ผู้หญิงไม่อธิบาย ผู้ชายเดาใจไม่เป็น

''เพศชายและเพศหญิงแตกต่างกันมากเกินว่าที่ทั้งสองจะสามารถเข้าใจกันและกันได้'' 


หลายๆครั้งเรามักจะมีปัญหาหรือข้อสงสัยกับเพศตรงข้ามไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง แฟน เพื่อน ว่าทำคิดแบบนี้ ทำไมแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ทำไมไปชอบคนแบบนี้ได้นะ? 
อะไรกันที่ทำให้ความเข้าใจหรือมุมมองในการใช้ชีวิตต่างกันมาก มากถึงขนาดที่ว่าเราไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ
.

.

จนผมมีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "ผู้หญิงไม่อธิบาย ผู้ชายเดาใจไม่เป็น" ทำให้ได้เห็นมุมมอง ความคิดที่แตกต่างของทั้งสองเพศตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงความต้องการต่างๆในชีวิต 
จนน่าตกใจและน่าสนใจไปพร้อมๆกันในหลายๆครั้ง

เลยอยากมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ลองดูกัน

วิธีคิด 
โดยพื้นฐาน ผู้ชายมีความคิดเป็นลำดับขั้น ตัวอย่างที่ชัดๆ เช่น ในวงสนทนาของผู้ชาย เวลาที่เขารู้สถานะอีกฝ่าย ว่าเป็นรุ่นน้อง หรือรุ่นพี่ อายุน้อยหรือมากกว่า ผู้ชายจะวางตัวได้ถูกและวางตัวได้ดีกว่าการที่อีกฝ่ายเป็นรุ่นเดียวกัน หรืออีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องแต่ดันมีตำแหน่งในการทำงานที่สูงกว่า  
 ที่น่าสนใจคือผู้ชายจะไม่นับผู้หญิงในการคิดลำดับขั้นแบบนี้

ในขณะที่ผู้หญิงมีความคิดในลักษณะของความเท่าเทียม ไม่มีลำดับขั้น ทุกคนเท่ากัน แม้อายุต่างกัน อาจเป็นเพราะในอดีตผู้หญิงมักจะไม่ได้รับความเท่าเทียมในเรื่องต่างๆอยู่เสมอ ทำให้พวกเธอตระหนักถึงความเท่าเทียมมากกว่า และไม่มีความคิดแบบลำดับขั้นมาเกี่ยวข้องเหมือนกับผู้ชาย 
นี่จึงนับเป็นความสามารถของผู้หญิงที่สามารถพูดคุยกับคนที่พึงรู้จักกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรู้สถานะของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนก่อน


ด้วยรูปร่างของความคิดที่แตกต่างกันแบบนี้ จึงทำให้ความตั้งใจ ความรู้สึกนึกคิดของทั้งสองต่างกันออกไปแม้ว่าจะมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตที่เหมือนกันอยู่บ้างก็ตาม

1.มุมมองต่อการได้ทำงานในบริษัทที่ดี
ผู้ชายและผู้หญิงต่างก็ต้องการจะได้ทำงานในบริษัทที่ดีทั้งนั้น แต่สาเหตุของความต้องการนั้นต่างกันอย่างมาก

ผู้ชายต้องการทำงานในบริษัทที่ดีเพื่อให้ตัวเองดูมีระดับมากขึ้น ดูมีความคูล ดูสูงส่ง เป็นที่ชื่นชม หรืออาจจะเป็นรูปแบบของการที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆทำให้มีหน้ามีตา ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบเนื่องมาจากความคิดที่เป็นลำดับขั้นนั้นเอง

แต่ผู้หญิงอยากทำงานในที่ดีๆเพราะ ต้องการความมั่งคง สวัสดิการที่ดี เงินเดือนที่มั่งคงเพราะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นผู้หญิง และในอนาคตอาจต้องลำบากไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่มีลูก มีครอบครัวที่จะต้องลาคลอด และอาจต้องปันเวลาไปเลี้ยงเด็ก หรือ กรณีที่โสดไม่มีลูก ที่จะต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองก็ตาม

ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องการความมั่งคงอย่างมาก

การเลือกมหาลัยในเด็กวัยรุ่นชายหญิงก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ความมั่งคงสำหรับเด็กผู้หญิงแต่ละช่วงวัยจะต่างกันออกไป ส่วนการได้เรียนในมหาลัยที่ดีระดับประเทศของผู้ชาย จะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองดูดี ดูเจ๋งในสายตาคนอื่น
ธรรมชาติของความคิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลในการเลือกที่ทำงานเท่านั้น แต่ส่งผลไปถึงการเลือกคู่ครองอีกด้วย

2.มุมมองต่อการเลือกคู่ครอง 
ทั้งชายและหญิงต่างต้องการคู่ครองที่ดีทั้งนั้น แต่ทั้งคู่ให้ความหมายของคำว่า ‘’ ดี ’’ ต่างกันออกไป.
ผู้ชายจะเลือกคู่ครองที่ทำให้ตัวเองดูดี ดูเท่ ไปด้วยจากการมีเธอ เค้าจะมองแฟนของเค้าเหมือนรางวัลจากความพยายามความสามารถหรือเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง มองว่าเธอเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่แสดงความเหนือกว่าผู้ชายคนอื่นๆ ยิ่งเครื่องประดับนั้นดูดีในสายตาผู้ชายอื่นๆด้วยกัน เค้าจะยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองเท่ ตัวเองดูดี จากการมีแฟนสวย เก่ง หุ่นดี หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่สังคมรอบตัวเขายอมรับ(จะมองว่าเป็นการอวดของผู้ชายก็ว่าได้)

