ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
ฉันควรจะทิ้งอะไรไว้ก่อนที่ฉันจะตาย?


     เหมือนอย่างที่นิวตันทิ้งทฤษฎีแรงน้วมถ่วงให้เราศึกษาต่อ ดา วินชีที่ทิ้งโมโนลิซ่าเอาไว้ให้เชยชม ชาลี แชปลินทิ้งชื่อเสียงและผลงานไว้ให้เป็นที่พูดถึง แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ทิ้งปริศนาและความระทึกขวัญ หรือผู้พันแซนเดอร์ที่ทิ้งสูตรไก่ทอดเอาไว้จนตอนนี้มันโด่งดังไปทั่วแทบทุกประเทศ

     เหมือนอย่างพวกเขา ฉันคิดว่าฉันควรจะทิ้งอะไรไว้สักอย่างก่อนที่จะตายไป



     "ถ้าเป็นนายจะทิ้งอะไรไว้เหรอ?"



     ฉันเอ่ยถามหลังจากสาธยายเรื่องที่คิดอยู่ให้ฟัง เขาเท้าคางมองฉันด้วยท่าทางเบื่อหน่ายเหมือนไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับหัวข้อสนทนานี้นัก

     "ไม่รู้สิ...หนังสือนี่มั้ง"

     เขาตอบก่อนชูหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยบนตัก

     "นั่นนายเขียนเองรึไง"

     "ฉันดูเหมือนชาวฝรั่งเศสมั้ยล่ะ?"

     "ฉันหมายถึง...ไม่ใช่สิ่งของที่ซื้อมาหรือได้รับมาจากใคร เป็นอะไรที่นายสร้าง คิด หรือทำเอง ออริจินอลของนายเองไม่ใช่ของคนอื่น"

     เขาทำท่าครุ่นคิด

     "แล้วถ้าเป็นเธอจะทิ้งอะไรไว้ล่ะ?"

     ฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ พวกเราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้ข้อสรุปใดๆ




     "นายนึกได้รึยังว่าจะทิ้งอะไรไว้?"

     เธอถามผมอีกครั้งหลังจากเรากินอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

     ผมไหวไหล่ให้แทนคำตอบ เธออาจจะตีความไปว่าผมคิดไม่ออกแต่จริงๆคือผมไม่ได้เก็บไปคิดต่อ ก่อนจะถามเธอบ้าง "แล้วเธอล่ะ จะทิ้งอะไรไว้"

     เธอยิ้มด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจ แล้วชูกระดาษหนึ่งแผ่นที่มีรูปวาดด้วยสีเทียนหลากสี

     "ฉันจะทิ้งรูปนี่ไว้ล่ะ"

     "ก็หวังว่าจะไม่มีใครเอามันไปทิ้ง"

     พอพูดไปแบบนั้นเธอก็ทำหน้าบูดบึ้งใส่จนผมหัวเราะ

     "นี่เป็นผลงานชิ้นเอกเลยนะ"

     "ละเลงสีเทียนลงไปมั่วๆเนี่ยนะ?"

     "รูปประมาณนี้เคยถูกซื้อในราคาหลายหมื่นหลายแสนเชียวนะในต่างประเทศ"

     "เธอคงหมายถึงรูปฝีมือสัตว์เลี้ยง แต่เธอมีสองขา และเป็นคน"

     เธอถอนหายใจใส่ผมอย่างระอา

     "นายนี่มันไม่มีจินตนาการเอาเสียเลย"

     ผมไหวไหล่อีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ




     "บางทีฉันน่าจะเริ่มเขียนหนังสือ"

     เขาเงยหน้าจากหนังสือนิยายเล่มหนาเตอะพลางเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

     "เขียนเกี่ยวกับอะไรล่ะ?"

