรื่องอะไรเหรอคะ อ้าว*เอ็น’คิม ไม่เข้ามาบริษัทหลายวันเลยนะคะ” หญิงสาวที่อยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์หันมาพูดคุยกับคนข้างๆเธอด้วยความสนิทสนม

(*เอ็นในที่นี้ หมายถึง เอ็นจีเนียร์ หรือที่เรียกว่าวิศวกรนั่นแหละค่ะ เรียกย่อๆ เอ็น’...ไรงี้)

“พอดีไม่สบายค่ะ คือว่า...พอดีจะมาขอลางานต้องไปที่ไหนคะ” พี่เขาถามหญิงสาวคนนั้นออกไปด้วยถ้อยคำที่ดูลังเล จึงทำให้อีกฝ่ายทำสีหน้าสงสัยตอบกลับมา

“ต้องไปฝ่ายบุคคลค่ะ เดินตรงไปเลี้ยวขวาก็ถึงค่ะ ถามหาคุณจองแชยอนได้เลยค่ะ” 

“ขอบคุณมากค่ะ”

 ทั้งสองคนเดินมายังห้องฝ่ายบุคคลตามที่ประชาสัมพันธ์สาวสวยบอก แล้วก็มาติดต่อหาหัวหน้าฝ่ายบุคคล ซึ่งดูท่าทางยังอายุไม่มาก น่าจะอ่อนกว่าเธอซะอีก สาวสวยคนนั้นจัดการเอกสารให้เสร็จสรรพแล้วบอกให้เธอนำขึ้นไปให้ท่านประธานเซ็นอนุมัติเป็นอันเสร็จสิ้น เธอขึ้นลิฟต์มายังชั้นห้าตามที่คนด้านล่างบอก เหมือนเธอจะเจอคนที่รู้จักเธอหลายคน แต่เธอกลับจำคนเหล่านั้นไม่ได้เลยสักคน ได้แต่ยิ้มตอบกลับไปเป็นมารยาทแค่นั้น

“ถึงขั้นต้องขอลาออกเลยเหรอคุณคิม ผมไม่อนุญาตหรอกนะ ผมจะหาวิศวกรมือดีแบบคุณได้จากที่ไหนอีก” ท่านประธานวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยเสียงไม่พอใจนัก ที่รู้ว่าเธอจะขอลาออก

“แต่สุขภาพดิฉันตอนนี้ไม่พร้อมจะทำงานให้กับบริษัทได้ค่ะ จึงคิดว่าขอลาออกน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด” 

“ผมจะเซ็นให้คุณแค่ลาพักงานได้สามเดือน แต่ผมไม่ยอมให้ลาออกหรอกนะ” ชายคนนั้นเซ็นลงไปบนเอกสารที่เธอยื่นให้ก่อนหน้านี้ เธอรับเอกสารมาจากเขาพร้อมโค้งขอบคุณ

“หายเร็วๆนะคุณคิม ทุกคนรอคุณอยู่นะ”
.
.
.
.
.
 หลังจากที่พาพี่เขาไปจัดการเรื่องงานของเขาเสร็จ เธอก็ต้องกลับมาจัดการเรื่องของตัวเองเช่นกัน เรื่องคนไข้ส่วนตัวที่เธอดูแล เธอได้ทำการย้ายไปให้หมออีกท่านดูแลแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เรื่องเขียนใบลานี่แหละ จริงๆเธอไม่จำเป็นต้องเขียนก็ได้ เพราะทุกคนที่นี่รู้ดีว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล แต่เธอก็อยากทำให้ถูกต้องตามที่คนอื่นเขาทำกัน เธอจึงได้เขียนหนังสือลาพักร้อนไม่มีกำหนดแล้วเอาไปวางไปที่ห้องของผอ.โรงพยาบาลซึ่งก็คือพ่อของเธอ แต่กว่าเขาจะกลับมาเซ็นเอกสารให้เธอ ป่านนั้นเธอคงไม่อยู่ให้เขาบ่นแล้วล่ะ อีกตั้งเป็นเดือนกว่าพ่อเธอจะกลับมาจากดูงานต่างประเทศ ซึ่งถ้าเขากลับมาหลายเรื่องคงจะไม่ง่ายเหมือนที่เธอคิดไว้แน่

“ฮยอนกลับบ้านกันค่ะ เรียบร้อยแล้ว” เธอยิ้มให้อีกคนที่เป็นเด็กดีนั่งรอเธอที่ห้องพัก วันนี้เขาเป็นเด็กดีในโอวาทเธอทั้งวันจริงๆ ซึ่งเธออยากให้เขาเป็นแบบนี้ตลอดไป จะเป็นการเห็นแก่ตัวไปไหมนะที่อยากให้เขาความจำเสื่อมอยู่แบบนี้ 

ทั้งสองคนเดินมาถึงยังหน้าโรงพยาบาล แต่แล้วขาของเธอก็เกิดหยุดชะงัก ก้าวขาแทบจะไม่ออกเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างคุ้นตาที่มาในชุดสูทสีเทาสุภาพ 

“จียอน ทำไมผมติดต่อคุณไม่ได้เลยคะ ไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ” ชายหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นเดินเข้ามาหาเธอ

“ขอบโทษทีค่ะคุณคิม พอดีช่วงนี้ติดเคสด่วนเลยไม่ได้บอกคุณล่วงหน้า ขอโทษจริงๆนะคะ” เธอส่งสายตารู้สึกผิดไปให้เขาพร้อมเอ่ยขอโทษจากใจจริง 

“ผมเห็นคุณยุ่งๆแหละค่ะ เลยไม่อยากรบกวนเหมือนกัน แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอผมไปส่งไหม”

“อ่า ผมลืมทักทายเลย เจอกันอีกแล้วนะครับคุณคนไข้” เขาหันไปทักทายคนข้างๆเธอ ทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้กันนะ เหมือนความรู้สึกผิดกำลังก่อตัวขึ้นในใจเธอ รู้สึกผิดกับทั้งว่าที่คู่หมั้น และรู้สึกผิดต่อคนข้างๆ เธอจะหนีพ้นสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปได้ยังไงกัน 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับรถมา ไว้เจอกันนะคะ” เธอรีบจูงมือคนข้างๆให้เดินหนีผู้ชายคนนั้นออกมา เธออยากรีบเดินไปให้พ้นๆพื้นที่ตรงนั้น ความรู้สึกที่ทำให้เธออึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นี่เธอทำแบบนี้ถูกต้องแล้วจริงๆเหรอ ...
.
.
.
.
.
TBC.






SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments