Higashino Keigo เป็นใคร และทำไมเราจึงควรอ่านงานของเขา?
โพสต์วันนี้เขียนขึ้นเพื่อขอบคุณแอดมินเพจ Higashino Keigo ความลึกลับและมหัศจรรย์ เนื่องจากคุณแอดมินใจดีส่งหน้ากากอนามัยมาให้เพราะทราบข่าวว่าเราอยู่เชียงใหม่และอากาศที่เชียงใหม่วิกฤตมาก เราไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจเธออย่างไรดี ก็เลยขอเขียนโพสต์วันนี้เพื่อเรียกแขกมาติดตามงานเขียนของคุณเคโงะกันดีกว่าค่ะ!



1

Higashino Keigo เป็นนักเขียนชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานหลักเป็นนิยายแนวอาชญากรรม ส่วนใหญ่ตัวละครจะเป็นคนเดินดินธรรมดา แต่ชีวิตเกิดผลิกผันเพราะเจอผลกระทบจากคดีฆาตกรรม งานเขียนของอ.เคโงะมีความดราม่ามากกว่าจะเน้นฉากฆาตกรรมสยดสยอง ให้ความสำคัญกับแรงจูงใจในการก่อคดีมากกว่าจะมุ่งเน้นว่า “ใครฆ่า” หรือ “ฆ่าอย่างไร”

ส่วนใหญ่ คนอ่านจะทราบทันทีตั้งแต่บทแรกเลยว่าคนร้ายเป็นใคร เนื้อหาทั้งเล่มจะเล่าให้เราเข้าใจความคิดความรู้สึกของคนๆ หนึ่งว่าทำไมจึงตัดสินใจก่อคดี เมื่อเวลาในเรื่องดำเนินไป คนอ่านจะทยอยเห็นเรื่องราวทั้งหลายวิ่งรายล้อมตัวผู้ต้องสงสัย มูลเหตุจูงใจในการก่อคดีจะค่อยๆ ถูกลำดับไล่เรียงเหตุการณ์ออกมา

งานเขียนของอ.เคโงะส่วนใหญ่เป็นแนวเน้นพล็อต แทบทั้งหมดเล่าเรื่องผ่านมุมมองบุคคลที่ 3 แต่ถึงไม่ได้มุ่งเน้นว่าใครฆ่าหรือฆ่าอย่างไร กลวิธีการฆ่าในแต่ละเล่มก็ไม่เคยมีความธรรมดา อ.เคโงะเป็นวิศวกรที่ผันตัวมาเป็นนักเขียนนิยายสืบสวน ฉะนั้น การตายที่ดูเรียบง่ายอย่างยิ่งจึงไม่เคยง่ายจริงเลยสักครั้ง และการที่คนเราไม่รู้หลักการวิทยาศาสตร์ บางครั้งก็ทำให้เกิดเรื่องสลดใจที่ไม่มีวันหวนกลับไปแก้ไขได้อีก

หลังผ่านเซอไพรส์ครั้งแล้วครั้งเล่าไปจนถึงบทสุดท้าย หรือบางที ต้องรอจนถึงย่อหน้าสุดท้ายของเรื่อง เราถึงจะเข้าใจได้ว่าทั้งหมดที่อ่านมา คนเขียนต้องการจะสื่ออะไร

เรื่องราวของอ.เคโงะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และแสดงความเป็นมนุษย์ออกมามากกว่าเน้นทริคสังหารคลุ้งกลิ่นคาวเลือดอย่างนิยายสืบสวนทั่วไป เมื่ออ่านจบ คนอ่านจะพบว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินคนอื่นเลย หลายครั้งเมื่ออ่าน ก็อดเห็นใจคนร้ายไม่ได้จริงๆ



2

ผลงานช่วงแรกของอ.เคโงะ เป็นงานเขียนแนวลึกลับสืบสวนจริงจัง ใช้ตรรกะเป็นหลัก งานหลายชิ้นพูดเรื่องวิทยาศาสตร์โดยตรง เช่น การสร้างพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือการปลูกถ่ายสมอง แต่ผลงานระยะหลังมีความหลากหลายจนระบุประเภทงานเขียนลำบาก ต้องดูกันไปเป็นเรื่องๆ ว่าเล่มไหนเป็นแนวไหน

อ.เคโงะเคยพักงานเขียนไปช่วงหนึ่งหลัง “ความลับ” ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1998 ผลงานถูกสร้างทั้งฉบับละครและภาพยนตร์ (นำแสดงโดยเรียวโกะ ฮิโรสุเอะ) “ความลับ” ได้เข้าชิงรางวัลนาโอกิ และได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทนิยายจากสมาคมนักเขียนนิยายลึกลับ-สืบสวนญี่ปุ่นในปี 1999 (ก่อนหน้านี้ อาจารย์เคยได้รางวัลประเภทเรื่องสั้นจากสมาคมนักเขียนฯ มาแล้ว)

เมื่อกลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง ผลงานของอ.เคโงะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการหยิบยกประเด็นสังคมและประเด็นหนักๆ มาใช้ในเรื่อง จากบทสัมภาษณ์พบว่า อ.เคโงะเป็นพวกเขียนงานสต็อคเก็บไว้ 2-3 เรื่องเสมอ เป็นคนที่คิดเรื่องวัตถุดิบที่จะเอามาใช้ในการเขียนตลอดเวลา มีผลงานตีพิมพ์ปีละ 2-4 เรื่องมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มเป็นนักเขียนเต็มเวลาในปี 1986


ก่อนเรื่อง “ความลับ” จะกลายเป็นนิยายขายดี อ.เคโงะเขียนงานสืบสวนพล็อตซับซ้อนไว้หลายชิ้น แต่เสียงตอบรับไม่น่าชื่นใจเท่าไร หัวข้อที่พูดถึงในเรื่องไม่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ และยอดขายก็ไม่ดีนัก ชีวิตการเป็นนักเขียนช่วงแรกของอ.เคโงะจึงเริ่มต้นอย่างเจียมตน

หลังโด่งดังจาก “ความลับ” (ปี1998) ชื่อเสียงของ Higashino Keigo เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปบ้าง ต่อมาในปี 2007 เรื่องสั้นและนิยายในซีรีย์กาลิเลโอถูกหยิบไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ก่อนจะตามด้วย “กลลวงซ่อนตาย” ฉบับภาพยนตร์ในปีถัดมาที่ส่งให้ยอดขายนิยายถล่มทลายกลายเป็นพลุแตก อ.เคโงะกลายเป็นนักเขียนระดับเบสต์เซลเลอร์ทันที

มีคนเคยบอกไว้ว่า รางวัลนาโอกิเป็นรางวัลทางวรรณกรรมที่ใหญ่จริง แต่เป็นเหมือนจักรพรรดิไร้มงกุฎ เพราะความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของรางวัลนี้ขึ้นๆ ลงๆ ไปแต่ละปี นักเขียนญี่ปุ่นจะได้รับการยอมรับจากคนในวงการก็ต่อเมื่อได้รางวัลจากสมาคมนักเขียนร่วมด้วยเท่านั้น

อ.เคโงะได้รับรางวัลชนะเลิศจากสมาคมนักเขียนฯ มาแล้ว และหลังจากมีผลงานเข้าชิงรางวัลนาโอกิต่อเนื่องถึง 5 เรื่อง คือ ความลับ (ปี 1999) พระอาทิตย์เที่ยงคืน (ปี 2000) One-handed Love (ปี 2001 - ไม่มีแปลไทย) จดหมายจากฆาตกร (ปี 2003) และ Military Night (ปี 2004 - ไม่มีแปลไทย)ในที่สุด ปี 2006 อาจารย์ก็คว้ารางวัลชนะเลิศ รางวัลนาโอกิไปได้ด้วยเรื่อง “กลลวงซ่อนตาย”

ฉบับแปลของ “กลลวงซ่อนตาย” ในชื่อ Devotion of Suspect X คว้ารางวัลทั้ง Edgar Award, รางวัลสมาคมห้องสมุดแห่งอเมริกา และ Barry Award 
 
อ.เคโงะได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมนักเขียนนิยายลึกลับ-สืบสวนญี่ปุ่นระหว่างปี 2009 – 2013

ปัจจุบัน อาจารย์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัลนาโอกิมาตั้งแต่ปี 2014



3

ในผลงานบทความของอ.เคโงะ เรื่อง “ตอนนั้นเรายังโง่อยู่”(ไม่มีแปลไทย) อ.เคโงะสารภาพว่าตอนเป็นเด็กไม่อ่านหนังสือเลย ส่วนใหญ่อ่านการ์ตูนมากกว่า ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ามีนิยายลึกลับหรือนิยายสืบสวนอยู่ด้วย ไม่รู้จักรางวัลนักเขียนเอโดกาวะ รัมโป แถมยังเข้าใจว่าเอโดกาวะ รัมโป คือ เอ็ดการ์ อลัน โพ อีกต่างหาก กว่าจะเริ่มอ่านนิยายก็เป็นตอนม.ปลายแล้ว และที่เริ่มอ่านนิยายลึกลับ-สืบสวนก็เพราะพี่/น้องสาวอ่านมาก่อน อาจารย์เล่าว่าผลการเรียนของตัวเองไม่ดี ยิ่งคะแนนวิชาภาษาญี่ปุ่นยิ่งไปกันใหญ่ เขียนคันจิในข้อสอบก็ไม่ค่อยได้ แค่จะอ่านโจทย์ยังลำบากเลย

