Cinderella Story : the royal marriage
 
                     the royal marriage








พื้นที่โดยรอบโบสถ์ใหญ่สไตล์ยุโรปถูกประดับประดาไปด้วยดอกกุหลาบขาวนับหมื่นดอก ทั้งช่อเล็กช่อใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน ทั้งที่ถูกประดับตามโต๊ะและเก้าอี้สำหรับแขกเหรื่อ และที่ถูกจัดเป็นพุ่มหนาเป็นแนวยาวไปตามทางเดิน กุหลาบนับหมืื่นดอกที่แข่งกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งละมุนชวนฝัน


กุหลาบสีขาวสื่อถึงความรักอักแสนบริสุทธิ์ ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ความรักแบบที่เจ้าชายคีธมอบให้แด่เจ้าหญิงของเขา 


ทุกสายตาต่างก็จับจ้องไปที่เจ้าสาวแสนสวยของงานที่ในวันสำคัญเช่นนี้ เธอเลือกสวมเดรสยาวปาดใหล่สีขาวฟูฟ่องโชว์ลำคอระหง กระโปรงปักด้ายสีทองรอบด้านดูงดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายซักเรื่องหนึ่ง รองเท้าส้นสูงประดับเพชรเม็ดโตย่างกรายไปตามพื้นพรมสีขาว สองขาเรียวก้าวเดินอย่างมั่นคงไปหาเจ้าบ่าวของเธอที่ยืนรออยู่ที่สุดทางเดิน มือเล็กถือช่อดอกกุหลาบเล็กๆ ไว้


ความกังวลในแววตาพลันมลายหายไปในพริบตาเมื่อดวงตากลมสวยสบเข้ากับสายตาอีกคู่หนึ่งที่มักจะจ้องมองกลับมาอย่างเปี่ยมไปด้วยความรักเสมอๆ


เพียงแค่ได้สบตากัน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน ราวกับโลกนี้มีเพียงแค่เราสองคน 

ภาพในความทรงจำไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด

ภาพตั้งแต่วันแรกที่เราทั้งสองคนได้พบหน้ากัน ได้พูดคุยกัน เดินจับมือสอดประสานกัน สวมกอดกันแนบแน่น ไปจนถึงภาพวันที่เราทั้งคู่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องของณิชา อีกหนึ่งชีวิตที่เปรียบเสมือนพยานรักของเราสองคน 

ทุกๆ ภาพจำล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข รอยยิ้มและความอบอุ่นในหัวใจ เปี่ยมไปด้วยความสุขที่มากล้นเสียจนน้ำสีใสไหลรินออกมาจากหางตาเรียว

ณิชายื่นมือออกไปจับกับมือหนาที่รอเธออยู่ก่อนแล้ว ระบายยิ้มหวานส่งต่อความรู้สึกภายในให้แก่เจ้าชายคีธ

"ขอให้คู่บ่าวสาวจับมือกันและกัน และประกาศความยินยอมต่อพยานทั้งหลาย" เสียงทุ้มของบาทหลวงดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพิธีสมรสระหว่างเจ้าชายคีธและณิชาได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

"ผมคีตา ขอรับณิชาเป็นภรรยาของผม"

"..."

"ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณ" 

มือหนากระชับแรงจับให้แน่นขึ้นเพื่อเน้นย้ำว่าเขาจะรักและซื่อสัตย์ต่อผูู้หญิงตรงหน้า

"ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และยามสบายดี"

"..."

"ผมจะรักและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของผม" สิ้นเสียงของเจ้าชายคีธ น้ำตาสีใสไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลม อาบแก้มนวลใสที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางค์ขับให้ใบหน้าสระสวยงดงามยิ่งกว่าใครๆ ในงานนี้ 

ความรู้สึกทั้งสุข ทั้งซึ้งต่างตีรวนอยู่ภายในอกของณิชา
ณิชามักรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอที่คีธรักและเอ็นดูเธอมากมายถึงเพียงนี้ 
เธอคิดอยู่ตลอดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีผู้ชายแบบคีธอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข เขาก็ไม่เคยทิ้งเธอไปไหน 

และเธอก็อยากจะตอบแทนเขากลับไปบ้าง ให้สมกับความรักที่เธอได้รับ เธออยากให้คีธเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดที่ได้เธอมาเป็นภรรยา

"ดิฉันณิชา ขอรับคีตาเป็นสามีของฉัน"

เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ไม่มีแม้แต่เศษเสีี้ยวของความลังเลใดๆ ตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้ม ตั้งใจให้เขารับรู้ว่าเธอหมายความทุกอย่างที่พูดออกไป

"ฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และยามสบายดี"

"..."

