สุนัขบนดวงจันทร์
- ไม่เคยมีใครเข้ามาในโลกของฉันได้ แต่เธอกลับวิ่งเข้ามาในโลกของฉันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่รู้ตัว -

ไลก้าเป็นสุนัขตัวแรกที่ได้ขึ้นไปท่องในอวกาศ การปรากฎตัวของมัน ณ วินาทีที่พุ่งออกจากชั้นบรรยากาศของโลกมันช่างเหมือนกับ'ช่วงเวลาที่เราพบกันครั้งแรก'

ตัวฉันที่ว่ายวนเวียนในจักรวาล ผู้ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่เหมือนกับม้วนไหมพรมของมนุษย์ มันพันกันจนยุ่งเหยิงและรัดคอจนหายใจไม่ออก แต่ก็ทำได้แค่เพียงเงียบและเสแสร้งหายใจต่อไป

นี่ เจ้าไลก้าของฉัน

ในวันที่เธอเข้ามา สุนัขผู้มากับยานอวกาศ

เราต่างโคจรซึ่งกันและกัน
เธอผู้คลายปมไหมพรมและสอนวิธีการหายใจ

เธอเป็นแสงสว่าง เป็นทุกๆอย่างของชีวิตฉันไปเสียแล้ว ฉันไม่เคยรู้สึกเหงาแม้จะโดดเดี่ยวท่ามกลางดาวเคราะห์มากมาย

ฉันรู้จักกับคำว่ามิตรภาพได้อย่างแท้จริง ความรักที่เธอสอนมันเหมือนกับการชมนิทรรศการ ค่อยๆเดินชมไปทีละรูป ไม่ต้องรีบและดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ตาต้องกับสีบนผ้าใบ

ช่วงเวลานั้นฉันรับรู้ได้เลยว่า ฉันไม่สามารถขาดเธอไปได้จริงๆเพราะตัวฉันที่บันทึกความรู้สึกไว้กับวัตถุภายนอก ได้บันทึกทั้งความรัก ความสุข และรอยยิ้มไว้กับเธอเป็นครั้งแรก

แต่ว่า...เจ้าไลก้าที่เดินทางออกจากโลกมาไกลพอสมควร กลับโดนความร้อนแผดเผาและเหลือไว้เพียงชื่อให้จดจำ...จะว่าไป - เหมือนกับเธอที่หลับตาลงไปแล้วจริงๆ

วันนั้นฉันทั้งโกรธและเกลียดทุกสิ่งอย่างที่สร้างเธอขึ้นมา ฉันไม่เข้าใจนักวิทยาศาสตร์ที่ส่งเธอมาสำรวจหัวใจอันบอบช้ำดวงนี้ เพียงแค่เสี้ยววินาทีเขาพรากเธอไปในวันที่เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงโคจร - ส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน

แต่หลังจากพายุความเศร้าพัดผ่านไป ดวงดาวที่หลงเหลือได้เปล่งประกาย สะท้อนบทเรียนของชีวิตที่เธอมอบให้ บทเรียนที่เหมือนกับปาฎิหาริย์ ทำให้ฉันเข้าใจถึงรอยบาดแผลต่างๆที่หล่อหลอมให้ฉันมีความรู้สึกโหยหาในความรัก

จนถึงปัจจุบันหรือแม้แต่อนาคต ฉันได้เรียนรู้ว่าการลาจากของเธอไม่ได้เป็นความประสงค์ร้ายของพระเจ้าแต่อย่างใด

แต่เป็นบทเรียนสุดท้ายและของขวัญชิ้นสำคัญที่ทำให้ฉันเข้าใจอะไรบางอย่างในตัวตนลึกๆ

หากชีวิตของฉันทั้งชีวิตคือการบันทึกความทรงจำและความรู้สึกไว้กับสิ่งของเพราะเกรงกลัวต่อการหายไป โดยเฉพาะความสุขที่ได้รักตัวเองในช่วงเวลาใด หากช่วงเวลาที่มีเธอมันหายไป ฉันเองก็สมควรถูกฝังกลบดิน

ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าการหายตัวไปของเธอเกิดจากตัวฉันเองที่บันทึกความสุขไว้กับเธอและซ่อนความเศร้าไว้ก้นบึ้งของหัวใจ

เธอคงอยากแกล้งเด็กดื้ออย่างฉันให้แสดงความเศร้าออกมาด้วยการหลับตาลงและจ้องมองฉันเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแต่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำของหมาซนตังนึงกับเด็กหญิงที่ไม่ได้เรื่อง

'ขอสารภาพตามตรงเลยว่า' ในวันนั้นฉันไม่สามารถซ่อนน้ำตาไม่ให้ผู้คนเห็นได้จริงๆ แต่การร้องไห้มันดีกว่าที่คิดไว้ซะอีกนะเพราะเหล่ามนุษย์รอบข้างที่ยากต่อการเข้าใจกลับมอบความรักและแบ่งปันน้ำตาให้อย่างซื่อตรง - ในวันที่ฉันอ่อนแอ



ตอนนี้ฉันสามารถบันทึกความสุขและเรื่องราวดีๆไว้กับตัวเองได้แล้วนะ

มันเป็นบทเรียนที่ยากเหลือเกินแต่ตอนนี้ฉันได้รู้และเข้าใจ...ว่าการรักตัวเองมันเป็นยังไง มันคงเหมือนกับที่ฉันรักเธอใช่ไหมนะ?

ความเข้าใจถึงการจากไป
มันทำให้ฉันหยั่งรู้ความรักอีกรูปแบบนึง
เข้าใจถึงความเสียสละของสุนัขแสนซนที่อยากให้พี่สาวคนนี้ได้ลองบันทึกความทรงจำอันแสนสุขไว้กับตัวเองบ้าง
เรียนรู้ที่จะรักตัวเองเหมือนกับที่รักสุนัขตัวนี้อย่างไม่มีข้อแม้

ความเศร้าได้แปรเปลี่ยนเป็นความคิดถึงที่ทรมานเมื่อนึกถึงเรื่องราวดีๆที่เราเคยร่วมแบ่งปันให้กันแต่ในทางกลับกันฉันกลับมีความสุขที่คนไร้ค่าคนนี้สามารถมีคุณค่าพอที่จะมีความสุขได้ เพียงเพราะเสียงเห่าและหางที่ซื่อตรงเสมอของเธอ

สำหรับฉันแล้วมันเป็นบทเรียนราคาแพง หากการโคจรของเธอคือการเริ่มต้นของความหวังแล้วล่ะก็...

แสงเทียนที่ดับวูบในตัวเธอ กลับส่องสว่างในจิตใจของฉันแทนซะงั้น

เธอไม่ได้หายไปไหนแค่ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องไปอยู่เป็นเพื่อนคุณไลก้า บนดวงจันทร์ดวงนั้น...





#เรื่องนี้ตอนแรกเราอยากส่งผลงานให้ทางแกลของ10ml.ในหัวข้อเพราะความคิดถึงมีแรงดึงดูดแต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ส่งค่ะ เพราะคิดว่าเรายังเขียนดีไม่พอแต่ก็อยากจะแบ่งปันความคิดถึงน้องในทุกๆวันให้คนอื่นได้รับรู้

SHARE
Written in this book
Story from WHITEBEAR
ถ้าหากหมีขาวหยุดเล่นกับเจ้าก้อนสีขาวที่แฝงด้วยความหนาวเย็นและลองแต่งเติมตัวอักษรให้กับมันแทน :)
Writer
Tofuu_Bear
หมีขาว กับ เต้าหู้
เมื่อขนปุยกับนุ่มนิ้มมาเจอกัน..

Comments

Origamidollx
3 months ago
โชคดีนะ
Reply