สมัยเด็ก อ.เคโงะอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เพราะมันมีภาพ ดนตรี และเรื่องราวอยู่ในนั้น อาจารย์เคยลองถ่ายทำด้วย เล่นเองกำกับเอง อ.เคโงะเล่าว่า ถ้าได้ดูสตาร์วอร์สตอนม.ปลาย เป็นใครก็ต้องอยากทำหนังกันทั้งนั้น เผอิญว่าหนังที่อาจารย์ได้ดูคือเรื่อง Jaws ก็เลยพับความคิดเป็นผู้กำกับไป (กว่าจะได้ดูสตาร์วอร์สก็เป็นตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว)

ในปี 1974 ตอนเรียนชั้นม.5 อ.เคโงะได้อ่านเรื่อง “อะคิมิดิส มือไม่เปื้อน” งานเขียนรางวัลเอโดกาวะ รัมโปเป็นครั้งแรก ตัวละครในเรื่องอะคิมิดิสฯ เป็นนักเรียนม.ปลายเหมือนตัวอาจารย์เอง ก็เลยอ่านได้แบบรวดเดียวจบ งานชิ้นนี้ อ.เคโงะบอกว่า ให้อารมณ์ประมาณผลงานของอะคากาวะ จิโร่ และเรื่องนี้เป็นนิยายเล่มแรกในชีวิตที่อ.เคโงะอ่านจนจบเล่มได้

พออ่านจบก็ตามหางานเขียนอื่นๆ ที่พ่วงดีกรีรางวัลเอโดกาวะ รัมโปมาอ่านต่อ และเริ่มเขียนนิยายสืบสวนของตัวเองเป็นครั้งแรก ผลงานเขียนชิ้นแรกของอ.เคโงะชื่อ Android warns (ไม่เคยถูกตีพิมพ์จวบจนปัจจุบัน) หลังจากนั้นเขียนเรื่อง Sphinx Block แต่ไม่ค่อยจริงจังเท่าไร เขียนจบได้ในปี 1978 และส่งต่อกันไปอ่านในหมู่เพื่อนๆ เท่านั้น

หลังเรียนจบมัธยมปลาย อ.เคโงะเป้ออยู่ 1 ปี ก่อนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจังหวัดโอซาก้า ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าได้ สมัยเรียนเป็นหัวหน้าชมรมยิงธนู และเล่นกีฬาชนิดอื่น เช่น เคนโด เบสบอล สกีกระโดด และสโนว์บอร์ดด้วย เนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวถูกหยิบมาใช้ในงานเขียนเรื่อง After School (ไม่มีแปลไทย) ผลงานเดบิวของอ.เคโงะในปี 1985

ปี 1981 หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี อ.เคโงะเข้าทำงานเป็นวิศวกรดูแลชิ้นส่วนยานยนต์ในบริษัทนิปปอนเดนโซ และใช้เวลานอกเหนือเวลางานแต่งนิยายนักสืบ ปี 1983 ส่งเรื่อง The House of Dolls เข้าประกวดรางวัลเอโดงาวะ รัมโป ได้ที่ 2 อ.เคโงะเล่าว่า ตอนนั้นถ้างานเขียนผ่านเข้ารอบสองได้ จะแต่งงานกับแฟน แฟนของอาจารย์เป็นครูพิเศษโรงเรียนมัธยมปลายสตรี อาจารย์ก็เลยเขียนเรื่องให้ตัวละครหลักอยู่ในโรงเรียนมัธยมปลาย

ปี 1984 อ.เคโงะส่งผลงาน The Magic Ball เข้าประกวดรางวัล Random Walk แต่ตกรอบสุดท้าย วันถัดมาก็ได้ทราบข่าวว่าผลงานเรื่อง After School ที่ส่งประกวดรางวัลเอโดงะวะ รัมโปได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้อ.เคโงะได้เปิดตัวในฐานะนักเขียนอย่างเป็นทางการ (อายุ 27 ปี) อ.เคโงะลาออกจากงานประจำ และย้ายจากบ้านเกิดในโอซาก้าเข้ามาอยู่ในโตเกียว เดือนมีนาคม ปี 1986 เพื่อเป็นนักเขียนเต็มเวลา

4

อ.เคโงะไม่มีนักเขียนคนโปรด งานส่วนใหญ่ที่อ่านจะเป็นแนวลึกลับ ชอบอ่านผลงานที่ได้รางวัล Random Walk และไม่ค่อยอ่านงานเขียนเล่มดังๆ ของตัวเอง ไม่ชอบเข้าร้านหนังสือ เพราะหนังสือออกใหม่เยอะแยะมากมาย ถ้าเข้าไปที่ร้านก็ต้องขุดหาอยู่นาน อาจารย์ชอบสั่งซื้อให้มาส่งมากกว่า