"ฉันจะรักและให้เกียรติคุณตลอดชัั่วชีวิตของฉัน" 

มือทั้งสองสอดประสานกันเเน่น ผลัดกันส่งมอบรอยยิ้มอุบอุ่นให้แก่กันราวกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่เราสองคน

แหวนเพชรเม็ดโตถูกสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้าย เปรียบเสมือนแซ่ตรวนที่ผูกมัดคนทั้งคู่ไว้ 

เป็นโซ่ตรวนที่ทั้งสองพร้อมยินยอมจะถูกผูกไว้ตราบชั่วชีวิต

"ขอประกาศให้เจ้าชายคีตาและณิชาเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์" 

เสียงประกาศของบาทหลวงดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง ดังก้องไปทั่วทั้งปราสาทใหญ่ ดังก้องชัดเจนที่สุดในหัวใจทั้งสองดวง

คำประกาศิตว่าคนทั้งสองได้เป็นสามีและภรรยา ได้เป็นพ่อและแม่ของเจ้าตัวน้อย เป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์




นิ้วเรียวค่อยๆ รูดซิปชุดเดรสสีขาวฟูฟ่องลงเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน มือหนาดึงชุดเดรสลงทีเดียวก็ไปกองอยู่ที่ปลายเท้าเล็ก

"ขอบคุณค่ะ" ณิชาเอ่ยขอบคุณสามีหมาดๆ ด้วยเสียงหวานน่ารักตอบแทนที่คนตัวสูงคอยจัดแจงถอดชุดเจ้าสาวที่น่าอึดอัดออกให้ 

เธอมีแค่เกาะอกกับชั้นในตัวจิ๋วติดตัวอยู่เท่านั้น

ชุดเดรสสีขาวปักลายสวยงามบัดนี้กองอยู่ที่ปลายเท้าของคนตัวเล็ก คีธย่อตัวลงจับมือนิ่มให้เกาะบ่าเขาไว้เป็นหลักยึด ก่อนจะค่อยๆ ประคองปลายเท้าเล็กให้ก้าวข้ามชุดเดรสอย่างระมัดระวัง

"เค้าอ้วนขึ้นอีกแล้วแน่ๆ เลยอ่ะ" คนตัวเล็กพูดออกมาเสียงเจื้อยแจ้ว ปากเล็กเบะลงเล็กน้อย พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาให้เห็นเบาๆ 

"ไม่เห็นจะอ้วนเลย" 

คีธตอบภรรยาตัวเล็กกลับไปพลางดึงร่างบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดกัน มือหนาประคองอยู่ที่เอวบางอย่างหวงแหน ริมฝีปากพร่ำจูบแก้มขาวนวลด้วยความรักไคร่
"ถ้าเค้าอ้วนเธอจะยังรักเค้าอยู่มั้ยอ่ะ" 

ณิชาถามเสียงอ่อยอย่างออดอ้อน เอียงใบหน้าน่ารัก แนบแก้มนุ่มซุกซบลงกับแผ่นอกแกร่ง ช้อนตาหวานช่ำขึ้นมองคนรัก

"อ้วนก็รักครับ ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงเราก็รักเธอ"

คีธย้ำให้คนตัวเล็กของเขาสบายใจพลางพรมจูบลงที่หน้าผากมนอย่างต้องการสื่อให้คนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามอบให้ ต้องการให้เธอรู้ว่าเขารักเธอมากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้

"จริงนะ" มองตาแป๋วอ้อนขอคำว่ารักจากสามี

"จริงครับ"

เจ้าชายคีธผละออกมาจากร่างเล็ก ย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าภรรยาของเขา

"เธอ"

"..."

"ทำอะไร" ดวงตากลมโตเลิ่กลั่ก ปากเล็กอ้าค้างยามที่คนตรงหน้ารวบเอามือทั้งสองข้างของเธอไปกุมไว้
เจ้าชายคีธไม่ได้ตอบอะไรกลับไป หากแต่ประทับริมฝีปากอุ่นไปตามมือขาว 

ไล่จูบไปทั่วหลังมือทั้งสองข้าง ปลายนิ้วทั้งสิบ ก่อนกดจูบซ้ำๆ ที่มือข้างซ้าย มือข้างที่สวมแหวนประจำตระกูลของเขาอยู่ แหวนที่บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา

"ณิชา"

"อะ อื้อ" คนตัวเล็กเอ่ยตอบกลับไปเสียงสั่นเครือ เมื่อจู่ๆ คนตัวโตตรงหน้าก็เอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงจริงจัง 

เขาเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตากลมโต เอ่ยคำพูดคำจาน่ารักพาลเอาเธอใจสั่นไปหมด

"เรารักเธอมากนะ"

"..."

