มันก็แค่....(เหมือน)...
ฉันก็เคยคิดแบบชื่อเรื่องนี้แหละ


มันก็แค่...ความรักฉาบฉวย
มันก็แค่...คนไม่มีจิตสำนึกมาเจอกัน
มันก็แค่...เรื่องพร่ำเพ้อ
มันก็แค่...คนโดนทิ้งแล้วยังไม่ยอมรับความจริง!

มันก็แค่...
หลายครั้งที่เราตัดสินใจเดินออกจากความสำพันธ์นี้.
ฉันหันหลังให้มันเช่นกัน...

"ทางข้างหน้านั่นยังมีเรื่องราว ผู้คน สิ่งต่างๆมากมายให้เราเรียนรู้..."


กระทั้ง...ฉันได้รู้...ในสิ่งที่ไม่รู้
แทบไม่เคยสนใจเรื่องแนวนี้
และดูท่าจะห่างไกลจากวิถีชีวิตมากๆ
"สมาธิ"หรอ...บอกตรงๆไม่เคยคิดจะนั่ง (ทุกวันนี้ก็ไม่นั่ง)

เพราะวีถีของฉันมันไม่ได้"ดีงาม"
(ในนัยยะที่สังคมตีกรอบตัดสินความ"ดีงาม"ไว้อ่ะนะ)
ยังสังสรรเพื่อนฝูง(ที่จริงไม่อยากกิินแต่เกรงใจเพื่อน เค้าอุตส่าห์นึกถึงเรา) 
และการมาของเพื่่อนยังทำให้"ไอใครคนนัั้น" คิดมากน้้อยใจคิดอะไรไปเรืื่อย ใจเราไม่อยากให้้เค้าเป็น-คิิดแบบนั้น...เรายิ่งเข้าใจผิดกันไปใหญ่
กำแพงเริ่มก่อตัว...
ดื่ม-สูบบุหรี่-มึนๆ
กำลังทุกข์เศร้าสุด แต่ก็ต้องทำเฮฮาฉันโอเค มึนๆไป 

ในขณะเดียวกัน.

ก็หาเวลาปลีกตัว อยู่กับตัวเอง ร้องไห้ จม ดิ่ง ตั้งสติ 
คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ
ทุกข์เป็นอย่างไร...
สุขเป็นอย่างไร...
เฉยๆเป็นอย่างไร...
ออกจากทุกข์อย่างไร...

พอดึกๆเพื่อนมา...ก็เอาอีกละ!
ไม่รู้ดิ...มันปฏิเสธไม่ได้ ที่จริงเหมือนมานั่งคุยกัน ปรับทุกข์บ้าง เล่าเรื่องดีๆบ้าง หาไอเดียบ้าง ปรึกษานู้นนี้ โดยมีเหล้าเป็นเครื่องดื่มมากกว่า
(คือเพื่อนกลุ่มนี้ก็อยู่เคียงข้างเราพร้อมๆกับเค้า)

เรารู้ดีนะว่านี่"ไม่ใช่การดื่มเพื่อลืมเธอ"
เพราะการที่จะเลิกทุกข์ 
มันไม่สามารถออกจากมันได้ด้วยการดื่มให้เมามาย ดีไม่ดีตื่นมานี่แย่หนักกว่าเดิมอีก...5555

ทว่า....
"สมาธิ"ที่เกิดโดยธรรมชาติ ไม่ได้ต้องมาทำตามอย่างที่"เค้าว่าไว้" มันเกิดตามวิถี...ที่ต้องอยู่กับความทุกข์
ฉันไม่เคยรู้มาก่อน....ว่าสิ่งที่ฉันเป็นมัน"นิยาม" ว่าอะไร.

ฉันแค่บอกได้ว่า...
สิ่งที่คิด~ที่ทำ~ความรู้สึก ได้ชัดเจน แม้แต่ขณะที่กำลังหลอกตัวเอง ก็รู้ว่ากำลังหลอกตัวเอง

ฉันเห็นตัวเองได้ลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นและเห็นมาก่อน

ฉันสัมผัสความรู้สึกดี~ร้าย ของคนรอบข้างได้เร็ว(เหนื่อยมากตรงนี้ ทำให้ตัวเองนอยด์ง่าย)

ฉันเริ่มได้รับกระแสโทรจิต(แรกๆไม่รู้ว่าเรียกโทรจิต)

ฉันเริ่มสัมผัสพลังงานที่มองด้วยตาไม่เห็น ตอนเด็กๆก็เห็นแต่จะกลัวมาก จนมาพักหลังมันนิ่งไปเอง(ไม่ใช่ไม่กลัว แต่รู้สึกเข้าใจเค้า)