หนังสือที่ต้องมีวางไว้ใกล้ตัวอ.เคโงะเป็นหนังสือการ์ตูนเรื่อง โจ สิงห์สังเวียน (การ์ตูนนักมวย) และดาวแห่งไจแอนท์ (การ์ตูนนักเบสบอล) อาจารย์หยิบอ่านตลอดและบอกว่าเป็นผลงานที่มีอิทธิพลต่อตัวเองมาก ที่ตัวเอกเรื่อง Tokio (ยังไม่มีแปลไทย) เล่นเบสบอลและมวย ก็เพราะอาจารย์ชอบการ์ตูนสองเรื่องนี้มากนั่นเอง

เมื่อถามย้ำว่าอาจารย์อ่านสองเรื่องนี้บ่อยแค่ไหน อ.เคโงะก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นคนไม่อ่านหนังสือสักเท่าไร เพราะอ่านหนังสือทีไรก็ง่วงตลอด ก็เลยจะใช้วิธีอ่านหนังสือก่อนนอน อ่านไปสักพักก็จะหลับได้เลย แต่ถ้าเป็นการ์ตูนสองเรื่องนี้จะต่างไป เช่น วันที่ไปดื่มมา ก่อนนอนก็จะไม่อ่านหนังสือ แต่เลือกที่จะหยิบเรื่องดาวแห่งไจแอนท์มาอ่านแทน

ถึงงานเขียนของอ.เคโงะจะเนื้อหาจริงจัง แต่จากการพูดคุยกับบ.ก.ของคุณเคโงะ (คลิปในงานแฟนมีต งานสัปดาห์หนังสือเดือนตุลาคม 2018) พบว่า อ.เคโงะไม่ได้เป็นคนเก็บตัว เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่พูดคุยได้เป็นอย่างดี และเป็นคนชอบเล่นกีฬา สโนว์บอร์ดเป็นกีฬาโปรดที่ถือเป็นงานอดิเรก ส่วนการดูแลตนเอง อ.เคโงะออกกำลังกายสม่ำเสมอมาสามสิบกว่าปีแล้ว (ปัจจุบันอายุ 61) เพราะรู้สึกว่าตัวเองออกกำลังกายน้อยเกินไป วิธีออกกำลังง่ายๆ คือยกดัมเบล หนัก 5 กิโลสำหรับมือขวา และหนัก 6 กิโลสำหรับมือซ้าย

5

เมื่อถามว่า ตอนเขียน “กลลวงซ่อนตาย” จบไปแล้วได้รางวัลมากมาย แถมเป็นรางวัลใหญ่อีกต่างหาก ทั้งรางวัลนาโอกิและ True Mystery Grand Prize มีความหนักใจไหมที่จะเขียนงานชิ้นต่อมา เพราะใช้เวลาถึง 3 ปีเว้นไปกว่าจะออกเรื่องต่อในซีรีย์กาลิเลโออกมาได้

อ.เคโงะบอกว่า คนเราต้องมีอาชีพในระยะยาว พอคิดแบบนั้นก็เลยไม่เครียดเท่าไร ถ้าจะรู้สึกน่าจะเป็นเสียใจมากกว่า เพราะไม่ว่าผลงานแบบใดที่ปล่อยออกมาก็ไม่ควรถูกหยิบเอาไปเปรียบเทียบกับผลงานชิ้นก่อนหน้าในอดีตง่ายๆ แล้วบอกว่าเขียนให้เหนือกว่าผลงานก่อนหน้าสิ ก็เลยทำให้ตัดสินใจเขียนงานที่ฉีกออกไปคนละทางกับ “กลลวงซ่อนตาย” และได้ออกมาเป็น “พิษรักสั่งตาย”

ตอนที่เขียน “กลลวงซ่อนตาย” จบ ก็รู้ชัดแล้วว่าผลงานเรื่องต่อไปคนร้ายต้องเป็นผู้หญิง ไอเดียเกิดขึ้นไวมาก เพราะในขณะที่เขียนเรื่องอิชิงามิ(ตัวเอกของกลลวงซ่อนตาย) คือสนุกที่จะเขียนเรื่องของผู้ชายที่มีกลิ่นอายแบบลุงๆ แบบนี้นะ //หัวเราะ พอเขียนได้จนเสร็จ ก็อดใจรอแทบไม่ไหว อยากเปลี่ยนบรรยากาศออกจากความลุงไปแนวอื่นเลย

อิชิงามิเป็นคนหนุ่ม แต่ให้ความรู้สึกแบบลุงมืดมน ที่คิดไว้ตอนแรกคืออยากเขียนเรื่องให้ผศ.ยุคาวะเจอคู่ปรับ (ผศ.ยุคาวะเป็นตัวละครเอกของซีรีย์กาลิเลโอ) เพราะผศ.ยุคาวะเป็นนักฟิสิกส์ ก็เลยจัดให้เจอนักคณิตศาสตร์อย่างอิชิงามิ ตั้งใจอยากให้เจอศัตรูตัวฉกาจ อิชิงามิเป็นพวกตรรกะ ให้พวกตรรกะกับตรรกะชนกัน เป็นการปะทะกันของคนสองคนที่มีวิธีคิดอย่างเป็นระบบ