ในส่วนของผู้หญิง เธอจะเลือกคู่ครองโดยใช้เกณฑ์
"คนที่จะมาเป็นพ่อของลูกฉันจะต้อง................" โดยไม่รู้ตัว เป็นเพราะพวกเธอมองไปถึงอนาคต มองไปถึงการแต่งงานมองไปถึงการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ด้วยกันหลังจากแต่งงานแล้วด้วย(สอดคล้องกับความมั่นคงเหมือนกับกรณีการเลือกงาน)ซึ่งเกณฑ์ในการเลือกของผู้หญิงแต่ละคนจะมีไม่เหมือนกัน สเปคของเธอจะแตกต่างกันออกไป(ขึ้นอยู่กับภาพอนาคตที่เธอวาดไว้ว่าต้องเป็นคนประมาณไหน) พวกเธอจะเลือกคู่ครองโดยใช้สัญชาตญาณของเธอโดยเฉพาะเพื่อเฟ้นหา คัดเลือกผู้ชายคนนั้น ดังนั้นเธอจึงมักจะไม่สนใจเสียงของคนรอบข้างในเวลาเลือกแต่จะเลือกด้วยการตัดสินใจของเธอเอง

3.มุมมองต่อการได้รับการยอมรับและการชื่นชม
ทั้งเพศชายและหญิงต่างต้องการการยอมรับกันทั้งนั้น
สำหรับผู้ชาย “พวกเขาต้องการให้คนทั้งโลกยอมรับ’’ นั่นหมายถึงพวกเขาอยากให้คนอื่นๆพูดถึงว่าเขาเจ๋ง เขาเก่ง เขาฉลาดขนาดไหน ประมาณว่าอยากสร้างประวัติศาสตร์อะไรไว้ให้โลกได้จดจำ เป็นที่พูดถึง เป็นตำนานในเรื่องอะไรซักอย่าง เหมือนกับเป็น Leborn james หรือ Messi ในวงการกีฬา เป็น Einstein หรือ Newton ในวงการวิทยาศาสตร์อะไรประมาณนี้ นี่คือสิ่งที่ผู้ชายอยากจะเป็น
ส่วนผู้หญิงต้องการการชื่นชมเพียงเฉพาะจากคนรอบข้างเท่านั้น ต้องการการยอมรับเพียงระดับสังคมจากคนรู้จักก็ดี จากคนใกล้ตัวก็ดี เธอไม่ได้ต้องการให้คนแปลกหน้ามากมายชื่นชมเธอเหมือนผู้ชาย จริงๆแล้วเธอเพียงต้องการที่จะได้ยินคำว่า"เธอนี่น่าอิจฉาจัง"จากผู้หญิงข้างๆมากกว่าได้ยินคนทั้งโลกชื่นชม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียง3ความแตกต่างหลักๆที่ชัดเจนในด้านมุมมองและความรู้สึกนึกคิดที่ผมสนใจและอยากจะนำมาเล่าให้ฟังเท่านั้น ยังมีอีกหลายๆเรื่องที่เป็นความแตกต่างระหว่างชายหญิงที่ไม่ได้ถูกพูดถึง

ทั้งนี้เอง หลังจากอ่านจบแล้ว ผมหวังว่าผู้อ่านทุกคนจะยอมรับและเข้าใจในการกระทำของคนที่เรารักได้มากขึ้นนะครับ









SHARE

Comments

-PikachU-
21 days ago
ทำไมรู้สึกว่าส่วนที่ยกมามันดูไม่เข้ากับหัวเรื่องของหนังสือเลยครับ
Reply
iodeen
21 days ago
จริงๆแล้วหลายๆประเด็นในหนังสือเพียงแต่บอกความแตกต่างทางมุมมองของชายหญิงเท่านั้นไม่ได้เจาะจง เนื้อหา ผู้หญิงไม่อธิบาย ผู้ชายไม่เป็นตามหน้าปกอยู่แล้ว
ประกอบกับผมอยากให้เครดิตหนังสือที่ยกมาพูดด้วย เลยใส่ชื่อและรูปหนังสือไว้ที่หัวเรื่อง

iodeen
21 days ago
มีอะไรเพิ่มเติม แนะนำได้เลยนะครับ ผมยังมือใหม่อยู่แต่อยากเก่งขึ้นเรื่อยๆ
-PikachU-
19 days ago
แค่คิดว่าส่วนที่ยกมามันดูขัดกับหัวเรื่อง แล้วก็ดูเนื้อหามันไปทางเฟมินิสจัดๆ มากไปหน่อยน่ะครับ มันดูตัดินคนแบบ stereotype เกินไป อ่านละหงุดหงิดครับ
yaml20
20 days ago
นี่เจอแต่ผู้ชายไม่อธิบาย ผู้หญิงไม่เข้าใจแฮะ 😅
Reply