ว่าด้วยเรื่องความรักที่ผิดหวัง กับ Stage ทั้ง 3
มันเป็นเรื่องราวของชีวิตคนเราในช่วงเวลาหนึ่ง
ช่วงเวลา ที่ถูกเติมเต็มด้วยคำว่า
" ความรัก "
 ในตอนแรกที่คนเรามักเรียกมันว่า 'ช่วงโปรโมชั่น'
ตัวเราจะเพลิดเพลินจนหลงลืมวันเวลา
ตกอยู่ในภวังที่เรียกว่า 'โลกนี้มีเพียงเราสอง'
มันไม่ใช่ความสุขจอมปลอม
แต่ก็ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงเช่นกัน
ความรู้สึกทั้งหมด ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเลยว่า
'ชีวิตรัก' ของคุณนั้นจะลงเอยเช่นไร
เฉกเช่นเดียวกับ ความชอบ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่จีรัง
เพราะซักวันนึงเราอาจเปลี่ยนใจ ไม่ชอบมันขึ้นมาก็ได้
แต่ความรักนั้นต่างออกไป
หากได้รักอะไรแล้วนั้น มันชั่งยากเหลือเกินที่จะตัดใจ
และนั่น ก็คือ stage ที่ 2

ความผูกพันที่ตัดกันไม่ขาด

จากการที่เราอยู่กับใครซักคนหนึ่งไปนานๆแล้ว
จะพบว่า ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งรู้จักกันเท่าไร
ตัวตนของคนๆนั้นยิ่งเผยชัดขึ้นเท่านั้น
สิ่งที่เข้ากันได้ และ เข้ากันไม่ได้นั้นย่อมมีอยู่
เป็นจุดที่ทั้ง 2 จะต้องปรับเข้าหากัน
และนี่แหละ จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า 'ความผูกพัน'
ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนมาก
ไม่ใช่ว่าคนเราจะยอมรับตัวตนของอีกคนหนึ่ง ได้ง่ายๆ
' ความรักที่ไม่ต้องพยายาม ' นั้นน่ะ ไม่มีอยู่จริง
กระทั่งตัวเราเอง ยังต้องพยายามยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น
พยายามแก้ไข เรียนรู้ ฝึกฝนตนเอง
แล้วเหตุใดเล่า ในเรื่องความรัก
เราจักไม่ต้องพยายามสิ่งใด?
ถ้าหากผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะก็ เช่นนั้น ก็คงจะเข้าสู่ stage ที่ 3

จุดแตกหัก

หลังจากปะทะคารมกันมาหลายต่อหลายครั้ง
เนื่องจากความไม่เข้าใจกันของทั้ง 2 ฝ่าย 
ต่างฝ่ายต่างรู้สึกกันไปต่างๆนาๆ
อยากจะเลิกซะประเดี๋ยวนี้ แต่ก็เสียดายวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน
ความผูกพัน ' ทำให้คนสองคน ตัดกันไม่ขาด
แต่ก็อาจมีเหตุผลอื่นเช่นกัน
คิดว่า 'ถ้าอยู่ต่อไปเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง'
ต้องถามว่า อีกคนเขาคิดจะเปลี่ยนหรือเปล่า?
เขาเปลี่ยนได้ไหม? เขายินยอมจะทำเพื่อนคุณหรือเปล่า?
การ 'ให้โอกาส' หรือ 'ให้อภัย'
เป็นสิ่งที่ทำให้ความรักยืนยาว แต่ไม่ยืนยง
เพราะการให้มันมากจนเกินไป ก็เป็นการหลอกตัวเองได้เช่นกัน
ลองย้อนถามตัวเองว่า คุณกำลัง 'ฝืน' ตัวเองอยู่หรือเปล่า
บางทีคุณอาจจะรู้อยู่แล้วว่าทางออกคืออะไร
แต่คุณก็ยังไม่ตัดสินใจทำมันเสียที
สิ่งที่ควรต้องทำมากที่สุดในสถานการณ์นี้
คือการรับฟัง ความต้องการที่แท้จริง ' ของตัวคุณเอง
ไม่เช่นนั้น คุณก็จะติดอยู่ในวังวนอันไม่จบสิ้นของปัญหา