แต่ “พิษรักสั่งตาย” อยากหยิบจุดอ่อนที่สุดของผศ.ยุคาวะมาเล่น ก็เลยให้อาชญากรเป็นคนที่ใช้ทริคชนิดที่ไม่สมเหตุผลเลย อ.เคโงะบอกว่า เค้ารู้สึกว่าคนที่จะคิดทำอะไรแบบนี้ได้ คนร้ายต้องเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ก็เลยไปให้สุด จัดให้เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในโลกที่ผศ.ยุคาวะกับอิชิงามิไม่มีทางเข้าใจ ตัวละครหลักของเรื่อง “พิษรักสั่งตาย” อายาเนะ ครูสอนทำผ้าควิลท์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จึงถือกำเนิดขึ้นมา

อ.เคโงะบอกว่า เวลาเขียน อย่าเริ่มเขียนเร็วไป ต้องมีทริคในเรื่องก่อน แต่ทริคก็ค่อยเติมเพิ่มเข้าไปทีหลังได้ ส่วนเรื่องมุมมองของตัวละคร เช่น ตัวละครเฉพาะทางแบบนักคณิตศาสตร์ การมีมุมมองของตัวละครแบบนี้ไม่ง่าย ตัวอาจารย์เองก็ยังพยายามอยู่ ยากดีแต่ก็สนุก ความสัมพันธ์ระหว่างทริคที่ใช้กับเป้าหมายที่ตัวละครต้องการจะไม่ใช่ว่า “อืม... คนนี้ต้องทำแบบนี้แน่นอน” แต่เป็น “ถ้าเป็นคนๆ นี้น่าจะใช้วิธีอย่างนี้นะ” ทริคในเรื่อง “พิษรักสั่งตาย” เอง มันเป็นทริคชนิดที่ไม่มีทางทำให้เกิดขึ้นจริงได้เลย ถ้าเป็นคนทั่วๆ ไป ดังนั้น ถ้าจะวาดภาพใครสักคนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ ก่อนอื่นก็ต้องถามตัวเองก่อนเลยว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนแบบไหน คือ จับทริคกับตัวละครมารวมร่างกัน แล้วสร้างเป็นตัวละครตัวนี้ออกมา

6

นับถึงปลายปี 2018 อ.เคโงะมีผลงานนิยายและรวมเรื่องสั้นตีพิมพ์ทั้งสิ้น 89 เรื่อง รวมบทความ 5 เล่ม หนังสือภาพ 1 เรื่อง และผลงานอื่นๆ

งานเขียนของอ.เคโงะโดยมากเป็นแบบเล่มเดียวจบ 
เช่น พระอาทิตย์เที่ยงคืน(สนพ.เนชั่น) ร้านขายของชำของคุณนามิยะ(น้ำพุ สนพ.) จดหมายจากฆาตกร กับ ความลับ (สองเรื่องหลัง โดย Maxx Publishing วางตลาดต้นเดือนเมษายน 2019, เคยตีพิมพ์แล้ว โดย สนพ.เจบุ๊คส์) When the curtain of prayer comes down (ปี 2013 – ยังไม่มีแปลไทย)


งานเขียนที่เป็นซีรีย์มีอยู่ 7 ชุด คือ

1.ซีรีย์กาลิเลโอ(สนพ.ไดฟุกุลิทซื้อลิขสิทธิ์แล้ว 9 เล่ม ทยอยตีพิมพ์ออกมาแล้ว 5 เรื่อง) คดีฆาตกรรมที่ใช้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์มาเป็นจุดเด่น เรื่องราวของนายตำรวจหนุ่มคุซานางิที่มีเพื่อนสนิทเป็นผศ.ยุคาวะ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์แห่งห้องวิจัยหมายเลข 13 มหาวิทยาลัยเทโตะ ซีรีย์นี้มีทั้งแบบเล่มเดียวจบและรวมเรื่องสั้น เล่มที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดคือ กลลวงซ่อนตาย (สนพ.ไดฟุกุลิท, ชื่อเดิม รักลวงตาย สนพ.เจบุ๊คส์) และ พิษรักสั่งตาย (สนพ.ไดฟุกุลิท, ชื่อเดิม รักต้องฆ่า สนพ.เจบุ๊คส์)