ความทรงจำต่างๆเริ่มไหลกลับมา... อุดมการณ์เก่าก่อนที่หลงลืม
"ฉันเกิดมาเพื่ออะไร?" 
ใช่!!!...ตั้งแต่เด็กฉันอยากให้สังคมสงบสุข ไม่ทะเลาะ เข้าใจกัน รักกันไม่ใส่ร้าย แบ่งพรรคพวก ทำลายกันเพราะฉันโตในบ้านที่พ่อแม่ทะเลาะตบตีกัน ใช้อารมณ์ มีเหตุผลให้แต่ตัวเอง โดยไม่สนเหตุผลความรู้สึกคนอื่น เฝ้าหาคนผิด เพื่อให้ตนถูก บลาๆๆๆ(ขออโหสิแก่ครอบครัว 🙏ลูกขอเขียนถ่ายทอดเป็นวิทยาทาน)

จนอายุ15 เริ่มได้ออกมาใช้ชีวิตเจอผู้คนมากขึ้น ก็ยิ่งสงสัย...????
ทำไมนะ? มันไม่ใช่แค่ในบ้านเรา สังคมที่เราอยู่นี้ แม้แต่คนที่เรียกกันว่า"เพื่อนรัก" ยังทำร้ายนินทากันลับหลัง เพื่อผลประโยชน์ เพื่อความสะใจ เพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่า

" ความไว้ใจเชื่อใจ ความรักความจริงใจ " กลายเป็นเหมือนตราของคนโง่ไม่ทันคน!
•เมื่อใจเริ่มต้นด้วย"ความรัก"แก่ทุกคน และทุกคนปลูกความรักไว้ในหัวใจเช่นเดียวกัน มอบให้ตน มอบให้ผู้อื่น เราจะไม่ต้องกลัวเป็นสิ่งนี้เลย จะไม่มีคนโง่คนไม่ทันคน...เพราะจะไม่มีใครเจตนาร้ายต่อกัน...และแม้เกิดปัญหา เราจะพร้อมเข้าใจให้อภัยเค้าและตัวเราเอง•
ทว่า...เมื่อโลกยังเป็นแบบนี้ สิ่งที่เราหล่อหลอมปลูกฝังกันมายาวนาน...เราต้องรักษาแผลเรื้อรังพวกนั้น...ซึ่งมันต้องใช้เวลา...


เราที่อยู่ตรงกลาง นั่นก็เพื่อน นี่ก็เพื่อน ไม่เข้าพวกกับใคร ทุกคนคือเพื่อนเท่าเทียม ไม่ได้คิดตามใคร อะไรที่ดูรุนแรงเกินไปก็จะทักให้ระวังตัว บางครั้งก็กลายเป็นนกสองหัวไปอีก 
มันเศร้าใจ...

ฉันอยากนำความ"สันติ" สู่ใจเราทุกคน ใช่...ฉันอยากทำมันให้โลกใบนี้🌎
ฉันพอจะช่วยพวกเค้าได้มั้ย? อายุ15ฉันเขียนมันขึ้นมา ในสมุดเล่มหนึ่ง เรื่องราวของ"ความสันติ " เขียนจากความรู้สึก ไม่ได้มีข้อมูลอ้างอิง คานธีก็ไม่รู้จัก มันแค่...จากความรู้สึก วางไว้ตรงนั้น... ที่ๆเพื่อนๆของฉันมานั่งเล่น เผื่อเค้าจะหยิบมันขึ้นมาอ่าน เผื่อมันจะมีประโยชน์แก่ผู้อื่น
ความคิดสร้างสรรค์-ปรัชญาต่างๆมันเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ เช่น (ตกบันไดปุ๊บ ปรัชญาเกิดปั๊บ)


และการพัฒนาชีวิตในแง่โลกแห่งความสมมุติ ที่มันเป็นจริง
ความสำเร็จ...หน้าที่การงาน

มันค่อยๆไหลมา พร้อมๆกัน
เติบโตจากภายในจิตวิญญาณ
และ
กายภายนอก ที่ยอมรับของสังคม

บางครั้ง...ฉันสับสน 
มันเป็นความ"ย้อนแย้ง" สุดๆ
แต่ฉันต้องหาสมดุลย์


อ่านหนังสือหรอ! ดูลายมือให้เค้า!ทำตัวเป็นตัวตลก!หากการดูลายมือของฉัน ทำให้ป้าคนนึงที่ในใจเปี่ยมไปด้วยความหวััง
ในพร้อมกันนั้นก็มีความอ่อนล้ามากมาย ความรับผิดชอบ ลูกหลานที่ต้องเลี้ยงดู
การที่เราจับมือแกขึ้นมา หนูดูให้^^คุณป้ายังไปต่อได้นะคะ ทำได้เรื่อยๆเลี้ยงลูกหลานได้^^
คุณป้าจากไปด้วยรอยยิ้มคำขอบคุณและกำลังใจเต็มเปี่ยมอีกครั้ง...

ตัวตลก>>>ที่คุ้มค่า>>>ฉันยอม
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเป็น แต่หลงลืมมันไปด้วยอะไรก็แล้วแต่ ...."เธอ" เป็นคนปลุกมันขึ้นมาอีกครั้ง...และครั้งนี้ "ฉันจะไม่ลืมมันอีก"
ขอบคุณนะครับผม😊









SHARE
Writer
AiTwin
Writer
แนะนำ แลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ ตั้งคำถาม~หาคำตอบ

Comments