     ฉันครุ่นคิด "...ชีวิตประจำวัน"





     "เราไม่ได้อยู่ในช่วงสงครามโลกนะ"

     "เดี๋ยวนี้คนเขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตตัวเองตั้งเยอะ"

     "ใช่ คนที่มีเรื่องสนุกให้เขียนลงไป"

     ฉันทำแก้มป่อง ก่อนจะพยายามทดลองเขียนชีวิตประจำวันหนึ่งวันของตนเองให้สนุกที่สุดเพื่อตอกหน้าเขา แต่ลงท้ายแล้วดูเหมือนว่าฉันจะไม่มีความสามารถในด้านนี้เอาเสียเลย

     "ห่วย"

     คำวิจารณ์นั่นเจ็บสุดๆ




     "ฉันจะคิดสูตรอาหาร!"

     เธอโพล่งขึ้นมาขณะที่เรากำลังนั่งดูรายการแข่งทำอาหารด้วยกัน

     "จากเกม overcooked รึไง?"

     "เกมนั้นคิดสูตรเองไม่ได้สักหน่อย"

     "ยังไงเธอก็คิดไม่ได้อยู่ดี ที่นี่ไม่มีครัวให้เธอลอง"

     รอบนี้เธอไม่พยายามเถียงเพราะมันถูกอย่างที่ผมบอก ยังไม่รวมเรื่องที่เธอไม่เคยทำอาหารนะ

     เธอถอนหายใจ เอนหลังพิงเตียงที่ถูกยกสูงจนเรานั่งกันได้สบาย




     "ที่นี่มันน่าเบื่อจัง"




     ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอ แต่ก็รู้สึกอย่างเดียวกัน




     "ตอนนี้นายคิดออกรึยังว่าจะทิ้งอะไรไว้?"

     ฉันถามเขาอีกครั้งขณะมองดูปฏิทินบนผนังห้อง

     "ตั้งแต่ต้น...ทำไมถึงอยากจะทิ้งอะไรไว้ด้วยล่ะ?"

     เขาถามกลับมาโดยที่สายตายังไม่ละจากหนังสือ จนกระทั่งฉันเดินไปนั่งบนเตียงของเขา เขาถึงยอมเงยหน้าขึ้นมา

     "ถ้าไม่ทิ้งเอาไว้ก็ไม่มีหลักฐานน่ะสิ" ฉันตอบ ยกมือขึ้นวางแนบอกตนเอง "หลักฐานว่าฉันเคยมีชีวิตอยู่"




     นัตสึเมะ โซเซกิทิ้งงานเขียนอันเลื่องชื่อ พีทาโกรัสทิ้งสูตรคณิตศาสตร์ มาริลีน มอนโรทิ้งผลงานและความงามให้พูดถึงต่อ โชแปงทิ้งบทเพลงอันเป็นผลงานชิ้นเอก พ่อขุนรามคำแหงทิ้งภาษาและอักษร


     เหมือนอย่างพวกเขาที่ทิ้งบางสิ่งไว้ หลักฐานที่บ่งบอกว่าเขาเคยมีชีวิตอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และจะคงอยู่ไปตลอดกาลกับผลงานของเขาเหล่านั้น

     ถ้าหากทิ้งบางสิ่งเอาไว้ แม้ว่าจะตายไปแล้ว ก็คงจะไม่ถูกลืมเลือนหายไปแน่

     


     "เธออยากให้ใครรับรู้กันล่ะ?"




    
     ฉันมองเขา สายตาของเขามองตรงเข้ามาในตาฉัน

     "เธออยากให้ใครรู้ว่าเธอเคยมีชีวิตอยู่ ครอบครัว? หมอ? พยาบาล? เพื่อนร่วมห้อง? เพื่อนร่วมโรงเรียน? คนในละแวกบ้านที่เธออยู่? หรือทุกๆคนบนโลก?"