2.ซีรีย์คางะ(สนพ.เนชั่นแปลออกมาแล้วหลายเล่ม) เรื่องราวของนายตำรวจคนใหม่ชื่อคางะ ถูกย้ายมาประจำสถานีนิฮงบาชิ(ย่านร้านค้าเก่าแก่และย่านวัฒนธรรม) เล่มที่ไม่ควรพลาดคือ ปริศนาฆาตกรรมกับตำรวจหน้าใหม่ เป็น Cozy Mystery แสดงให้เห็นความรักความอบอุ่นของครอบครัวและความสัมพันธ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านเดียวกัน คือเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่โทนเรื่องเป็นแนวอบอุ่น, และ เจตนาเลือด เป็นเรื่องที่เล่าวิธีการทำงานของนักเขียนเพราะในเรื่องมีตัวละครเป็นนักเขียนถึง 2 คน ใครชอบแนวจิตๆ เรื่องนี้จิตใช้ได้เลย

3.ซีรีย์นานิวะ(ยังไม่มีแปลไทย)

4.ซีรีย์ไดโกโร่(ยังไม่มีแปลไทย)

5.ซีรีย์สกี(ยังไม่มีแปลไทย)

6.ซีรีย์ลาปลาซ(ยังไม่มีแปลไทย)

7.ซีรีย์ Masquerade Hotel (น้ำพุ สนพ. แปลออกมาแล้ว 2 เล่มในชื่อพิกัดต่อไปใครเป็นศพ) เรื่องราวฆาตกรรมในโรงแรมหรู ตำรวจต้องปลอมตัวเข้ามาเป็นพนักงานในโรงแรมเพื่อสืบหาข้อมูลคนร้าย มีสาวพนักงานต้อนรับคนเก่งเป็นคู่หูในการสืบสวนและเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นสอนตำรวจที่ทำงานบริการไม่เป็นให้ทำเป็นให้ได้ คืออยากสืบคดีก็สืบไป แต่ห้ามทำให้มาตรฐานการบริการของโรงแรมด่างพร้อยเด็ดขาด


7

ในประเทศญี่ปุ่น ผลงานของอ.เคโงะประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งกวาดรางวัลและทำยอดขายถล่มทลาย ผลงานแทบทุกเรื่องถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ บางเรื่องถูกสร้างทั้งเวอร์ชั่นละครและภาพยนตร์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผลงานที่โด่งดังมากๆ อย่าง กลลวงซ่อนตาย ความลับ พระอาทิตย์เที่ยงคืน ร้านชำของคุณนามิยะ ถูกต่างประเทศซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างภาพยนตร์ฉบับรีเมคกันหลายเวอร์ชั่น

ผลงานนิยายแปลไทยเล่มล่าสุดของอ.เคโงะ ณ เดือนมีนาคม 2019 คือ ภาพสุดท้ายที่คนตายได้เห็น (hummingbooks วางตลาดต้นเดือนเมษายน) และ กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ (สนพ.ไดฟุกุลิท วางแผงธันวาคม 2018) 

ผลงานแปลไทยที่จะออกเพิ่มเติมในปี 2019 อยู่ระหว่างจัดเตรียมต้นฉบับแปล โดยทีมงานสนพ. J Class มีสองเล่ม คือ Brutus no Shinzo (ブルータスの心臓―完全犯罪殺人リレー) และ Utsuro na juujika (虚ろな十字架)
 
หากใครอยากติดตามผลงานละคร เรื่อง ภาพสุดท้ายที่คนตายได้เห็น พึ่งออนแอร์ซีรีย์ตอนแรกไปที่ญี่ปุ่นเมื่อวันเสาร์ที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องแนวพิศวาสฆาตกรรม ได้ฮารุมะ มิอุระ (Sky of Love) มารับบทบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่สูญเสียความทรงจำไปเสี้ยวหนึ่ง หญิงสาวปริศนาปรากฏตัวขึ้น และความทรงจำที่หายไปนั้นเองที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมา 

ส่วนผลงานซีรีย์กาลิเลโอทั้งหมด รวมทั้งภาพยนตร์ในซีรีย์ชุดนี้ สามารถดูแบบซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้ใน VIU

ผลงานภาพยนตร์ของอ.เคโงะมีทยอยเข้าฉายในไทยอยู่บ้าง สองเรื่องล่าสุดที่เข้าโรงฉายที่ญี่ปุ่นในปี 2018 ก็ได้มาฉายในบ้านเราเช่นกัน คือ แม่มดแห่งลาปลาซ โดย M Pictures เข้าฉายปี 2018 และเรื่อง The Crimes That Bind ฉายในงานเทศกาลหนังญี่ปุ่น โดยเจแปนฟาวเดชั่น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

หากชอบชมภาพยนตร์ ปี 2019 มีกำหนดหนังใหม่เข้าโรงฉายที่ญี่ปุ่น 2 เรื่อง 

เรื่องแรก คือ พิกัดต่อไปใครเป็นศพ Masquerade Hotel ได้ทาคุยะ คิมุระ รับบทเป็นนายตำรวจที่ต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมหรูเพื่อสืบคดีและป้องกันเหตุร้าย เนื่องด้วยคนร้ายขู่ว่าจะลงมือในวันเวลาและสถานที่เจาะจง

