โรคเศร้า...เราซึม
แด่...เธอ ผู้ทำความสุขหล่นหาย
ตอนขึ้นวอร์ดจิตเวช ฉันได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
ที่ผ่านมาฉันไม่ค่อยเข้าใจผู้ป่วยโรคนี้มากนักจึงทำให้รู้สึกสนใจอยากเข้าไปคุยกับผู้ป่วย ฉันอ่านแฟ้มประวัติของผู้ป่วยมาบ้าง
รายนี้..เธอเคยทำแท้งมาก่อน
เธอเสียใจ ผิดหวังอย่างมาก 
ตอนไปคุย ฉันจึงไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวมากนัก 
ครั้งแรกที่เข้าไปคุย รู้สึกกลัวๆ
กลัวพูดอะไรไม่เหมาะสม ไม่ถูกใจ

ฉันพยายามเข้าใจเธอผ่านการพูดคุย สร้างความคุ้นเคย ทีละนิดๆ
เธอบอกว่าเหงา อยากมีคนมาคุยด้วยเพราะอารมณ์จะดิ่งช่วงที่อยู่คนเดียว
บรรยากาศวอร์ดที่มีลูกกรง กับแสงตอนบ่ายทำให้เธอรู้สึกหดหู่ 
ฉันคิดในใจว่า หืม แสงแดดนี่ ทำให้คนหดหู่ได้ด้วยเหรอ
วันนั้นเธอมีพี่ที่ทำงานเก่ามาเยี่ยมพอดี พอได้คุย เธอว่ารู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าพ่อแม่มาก็รู้สึกเฉยๆ
คงไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่
 ฉันคิดว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวของเธอคงจะไม่ค่อยดีนัก
เธอเป็นคนที่ภาพลักษณ์การเรียน การทำงานค่อนข้างดี
จบการศึกษาจากมัธยมชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศ
และจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ชีวิตเธอคงจะไปได้ไกลกว่านี้มากๆเลยล่ะ ถ้าไม่ต้องมาติดอยู่ที่วอร์ดจิตเวชนี่
ภายนอกเธอดูปกติ ยิ้มได้ หัวเราะได้เหมือนคนทั่วไป
แต่ลึกลงไปในใจ
เธอเองมีความคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีความสุข เลือกได้ก็ไม่อยากเกิดมา แต่เกิดมาแล้วก็ขอมีความสุข และถ้ามีความสุขไม่ได้ก็ขอตาย
ซึ่งเธอมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ 
และความคิดนี้เอง คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครั้งนึง เธอเคยตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย
เธอรู้สึกว่าชีวิตวัยเด็กไม่มีความสุข ไม่มีอิสระ ถูกบังคับด้วยกฎระเบียบ
ถูกบังคับทั้งเวลาตื่น เวลานอน เวลากินข้าว หรือแม้กระทั่งกลับบ้าน หรือเวลานอนไม่ได้เลย
สิ่งเหล่านี้หลายคนคิดว่าเป็นปกติที่พ่อแม่จะจัดตารางชีวิตให้เด็กที่ยังอายุน้อย
แต่เคราห์ร้าย มันกลับเป็นสิ่งที่เธอฝังใจแลทุกข์ทนอย่างมาก

เธอเล่าถึงตอนฆ่าตัวตาย ว่าได้หาสูตรจากหนังสือต่างประเทศ เธอเลือกสูตรที่หายาง่ายสุด และทยอยซื้อยามาเก็บไว้ จนวันหนึ่งที่เธอไม่ไหว เธอจึงลงมือ
ฉันไม่รู้ว่าเธอเจออะไรในวันนั้น
เธอเองเคยบอกฉันว่าไม่ชอบถูกถามเรื่องเก่าๆ
มันทำให้เธอเหมือนถูกเปิดแผล ซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า
ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเรื่องสูตรฆ่าตัวตาย ตลอดชีวิตการเรียนหมอของฉัน
ฉันเคยได้ยินแต่สูตรยารักษา..นี่มีสูตรสำหรับตายโดยเฉพาะด้วยเหรอเนี่ย

ฉันสงสัยจนต้องไปเสิร์ชกูเกิ้ลตาม 
ซึ่งก็หาไม่พบ
แต่จากครั้งนั้น ฉันเรียนรู้ว่า

บางครั้งคนที่อยากตาย ก็ใช้ความพยายามในการตาย เท่าๆกับคนที่พยายามมีชีวิตอยู่ต่อ
หรือเผลอๆ เธออาจจะพยายามมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
 ที่น่าแปลกใจคือ
เธอไม่ได้มีความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายครั้งนั้น
 “มันดีมากเลยที่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ จำอะไรไม่ได้เลย” 
ถามถึงคนรอบข้าง เธอไม่ได้รู้สึกแย่ที่พ่อแม่เสียใจ กลับกัน เธอรู้สึกว่าพ่อแม่เห็นแก่ตัวที่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่

เธอว่า เธอเป็นเหมือนผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่อย่างทรมาน ตายเสียดีกว่า

เธอว่า หากมีคนรอบข้างเธออยากตาย เธอจะยินดีให้จบชีวิต
เธอคิดว่ามันดีมากกว่า 
เธอว่า ณ ตอนนี้ไม่ได้ขวนขวายอยากฆ่าตัวตาย แต่หากมีคนหยิบยื่นความตายให้ก็จะยินดีรับทันที 

เธอเหมือนอยู่อีกโลกนึง โลกที่ไม่มีความสุขอยู่ในนั้น
ฉันอยากช่วยดึงเธอออกมา อยากให้เธอเห็นโลกแบบที่คนทั่วไปเห็น
ฉันจึงไปคุยกับเธอทุกเย็น
พยายามเหลือเกินที่จะให้เธอเข้าใจว่า
ความสุข                                          คือการมองเห็น                            ไม่ใช่การมองหา
เธออาจวิ่งหาความสุขจนสุดขอบโลก
จนลืมไปว่า ความสุขมันอยู่กับเธอแล้ว เพียงแต่เธอต้องมองให้เห็น และรับมันมาเป็นของเธอ

ชีวิตที่มีค่า คือชีวิตเพื่อคนอื่น
จอให้วันหนึ่งเธอเห็นคุณค่าของชีวิตเธอ
แล้วล้มเลิกความคิดที่จะจบชีวิต

จากนี้
ฉันคงได้แต่ส่งกำลังใจให้เธอหายจากโรค
หายจากความเศร้าหมอง ภาวนาให้ทุกๆวันของเธอเป็นวันที่ดี
:)












SHARE
Writer
plakrapong
medical student
ความรู้สึกล้นๆจนต้องระบายผ่านตัวอักษร

Comments