เราไม่ได้อยากเป็นเป็ด แต่เราแค่ยังไม่รู้ว่า เรานั้นชอบอะไร?

ตั้งแต่เด็กๆ ที่เรามักมีความฝันมากมายอยู่ในหัวเต็มไปหมด

ฝันอยากเป็นคุณหมอ แต่ก็ขี้เกียจอ่านหนังสือ

ฝันอยากเป็นพยาบาล แต่ก็ไม่ได้มีใจรักที่จะอยากช่วยเหลือใคร แถมยังเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอีกต่างหาก

ฝันอยากเป็นนักร้อง แต่แค่พูดเฉยๆ ก็ยังเพี้ยนเลย

ฝันอยากเป็นนักเต้น แต่หุ่นอย่างกับหมีขั่วโลก เต้นทีเวทีก็คงพังแน่นอน

ฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ก็ไม่อยากเรียนรู้ภาษาเอเลียนต่างๆ

ฝันอยากเป็นนักวาดรูป แต่ก็วาดได้แบบพอไปวัดไปวา

ฝันอยากเป็นสถาปนิก แต่ก็คิด เราจะไปสร้างบ้านให้ใครได้ แต่บ้านที่ตัวเองอยู่ทุกวันนี้ยังจัดการเองไม่ได้เลย

ฝันอยากเป็นวิศวกร เพราะเท่ดี แต่ก็ดันมีแต่คำนวณ ที่ชอบล่าสุดก็ตอนอนุบาล 2

ฝันอยากเป็นนักจิตวิทยา แต่ดูแล้วก็น่าจะเป็นคนบ้ามากกว่าจะเป็นคนที่ไปรักษาใครได้

เรามีความฝันมากมาย และทุกฝัน เราก็ลงมือทำมันมาหมดแล้ว

ไม่ว่าจะตั้งใจเรียน เพื่อให้ได้เป็นหมอ แต่ก็มาตกม้าตาย เพราะดันเรียนแต่สายทั่วไปมาโดยตลอด ฟิสิกคืออะไร รู้แค่ บวก ลบ คูณ หาร แค่นี้ก็ยากมากแล้ว

อยากเป็นพยาบาล แต่แค่เพื่อนขอความช่วยเหลือ ก็ยังเมินแล้วเมินอีก และมักมีคำถามว่าทำไมมนุษย์เราต้องมีใจเผื่อแพร่ และเมตตาด้วย ไม่เข้าใจ มันน่ารำคาญออก

อยากเป็นนักร้อง เคยร้องเพลงให้แม่ฟัง แม่ถาม "มึงบ่นอะไร กูรำคาญ" ก็จบไป..

อยากเป็นนักเต้น จริงจังแค่ไหนก็ดูเอา จริงจังจนได้รับเลือกให้เป็นลีด เมื่อสมัยที่อยู่ป.4 แต่ก็ดับฝันไป เพราะแม่ไม่มีเวลาไปรับไปส่งเวลาต้องไปซ้อมเต้นกับเพื่อนๆ

อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ อันนี้ก็จริงจังไปอีก ช่วงมอปลาย อาจารย์จะให้ทุกคนกรอกอาชีพที่ตัวเองอยากเป็นเพื่อที่จะไปเรียนในคณะนั้นๆในอนาคต และก็ตอบไปอย่างมั่นอกมั่นใจ และมั่นหน้า "หนูจะเป็นโปรแกรมเมอร์ สร้างเกมค่ะ" เพื่อนต่างฮือฮา "ไอ่นี่แม่งได้ว่ะ!" แต่พอไปสอบเข้ามหาลัย ดันสอบในคณะสายศิลป์ทั้งนั้น จบเห่.. ความอยากเป็นโปรแกรมเมอร์แค่ช่วงมอปลาย

อยากเป็นนักวาดรูป ก็ไล่สอบ ไล่ฝึกฝน ไล่เรียนพิเศษเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่อยากเป็น และในที่สุด ก็สอบติดในคณะที่ใฝ่ฝัน นิเทศศาสตร์ สาขาผู้กำกับเขียนบท ถุย! อะไรคือการอยากเป็นนักวาดรูป และคณะนั้นก็ถูกปลิวไป เพราะไม่เลือก เราต้องการจะเป็นนักวาดรูป คือคำตอบสุดท้าย

และก็ไล่สอบ ไล่ฝึกฝน ไล่เรียนพิเศษ จนในที่สุดก็ติด คณะที่รอคอย คณะคุรุศาสตร์ เอกครูศิลปะ ไม่ตอบโจทย์ ไม่ใช่ เราไม่ได้อยากเป็นนักวาดรูปเพื่อสอนใคร เราสอนใครไม่ได้ เราไม่ได้มีใจเมตตาเผื่อแพร่ให้ใคร และสุดท้าย คณะนี้ก็ปลิวไปอีก