เรื่องที่สอง คือ รักในโลกพิศวง (สนพ. เจบุ๊คส์) เรื่องราวความรักอันเป็นปริศนาของบรรดานักวิจัยรหัสพันธุกรรมและการหายตัวไปของเพื่อนสนิท ใครชอบอ่านนิยายไซไฟและชอบเรื่องโลกคู่ขนานน่าจะชอบเล่มนี้ ต้องตั้งสติตอนอ่านพอตัว ถึงเรื่องจะถูกนำเสนอออกมาว่าเป็นเรื่องรัก แต่บรรยากาศในเรื่องค่อนไปทางธริลเลอร์มากกว่า


8

คำถามพบบ่อย “ถ้าอยากอ่านงานของ Higashino Keigo ควรเริ่มอ่านจากเล่มไหนดี”

ขอแนะนำให้เริ่มอ่านจากงานขึ้นหิ้งก่อนเลยค่ะ ได้แก่ กลลวงซ่อนตาย พิษรักสั่งตาย ความลับ จดหมายจากฆาตกร และร้านขายของชำของคุณนามิยะ 
ห้าเรื่องนี้จัดเป็น Best all around งานดีมากกก... พล็อตคม ตัวละครลึก สายอ่านตัวจริงไม่ควรพลาดเด็ดขาด

หรือลองเลือกอ่านให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละท่าน ดังนี้

- ถ้าเป็นคนที่ชอบงานของคุณทมยันตี หรือ คุณกฤษณา อโศกสิน
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย จดหมายจากฆาตกร พระอาทิตย์เที่ยงคืน นิ้วสีแดง มนุษย์ตุ๊กตา

- ถ้าเป็นคนที่ชอบงานของคุณว.วินิจฉัยกุล หรือ คุณกิ่งฉัตร
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย พิษรักสั่งตาย เกมรักพาตัว ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก ปริศนาหน้ากากมนุษย์ ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ พิกัดต่อไปใครเป็นศพ ความลับนครรุ่งอรุณ

- ถ้าเป็นคนที่ชอบงานของอ.พงศกร
ลองอ่าน กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ ปริศนาหน้ากากมนุษย์ 
 
- ถ้าชอบโยชิโมโต บานานา, เอคุนิ คาโอริ, หรืออ่านมังงะแนว josei/seinen slice of life
ลองอ่าน ความลับ ร้านขายของชำของคุณนามิยะ ความลับนครรุ่งอรุณ

- ถ้าปกติอ่านแต่งานของสนพ.กำมะหยี่ ไลบรารี่เฮาส์ เอิร์นเนสต์
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย พิษรักสั่งตาย ความลับนครรุ่งอรุณ ความลับ ร้านขายของชำของคุณนามิยะ

- ถ้าปกติอ่านแต่งานของซันเดย์ อาฟเตอร์นูน และงานอื่นๆ แนวอบอุ่นใจ
ลองอ่าน ความลับ ร้านขายของชำของคุณนามิยะ ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่

- ถ้าปกติอ่านนิยายสืบสวน-ฆาตกรรมเป็นประจำ
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย นิ้วสีแดง เจตนาเลือด พิษรักสั่งตาย พระอาทิตย์เที่ยงคืน

- ถ้าปกติอ่านแต่ non-fiction 
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย ความลับ จดหมายจากฆาตกร นิ้วสีแดง ร้านขายของชำของคุณนามิยะ กาลิเลโอไขคดียุ่งเหยิง

- ถ้าปกติอ่านแต่แนวซีไรต์
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย จดหมายจากฆาตกร มนุษย์ตุ๊กตา พระอาทิตย์เที่ยงคืน ปริศนาดอกไม้มายา สมการเปื้อนเลือด

- ถ้าเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว
ลองอ่าน ความลับนครรุ่งอรุณ ความลับ พิษรักสั่งตาย ความลับใต้ทะเลสาบ

- ถ้าเป็นคนมีลูกแล้ว
ลองอ่าน นิ้วสีแดง มนุษย์ตุ๊กตา สมการเปื้อนเลือด ปมปริศนาปีกกิเลน ความลับใต้ทะเลสาบ

-ถ้าเป็นนักเขียนนิยาย
ลองอ่าน กลลวงซ่อนตาย ความลับ ร้านขายของชำของคุณนามิยะ จดหมายจากฆาตกร
 
-ถ้าเป็นนักเขียนเรื่องสั้น
ลองอ่าน กาลิเลโอไขคดียุ่งเหยิง กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่