     ฉันไม่ได้ตอบคำถาม เขาจึงพูดต่อ

     "มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะทำให้คนทุกคนรู้...แต่ฉันรู้"



     "ฉันรู้ว่าเธอมีชีวิตอยู่"




     "รู้ว่าเธอเคยวาดภาพห่วยๆนั่น"

     "รู้ว่าเธอเคยเขียนบันทึกที่มีแค่สี่บรรทัด"

     "รู้ว่าเธอเคยร้องเพลงด้วยเสียงเพี้ยนๆ"

     "รู้ว่าเธอพยายามจะซ่อมเสื้อที่ทำขาดเองเพราะไม่อยากถูกพยาบาลดุ"

     "รู้ว่าเธอยิ้มและหัวเราะทุกๆวันซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้สึกดี"

     "รู้ว่าเธออยู่ตรงนี้ นั่งตรงนี้ ถามฉันเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับการทิ้งบางสิ่งไว้ทั้งๆที่เธอทิ้งมันไว้ตั้งนานแล้ว"




     เขาเว้นช่วงหลังจากพูดอยู่นาน แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากฉัน






     "เธอทิ้งความทรงจำไว้แล้ว และนั่นคือหลักฐานที่บอกว่าเธอเคยมีชีวิตอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง"






     "เธอทำให้คนทั้งโลกรู้ไม่ได้ แต่ให้ฉันรู้ได้ แค่นั้นยังไม่พออีกเหรอ?"





     หลังจากนั้นฉันร้องไห้เหมือนกับว่าไม่เคยร้องมาก่อน มันไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความเศร้าหรือเจ็บปวด

     ฉันแค่มีความสุขมากๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



     "มาทิ้งอะไรไว้สักอย่างกันเถอะ"

     เธอบอกกับผมก่อนจะยื่นปากกาเมจิกสีน้ำเงินมาให้

     "อะไรล่ะ?"

     พอถามไปแบบนั้นเธอก็ยิ้มให้แล้วมุดไปใต้เตียงของตัวเอง ก่อนจะกวักมือเรียกผมบ้าง ผมจึงก้มตัวลงมุดไปนอนหมอบอยู่ข้างเธอ

     "มาเขียนชื่อเอาไว้กันเถอะ"

     "เดี๋ยวก็โดนดุหรอก"

     เธอยกยิ้มซุกซน "ไม่เป็นไรหรอก ตรงนี้ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว"

     ผมขี้เกียจจะห้ามเธอเลยไม่ได้ค้านอะไร แล้วมองเธอลงมือเขียนชื่อตัวเองลงบนกำแพงห้องที่ติดใต้เตียงที่เป็นจุดอับสายตา ก่อนจะหันมาทางผมทำนองว่าให้เขียนต่อ ผมเลยเขียนชื่อของตัวเองไว้ข้างๆชื่อของเธอ

     เธอหันมายิ้มให้

     "แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเนอะ"

     "อะไร?"





     "หลักฐานที่รู้กันแค่สองคน"




     ผมเงียบ ก่อนหลุดยิ้มขำ

     "ฟังดูจั๊กจี้ชะมัด"



     "นี่ ถ้าการผ่าตัดพรุ่งนี้สำเร็จทั้งคู่ก็ดีเนอะ"

     "โอกาส 14% เนี่ยนะ"

     "พยายามมองโลกในแง่ดีหน่อยสิ!"

     "แล้วถ้าเกิดเธอรอดแต่ฉันตายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?"

     "ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะมีชีวิตอยู่ในส่วนของนายเอง"

     "...ตอบแบบไม่ลังเลเลยนะ แถมนั่นน่ะลอกมาจากในการ์ตูนใช่มั้ยล่ะ?"

     "รู้ด้วยแฮะ...แต่ที่บอกว่าจะมีชีวิตอยู่น่ะเรื่องจริงนะ"

     "...ฉันก็เหมือนกัน"

     "...แต่ไม่ว่าผลออกมายังไง ก็ไม่เป็นไรหรอก"

     "?"




     "ถึงหลังจากนี้ผลจะออกมาดีหรือแย่ แต่เรื่องที่พวกเราเคยมีชีวิตอยู่ด้วยกันก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดีนี่นา"



     "..."

     "..."



     "พูดอะไรดีๆเป็นเหมือนกันนี่"




SHARE
Written in this book
One day
Writer
SmokerZ
Writer
เอาไว้ลงเรื่องสั้นตามอารมณ์เป็นหลัก

Comments

BBBUN
4 months ago
ชอบมากเลย
Reply