'จุดแตกหัก' นี้เอง เป็นบทพิสูจสุดท้าย
หากแก้ได้ นั่นย่อมหมายถึงความรักที่ยืนยาว
แต่หากแก้ไม่ได้ มันคงจบลงด้วยความเศร้าโศกอย่างไม่มีทางเลือก

ชีวิตที่เหลือเพียงตัวเรา
ตัวเราเป็นหนึ่งคน
ที่ไม่สามารถผ่านพ้นจุดแตกหักมาได้
แต่ถึงจะมองย้อนกลับไป เรากลับไม่เสียใจที่เดินจากมันมา
ตัวเราเองรู้ดี ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่ puppy love อย่างที่ผู้ใหญ่เขาว่ากัน
มันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น เป็นความผูกพัน
ที่ตอนนี้ทำได้แค่เพียงคำนึงถึง
แม้มันจะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่นาน
แต่มันกลับทำให้เรามีความสุขได้
นั่นคือ ความจริง
แต่ในความเป็นจริง กลับแฝงไปด้วยความโหดร้าย
มันทำให้เราและเขาไม่สามารถไปต่อ
มันไม่ใช่ว่า ใครเป็นคนผิด
และ ไม่จำเป็นต้องหาว่าใครผิด
มันเป็นเพียงแค่คำว่า 'เราเข้ากันไม่ได้'

สุดท้ายแล้ว เราก็เหลือเพียงตัวคนเดียว
มีเพียงเราเท่านั้น
ที่เปลี่ยนแปลงตัวเราเองได้
และเขาเองก็เช่นกัน
นั่นจึงทำให้เราเข้าใจ และเลิกที่จะ 'ฝืน' อยู่ต่อ
โยนความหวังลมๆแล้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีวันเป็นจริงไหมทิ้งไป
เราเลือกที่จะหยุดตัวเอง หยุดจมปลักกับอดีต
อดีตที่ต่อให้ย้อนเวลากลับไป เราก็คงเลือกที่จะจากมาเช่นเดิม

ย้อนกลับมามอง ว่าตัวเราเองนั้น ต้องการสิ่งใด
เราเรียนรู้ที่จะโตขึ้น และพบว่า ตัวเรายังรักตัวเองไม่พอ
จึงได้ปล่อยให้คนแบบนั้นมาเหยียบย่ำความรู้สึก
และย่ำยีหัวใจของเราจนเกือบแตกสลาย

เราตัดสินใจจากมา
เพื่อที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ 'ตัวเอง' ที่ดีกว่าเดิม
ใช่ว่าเราจำเป็นต้องลืมเขา
เราไม่มองว่า มันคือความทรงจำที่ ดี หรือ แย่ 
เราเพียงมองแค่ว่า มันคือความทรงจำที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เป็นแค่ 
ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
เพียงเท่านั้น
SHARE
Writer
Kurozu
Writer, Artist
นักเขียนและนักวาดฝึกหัด | INFP ช่างเพ้อฝัน | ท้าทายสิ่งแปลกใหม่

Comments

GENIUSdoll
2 months ago
บทความนี้เเหละค่ะที้ทำให้รู้ซึ้งหัวใจตังเองขึ้น ขอบคุณค่าา >_~
Reply
Kurozu
2 months ago
ยินดีค่า นี่ก็ใช้เวลานานพอสมควรเหมือนกันกว่าจะเข้าใจตัวเองจนผ่านจุดๆนั้นมาได้ 5555
Chanikoon
2 months ago
พึ่งเลิกกับเเฟนมาไม่นานนี้เอง💔
Reply
Kurozu
2 months ago
สู้ๆนะคะ เราต้องเข้มแข็ง