*****

มานับๆ ดูก็ติดตามผลงานเขียนของอ.เคโงะมา 11-12 ปีแล้วค่ะ จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยเดาทางนักเขียนได้เลยสักครั้งว่าจะเกิดอะไรต่อไปในอนาคต เรียกได้ว่า Higashino Keigo เป็นนักเขียนที่เราซื้อหนังสือเลยทันทีไม่สนใจเรื่องย่อ โปรยปก หรือคำรีวิว เพราะอ่านมานานจึงรู้ว่างานเขียนของอ.เคโงะมีแต่ Wow เท่านั้น อยู่ที่ว่าจะ wow มากหรือ wow น้อย อ่านจบก็จะได้มุมมองชีวิตแบบใหม่ๆ กลับมาค่ะ :-)
 
สุดท้ายนี้ อย่าลืมไปทักทายคุณแอดมินและกดติดตามเพจ Higashino Keigo ความลึกลับและมหัศจรรย์ เพจนี้เป็นศูนย์รวมแฟนคลับอ.เคโงะ มีอัพเดทความคืบหน้า ทั้งหนังสือแปลไทยออกใหม่ ซีรีย์และภาพยนตร์ที่สร้างจากงานเขียนของอ.เคโงะ 
ไม่อยากพลาดข่าวสารผลงาน Higashino Keigo ออกใหม่ อย่าลืมไปกดติดตามเพจกันนะคะ <3



nananatte
20.03.2019

ป.ล. โพสต์นี้ทำเป็น podcast แล้ว ใครสนใจตามไปฟัง sit down and write podcast ได้ที่ spotify, itunes, apple podcast และ podbean ค่ะ (^___^)v

ตอบแบบสอบถาม+แจกนิยายฟรี: 
https://forms.gle/x3wLnSRjGgZ2FLsK6
 



Source:
https://dic.nicovideo.jp/a/東野圭吾
https://ja.wikipedia.org/wiki/東野圭吾
http://mainichi.jp/sp/shikou/01/03.html
http://www.bunshun.co.jp/galileo/interview/index.html
http://www.webdoku.jp/rensai/sakka/michi13.html

SHARE
Written in this book
sit down and write
บันทึกสิ่งที่ค่อยๆ เรียนรู้ไปบนเส้นทางนักเขียน 
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

Takaing_Doa
4 months ago
ส่วนตัวอ่านมาเล่มนึงยังไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ แต่มีหลายเล่มค่ะตามประสาซึนโดะขุ ในใจยังปริ่มแนวคานะเอะมากกว่า กับอีกคนที่เขียนout จำชืีอไม่ได้ล่ะ😅โคตรทริลล์
Reply
nananatte
4 months ago
555 คุณเคโงะเป็นสายดราม่าน๊า คุณคานาเอะ เราพึ่งอ่านไป 2 เล่มเอง แต่คำสารภาพของคุณเจ๊นั้นเด็ดมากจริงๆ ค่ะ ว่าแล้วก็พึ่งนึกได้ว่ามีเล่มชิงช้าสวรรค์ดองอยู่ ลืมไปเรยยย 555 ขอบคุณที่เตือนนะคะ
Takaing_Doa
4 months ago
เจ้าของเพจเคโงะนี่ใช่พี่แตงลัลตราป่าวคะ พี่เค้าเป็นคนเสนองานให้ไดฟูกุแปลเคโงะ 
nananatte
4 months ago
ไม่ทราบชื่อจริงคุณแอดมิน เพราะก็เรียกแต่คุณแอดมินน่ะค่ะ แต่ไม่น่าใช่พี่แตง เพราะวิธีพูดไม่เหมือนกันเลยค่ะ :-)
ManyMilds
4 months ago
เห็นรี้ดดารี่โปรโมตเล่มที่พิมพ์ใหม่คือ ความลับ กับ จดหมายจากฆาตรกร คิดว่าน่าสนใจดีเลยว่าจะลองซื้อมาอ่านสักเล่มค่ะ 
อันนี้แอบอยากรีเควส คือเราไม่รู้จักนิยายแนว slice of life เลย เพิ่งมารู้จาก storylog ของคุณนัทนี่แหละค่ะ เลยอยากให้แนะนำนิยายแนวนี้หน่อยค่ะ ^^
Reply
nananatte
4 months ago
ขออภัย พึ่งเห็นคอมเม้นต์เลยตอบช้าค่ะ คุณมายด์ 
ณัฐอ่านนิยายแปลญี่ปุ่นเป็นส่วนมากค่ะ slice of life เป็นแนวเรื่องราวในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาๆ ทั้งเรื่องแทบจะไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นเลยค่ะ ถ้านักเขียนแนวนี้ก็โยชิโมโตะ บานานา, เอคุนิ คาโอริ ถ้าเป็นสายเรื่องสั้น งานเขียนของเออิจิ นาคาตะ ก็จัดเป็น slice of life ค่ะ
ManyMilds
4 months ago
ขอบคุณค่ะ เส้นทางสายนิยายญี่ปุ่นนี่ยังอีกยาวไกลจริงๆค่ะ ได้อ่านไปนิดหน่อยเอง ไว้จะลองดูนะคะ