"รักมากจนไม่รู้จะพูดออกมายังไงดี"

"เค้ารู้" ผงกหัวขึ้นลงหงึกหงักให้คีธรู้ว่าเธอรู้สึกได้ถึงความรักที่เขามอบให้

"รู้ว่าอะไรครับ"

คีธเลิกคิ้วถามพลางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

"รู้ว่าเธอรักเค้าไง" ฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดูพร้อมตอบเสียงเจื้อยแจ้วตามแบบฉบับของเจ้าตัว

คีธนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะกระแอมไอเบาๆ สองสามที ควานหาเสียงจากลำคอที่จู่ๆ ก็หายไปดื้อๆ เสียงอย่างงั้น เขารวบรวมความกล้า พูดคำที่เขาอยากจะพูดกับคนตรงหน้ามาตลอดออกไป

"แต่งงานกันนะ"

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจังจนคนตัวเล็กอดแปลกใจไม่ได้

"อะไรของเธออ่ะ ก็แต่งไปแล้ววันนี้ไง" ณิชาตอบพลางหัวเราะออกมาเบาๆ 

อะไรของคีธนะ ก็พึ่งจะเข้าพิธีกันไปเมื่อเช้านี้เอง ชุดเจ้าสาวก็พึ่งจะถูกถอดออกไปเมื่อกี้ด้วยน้ำมือของตัวเองแท้ๆ ลืมแล้วหรือไง

"แต่เรายังไม่เคยขอเธอแบบจริงๆ จังๆ เลย"

"..."

"เราอยากพูดประโยคนี้กับเธอ อยากให้เธอได้ยิน อยากคุกเข่าลงตรงหน้าเธอแบบนี้"

ณิชาได้แต่นิ่งไปกับคำพูดของคีธ 

ทำไมนะ ทำไมเธอถึงได้เป็นผู้หญิงที่โชคดีแบบนี้

"ขอโทษที่ไม่ได้พูดประโยคนี้ออกไปเองตั้งแต่แรก แล้วก็ขอบคุณนะที่ไม่ทิ้งกันไปไหน ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายที่ไม่ได้ดีเด่อะไรเลยแบบเรา"

คีธพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมที่เขาหลงใหล กระชับมือที่กอบกุมมือเล็กอยู่ให้แน่นขึ้นอีก

ณิชาส่ายหน้าไปมาเบาๆ ผู้ชายที่ไม่ได้ดีเด่อะไรกัน
เธออยากให้เขารู้ว่าสำหรับเธอแล้ว เขาดีมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ

"ขอบคุณที่เธอคอยอยู่ข้างๆ เรามาตลอด"

"..."

"คอยเป็นรอยยิ้ม เป็นความสุข เป็นความรักให้กับเรา" เอ่ยด้วยเสียงทุ้มละมุนพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้กับภรรยาตัวน้อยที่ก็คลี่ยิ้มหวานตอบเขากลับมาเช่นกัน

"ที่สำคัญ..."

"..."

"ขอบคุณที่มอบของขวัญที่ดีที่สุดให้กับเรานะ" 

คีธโน้มตัวลงพรมจูบเบาๆ ที่หน้าท้องของณิชา จูบที่ส่งผ่านไปถึงเจ้าตัวน้อยในท้อง 

"คีธรักณิชานะ"

"ณิชาก็รักคีธเหมือนกัน" 

คนตัวเล็กตอบกลับไปอย่างไม่รีรอ เธอก็อยากให้เขารับรู้เช่นกันว่าเธอก็รักเขามากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก

"งั้นแต่งงานกันนะครับ เราสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้ 

"..."

"สัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่มีวันปล่อยมือนี้ไปเด็ดขาด"

"คะ คีธ" 

เสียงเล็กเริ่มสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าตาอีกครั้งหนึ่ง ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดีกับเธอขนาดนี้

"เพราะงั้นขอให้เราได้ดูแลเธอไปตลอดชีวิตนะครับ"

"..."

"ณิชาแต่งงานกับคีธนะ"

"อื้อ แต่งสิคนบ้า ลุกขึ้นมาได้แล้ว" 

แก้มขาวนวลแดงปลั่ง น้ำสีใสเอ่อคลอหน่วยตากลมจนเป็นประกายระยิบระยับราวกับว่ามีดาวนับล้านดวงอยู่ในนั้น ปากเล็กคลี่ยิ้มออกมาอย่างสดใส แขนเล็กโผเข้ากอดกายแกร่ง แหงนใบหน้าขึ้นหอมแก้มสามีฟอดใหญ่จนคนตัวโตยิ้มกว้างอย่างชื่นใจ

"คีธรักณิชามากๆ นะครับ" พูดย้ำอีกเป็นรอบที่สิบของวัน ย้ำกับคนตัวเล็กว่าความรักที่เขามีให้เธอมันเอ่อล้นมากเพียงไหน

"รู้แล้วววว ณิชาก็รักคีธที่สุดในโลกเลย" พูดจบก็เขย่งปลายเท้าเล็กขึ้นจูบแก้มสากอีกฟอดใหญ่

ทั้งสองร่างสวมกอดกันแนบแน่น ลอบฟังเสียงหัวใจของกันและกันท่ามกลางความเงียบ 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักของเราจะไม่มีวันเปลี่ยน ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ ยามไข้หรือยามสบายดี ณิชาก็จะมีคีธคอยอยู่เคียงข้างเสมอ จะมีคีธเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอตลอดไป


                          THE END




joylada : http://www.joylada.com/story/5bcd7ce20335b00001c1b102


SHARE
Writer
springrabbit_
writer,storyteller
part-time writer, full-time MAY

Comments