ทำความรู้จักกับคำว่า 'NPM'
หลายคืนก่อน ภรรยาของผมเปิดข้อมูลคอนโดห้องหนึ่งให้ผมดู ซึ่งปาดตาดูครั้งแรกก็พบว่าราคาคอนโดนั้นถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปที่เคยเห็นในละแวก ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยดูมา ผมจึงบอกภรรยาไปว่า คอนโดห้องนี้น่าจะเป็นทรัพย์ลักษณะ NPL หรือ Non Performing Loan ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่ธนาคาร หมายความว่าตัวเจ้าของห้องเองไม่มีเงินมาจ่ายคืนนั่นเอง ทำให้ต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดแบบผิดปกติ

บวกกับประสบการณ์ที่เคยลงพื้นที่ขอดูทรัพย์ลักษณะ NPL นี้ ขอบอกเลยครับว่า ถ้าใจไม่ถึงหรือคิดไม่ละเอียดดีแล้ว โปรดอย่าไปยุ่งต่อทรัพย์พวกนี้เลย เพราะสภาพส่วนใหญ่ที่ผมไปเจอจะค่อนข้างเละและรกร้างมากๆ ผมจึงแซวกับภรรยาว่า เธอสนใจจะซื้อไว้เก็บเสื้อผ้าหรือไง แต่ภรรยาดันทะลึ่งพยักหน้าตอบกลับพร้อมประโยคที่ว่า เออ...น่าสนใจเพราะตู้เสื้อผ้าฉันเต็มแล้ว!

ประเด็นเรื่อง NPL กับทรัพย์สินที่ไม่สร้างให้เกิดกำไรนั้น ทำให้ผมนึกถึงบทความหนึ่งของหนังสือ HR A to Z คำบริหารคน ซึ่งเขียนโดย คุณ จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล ครับ ซึ่งแกเคยเขียนคอลัมน์ HR Champion ลงใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจด้วย

คุณจารุนันท์ เขียนไว้ในหนังสือเธอไว้ว่า ในแวดวง HR นั้นมีคำหนึ่งที่เรียกกับคนในองค์กรที่ถือเป็นทรัพย์สินแต่กลับไม่ทำรายได้ไว้เหมือนกัน นั่นคือคำว่า NPM หรือ Non Performer Management

หากถามว่าหน้าตาของพนักงานหรือบุคลากรที่เข้าข่ายกลุ่ม NPM นี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร ในเนื้อหาหนังสือเขียนไว้อย่างเปิดกว้างแล้วขึ้นอยู่กับ HR ในแต่ละองค์กรหรือบริษัทจะกำหนด เช่น ไม่มีผลงาน มีความเสี่ยงต่องานและองค์กรในทางใดทางหนึ่งก็ว่ากันไป

แต่มีประเด็นหนึ่งที่คุณจารุนันท์ เขียนไว้ได้อย่างน่าคิดครับว่า หนี้เสียยังไม่น่ากังวลเท่าการมีทรัพย์สินที่สร้างกำไร แต่อยู่ไปอยู่มาอาจกลับกลายเป็นหนี้เสียซะได้ เรียกได้ว่าจากคนเก่งดีและมีผลงานกลายเป็นคนไร้คุณภาพเสียอย่างนั้น คุณจารุนันท์ให้ข้อคิดหลักใหญ่ไว้ 3 ประเด็นคือ

1. ระบบสรรหาคัดเลือกไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะสรรหาบุคลากรที่ตรงกับงานและเหมาะสมกับองค์กร

2. หัวหน้าไม่สื่อสารหรือความคาดหวังหรือสิ่งที่ต้องการให้ลูกน้องทำให้สำเร็จอย่างชัดเจน ขาดการสอนและแนะนำงาน รวมทั้งการฟีดแบคอย่างทันเวลา และขาดแรงจูงใจ

3. ขาดหลักเกณฑ์ในการบริหารผู้ที่ไม่มีผลงานที่ชัดเจน

ซึ่งทั้งสามข้อหลักใหญ่นี้ เมื่ออ่านดูจากประสบการณ์และความคิดของคุณจารุนันท์แล้วก็มองเห็นแผลใหญ่ของการนำไปสู่ปัญหาได้พอสมควร ซึ่งทั้งหมดนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไขเลย นั่นคือการหาทางประเมินและการค่อยสังเกตพฤติกรรม รวมถึงสื่อสารและฟีดแบคอยู่เรื่อยๆ และให้โอกาสในการพัฒนาอยู่เสมอ

ยิ่งโตขึ้นผมเองก็ยิ่งเชื่อว่า คนคือทรัพย์สินที่ถ้าได้รับการพัฒนาที่ดีก็จะส่งผลดีต่อองค์กรไปด้วย ยิ่งได้ทรัพย์สินที่ดีเป็นต้นทุนก็ยิ่งมีโอกาสส่งเสริมอะไรหลายๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน บรรยากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่าการจะหาทรัพย์สินที่ดีเพื่อการลงทุนมันยากแสนยากอยู่แล้ว และบางครั้งการได้ครอบครองทรัพย์สินที่ดีก็ใช่ว่าจะได้ผลกำไรคืนทันทีเสียทีเดียว เพราะทรัพย์สินแต่ละประเภทนั้นล้วนใช้เวลาคืนทุนและสร้างกำไรแตกต่างกันออกไป ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ทุกคนคงจะเข้าใจ 

แต่มันอาจจะยากสักหน่อยสำหรับการอธิบายให้ภรรยาฟังครับ T-T
  
ปล.หนังสือ HR A to Z คำบริหารคน เขียน จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล ผมไปเจอในร้านหนังสือมือสองในราคา 20 บาท และพบว่าอ่านง่ายและเป็นประโยชน์ต่อคนทำงานพอสมควร ที่สำคัญผู้เขียนมีประสบการณ์ในสายงานนี้มายาวนานมาก


SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments