Review หนังสือ เขียนชนบทให้เป็นชาติ
Review เขียนชนบทให้เป็นชาติ



เขียนชนบทให้เป็นชาติ

ผู้เขียน : เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

ISBN 9789740216544

ปีที่พิมพ์ มีนาคม 2562

สำนักพิมพ์ มติชน


หนังสือมีการเสนอถึงแนวคิดเกี่ยวกับหมู่บ้านชนบทและชาวเขาในประเทศไทยในความเป็นชุมชนที่ด้อยพัฒนาและอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง

ช่วงแรกได้กล่าวถึง Foucault ด้วยความรู้เท่าหางอึ่งของคนอ่านในทฤษฏีของ Foucault ทำให้อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง จับใจความได้ลางๆว่าเป็นการสร้างวัตถุของความรู้ (อันนี้ก็ไม่ clear ว่าคืออะไร?) การวัดค่า การหาความรู้ การประเมินความรู้ อ่าน Foucault ไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่ปริญญาเอกแล้ว

จากการนั่งๆนอนๆอ่านจับใจความได้ว่าความเป็นชนบทของไทยไม่ได้มีมาอย่างชัดเจนจนกระทั่งช่วงปี 1950s ซึ่งถ้านับปีดีๆจะเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเริ่มต้นสงครามเย็น Ideology ของสหรัฐอเมริกาที่มองประเทศไทยเป็นหน่วยที่สกัดการแพร่ของคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งถูกเพิกเฉยโดยภาครัฐก่อนการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐ ภาคอีสานเป็นเพียงสังคมที่ถูกมองว่าเป็นชนบท ล้าหลัง ยากจนและไม่พัฒนา

ในเล่มยังมีปรากฏการณ์การส่งนักมานุษยวิทยาเพื่อเข้ามาทำวิจัยชาวบ้านชาวเขาและ (อันนี้ข้อคิดเห็นส่วนตัวนะ) เริ่มมีการสร้างแนวความคิดว่าชาวบ้านที่ยากจนเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากวาทกรรมเผยแพร่ความเป็นเสรีจากอเมริกาเพื่อต่อต้านการรุกคืบเข้ามาของคอมมิวนิสต์ การสนับสนุนทางมานุษยวิทยาของอเมริกาในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงการสู้กันด้วย Soft Power (ความรู้ ความเชื่อ ลัทธิ แนวคิด ideologies ต่างๆ)

ทั้งนี้การเข้ามาของสหรัฐก็นำไปสู่การจัดตั้งองค์ความรู้และวิธีการหาความรู้ทางมนุษยวิทยาแบบสมัยใหม่ ( Modernization) และเป็นต้นแบบการจัดการความรู้ให้กับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆในเรื่องมานุษยวิทยา

มีวลีเด็ดอยู่วลีหนึ่งขอลอกมา

“สมัยก่อนเคล็ดลับแห่งความสำเร็จในการต่อสู้กับกบฏ อยู่ที่การส่งกองทหาร 10 กองไปสู้กับกองโจร 1 กอง แต่สมัยนี้เคล็ดลับอยู่ที่นักมานุษยวิทยา 10 คนต่อกองโจร 1 กอง”

ผนวกกับการที่อเมริกาเข้าไปรบในเวียดนามได้เข็นฆ่าและทำลายชนชุมชนชาวเผ่า มนง (คร่าวๆจับใจความได้ว่า American แอบแปลงานศึกษาชาวเผ่ามนงของนักวิชาการชาวฝรั่งเศสและแจกจ่ายให้กับทหารอเมริกันในเวียดนาม)

ถ้าอ่านดีๆเราจะเห็นว่าองค์กรต่างๆอย่าง AAA, AACT, ARPA พวกนี้ไม่ได้เข้ามาแบบ innocent หรือ Peace Keeping อย่างที่บอกพวกเรา เขามักมี Agenda แปลกๆและเกี่ยวพันกับปฏิบัติการทหารอย่างที่เราเห็นได้ในเคสของ ชนเผ่ามนง ถึงแม้รัฐบาลสหรัฐและ Peter Hinton นักมานุษยวิทยาชาวออสเตรเลียซึ่งทำงานให้กับอเมริกาในช่วงนั้นจะปฏิเสธเสียงแข็งก็ตาม ซึ่งอันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการไร้ซึ่ง Ethics ในการทำวิจัยเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชุมชน

ขี้เกียจเขียนต่อ แต่เป็นหนังสือที่ Eye Opening อีกเล่มหนึ่ง แนะนำให้ควรหามาอ่าน เพราะจะได้ ideas และความรู้ในเรื่องนี้มาอีกเยอะ
 
ป.ล. ด้วยความรู้ทางมานุษยวิทยาที่เท่าหางอึ่งหากสื่อสารในข้อใดผิดพลาดไป ผู้เขียนขออภัย น้อมรับคำติชมทุกประการ

รักคนอ่าน ❤️❤️❤️
credit รูป chanwity@pixabay
https://pixabay.com/photos/buffalo-farmer-water-thai-rice-4305380/
SHARE
Written in this book
book review
Writer
Diamondminer
writer
บ่นขิงข่า ทุกอย่างในโลกใบนี้

Comments