พอแล้ว พอกันที กับการไล่สอบ เราจะไปเรียนเอกชน เอกชนที่ไหน ตอบโจทย์เราบ้าง

และก็เจอ คณะสถาปัต ในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนึง และนี่คือจุดเริ่มต้นของความอยากเป็น สถาปนิกของเรา

ปี1 กับการเริ่มสร้างบ้านหลังแรก และหลังที่2 ที่3 และ 4 5 6 ไปเรื่อยๆ แม่ง! ไม่ใช่! เราไม่สามารถสร้างบ้านให้ลูกค้าได้ เราอยากสร้างบ้านที่เราอยากได้เท่านั้น! และนั่นก็เป็นจุดจบของการอยากเป็นสถาปนิกของเรา..

และเราก็คิดไม่ออก ว่าเราอยากเป็นอะไรกันแน่? เราเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองอยากเป็น แต่เราไม่เคยไปถึงจุดสูงสุดที่เราต้องการเลย เราทำได้แค่เรียนรู้ และเรียนรู้ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น และก็จบลงด้วยคำว่าไม่ใช่ และไม่ใช่

ตอนนี้เรากลายเป็นแค่เป็ด ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร? ชอบอะไร? เรามั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นคณะที่เราเรียนจบมา ความสามารถที่มีติดตัวเรามา หรือแม้กระทั่งอาชีพที่เราเป็นอยู่ณ.ตอนนี้

เรากลายเป็นเด็กที่เคยเรียนวิศวะ แต่จบในคณะสถาปัต ในสาขาการออกแบบ และมาเป็นนักการตลาดที่ตอนนี้โลกได้เข้าสู่ยุค digital marketing เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เราจับทุกทาง และเราก็ไม่เก่งอะไรเลยสักทาง

เราออกแบบได้ แต่ก็ไม่สุด เราทำเว็บไซต์ ใส่โค้ด ฝั่งโค้ด นู่นนี่นั่นได้ แต่ก็ไม่สุด เราทำการตลาดได้ในรูปแบบออนไลน์ แต่ก็ไม่สุด เราทำโครงสร้างได้ ทำบ้านได้ เข้าใจหลักและเหตุและผลของโครงสร้าง แต่นั่นก็ไม่สุดทาง

เราเป็นเป็ด ที่เติบโต และขยับขยายความสามารถของตัวเองขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่เคยไปสุดทางของความสามารถของตัวเองสักครั้งนึง

เราพยายามถามตัวเองตลอด แบบนี้ดีแล้วหรอ? วิ่งไล่ทำความฝัน และเปลี่ยนความฝันไปเรื่อยๆ เมื่อพบว่ามันไม่ใช่ ทั้งๆที่ทำไปได้แค่ครึ่งทางเอง ก็บอกว่าไม่ใช่แล้ว และก็เปลี่ยนฝันนั้นใหม่ไปเรื่อยๆ เราเป็นแบบนี้ มันดีแล้วหรอ?

หลายๆคน ชอบที่เห็นเด็กยุคใหม่เป็นแบบนี้ แบบที่เราเป็น ชอบที่จ้างแค่เด็กคนนี้คนเดียว แต่สามารถดูแลได้ตั้งแต่ 1 -10 โดยไม่ต้องจ้างใครมาเพิ่ม สบาย และคุ้มค่า และมักจะบอกว่า เป็นเป็ดแบบนี้ก็ดี จะไปพยายามหาว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆกันแน่ทำไม ในเมื่อตอนนี้ก็เก่งทุกอย่างแบบนี้แล้ว ไม่ดีหรือไง?

ใช่! ตอนนี้มันดี..

แต่ในอนาคตละ? มันจะยังดีแบบนี้อยู่อีกไหม?

ใครจะให้คำตอบกับเราได้ ถ้าเรายังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้แบบนี้

และทุกวันนี้ เราก็ยังคงเป็นเด็กบ้าๆ ที่ยังคงไล่ลองสิ่งที่เรียกว่าความฝันนั้นอยู่เรื่อยๆ เพื่อหวังว่าสักวัน เราจะเจอ เจอความฝันที่เรียกว่าความฝันของเราได้จริงๆ อย่างภาคภูมิใจ และเดินทางไปกับความฝันนั้น สุดปลายทาง..

SHARE
Writer
canvrce
writer
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ facebook : canvrce

Comments