[OS] Stranger (Irene x Eunbi)
'อิ่มตัว' 
 คำสั้น ๆ ที่ดูจะอธิบายความสัมพันธ์ของพวกเธอตอนนี้ได้ดีที่สุด
 
"พี่ว่างคุยมั้ยคะ" เสียงปลายสายดังขึ้น น้ำเสียงนั้นยังคงอ่อนโยนและนุ่มนวลเสมอ แต่ครั้งนี้เบจูฮยอนรู้ดีว่ามันไม่เหมือนเดิม เธอรู้ตัวมาสักพักได้แล้ว เพียงแค่เธอไม่อยากจะยอมรับมัน "วานมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย"

"ว่างสิคะ วานทำไมหรอ"

"วานคิดมานานแล้วนะคะ" ปลายสายเงียบไปสักพักเหมือนกำลังทำใจที่จะพูด มันเงียบจนได้ยินเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ลอดผ่านมา อีกคนคงจะไปดื่มล่ะสิ "เราเลิกกันดีกว่ามั้ยคะ..."

ก็ไม่ได้เกินจากที่จูฮยอนเดาเอาไว้สักเท่าไรนัก เธอก็แอบคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน คิดว่าความสัมพันธ์ของเธอทั้งคู่มันน่าถึงเวลาแล้ว ที่ยังทนกันมาได้ขนาดนี้คงจะเป็นเพราะน้องสงสารหรืออาจจะยังปราณีเธออยู่ 
 
"จะเอาแบบนี้จริง ๆ หรอคะ" เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเกินไปนัก
 
"ค่ะ.." เสียงของซนซึงวานแสดงถึงอาการที่เหมือนทนอะไรสักอย่างมานาน จูฮยอนไม่ได้ตอบ เหมือนความรู้สึกมันมาจุกอยู่ที่ลำคอ "...วานแค่อยากเริ่มใหม่กับใครสักคนและพี่ก็ควรจะทำแบบนั้นเหมือนกัน"

"พี่ว่าพี่ยังไม่พร้อมให้วานไป…" ฟังดูเห็นแก่ตัว แต่จูฮยอนรู้สึกแบบนั้นจริงๆ "เราเริ่มกันใหม่ไม่ได้หรอคะ พี่สัญญาว่ามันจะไม่เป็นแบบนี้"
 
พอได้ยินเสียงของคนปลายสายที่ฟังดูเหมือนจะพยายามอย่างมากไม่ให้เธอจับได้ว่าใกล้จะร้องไห้เต็มที่แล้วซึงวานก็อดจะใจอ่อนไม่ได้ 

"วานรู้ว่าพี่รักวาน แต่วานว่ามันสายเกินไปหน่อย" เธอไม่ได้อยากให้ความหวังกับจูฮยอนสักเท่าไร และการที่ต้องทำเป็นลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ต้องมาทำร้ายจิตใจคนที่เธอเคยรักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน "วานจะให้เวลาพี่ลองทบทวนดูนะคะ แต่พี่ต้องรู้ว่าเรากลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้ว"

"พี่รู้ค่ะ พี่ขอร้องนะคะ ยังไม่เลิกกันได้มั้ย" 

"ค่ะ" เตรียมใจมาแค่ไหน สุดท้ายก็ใจอ่อนให้อยู่ดี "ขอโทษนะคะ เดี๋ยววานต้องวางสายแล้ว" 

ก่อนคำพูดที่แสนสั้นจะจบอีกคนก็ชิงตัดสายทิ้งไปซะก่อน ถ้าความสัมพันธ์ของคนเรามันตัดง่ายแบบตัดสายโทรศัพท์ก็ดีสิ "ค่ะ"

ตอนแรกเราก็เป็นคู่รักปกติที่อาจจะดูไม่ปกติในสังคมส่วนใหญ่และไม่ใช่กับที่สาธารณะ แต่พวกเธอก็มีความสุข เป็นความรักทีี่เรียบง่าย...แต่เพราะความเรียบง่ายนั้นเราเลยไม่ค่อยได้มีเรื่องคุยกันสักเท่าไร จูฮยอนไม่ใช่คนช่างพูด ซึงวานเองก็ไม่ใช่คนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน กลายเป็นว่าพวกเธอเริ่มพูดกันน้อยลง

จูฮยอนรู้ว่าซึงวานตัดสินใจแล้ว ก่อนน้องวางสายทำไมเธอจะไม่ได้ยินเสียงใครคนใหม่ที่กำลังมาแทนที่เธอร้องเรียกอยู่กลายๆ เธอไม่โทษซึงวานหรอก จูฮยอนรู้ว่าน้องคงต้องทนมาได้สักพักแล้วถึงได้พูดออกมาแบบนั้นและคงเป็นเพราะเธอไม่สามารถให้ซึงวานแบบที่คนใหม่ให้ได้เรื่องมันเลยต้องมาเป็นแบบนี้ 

ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่พวกเธอต้องใช้ความอดทนในการดำเนินชีวิตคู่ แต่เธอก็ยังคงอยากจะดิ้นรนยื้อมันเอาไว้ให้นานเท่าที่จะทำได้และตอนนี้มันกลายเป็นความสัมพันธ์ที่คนหนึ่งหมดรักแล้วและพร้อมเริ่มใหม่กับอีกคนหนึ่งที่ไม่ยอมรับความจริงยังคงจมปลักอยู่กับความทรงจำเก่า ๆ ที่ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม



มองนาฬิกาเรือนเหล็กสีเงินบนข้อมือที่บอกเวลาว่าตอนนี้เกือบจะ 8 โมงเช้าแล้ว แต่จูฮยอนพึ่งจะได้กลับจากบริษัทเพราะเมื่อคืนหัวหน้าโทรมาบอกให้แก้งานด่วนและเธอดันทิ้งงานทั้งหมดไว้ที่ทำงานเลยต้องบอกลารูมเมทคนสนิทไว้กลางผับก่อนจะออกไปทำตามหมายที่ได้รับ 

จูฮยอนเอนตัวพิงเบาะรถ ไถโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อยดูความเป็นไปยามเช้า จิบกาแฟที่แวะซื้อมาระหว่างทาง ลาเต้ร้อนรสกลมกล่อมเริ่มจะกลายเป็นเอสเปรสโซ่เพิ่มช็อตขึ้นมาทันทีที่เลื่อนไปเจอรูปคู่ของซึงวานกับคนรักใหม่ ถึงจะผ่านมาหลายเดือนจากเหตุการณ์วันนั้น จูฮยอนยอมรับว่าเธอเจ็บทุกครั้งที่เห็นอะไรแบบนี้แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่ดี

ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้เลิกแต่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันนักหรอก …เราไม่ได้คุยกันนานแล้ว น้องเองก็ไม่ได้ปิดเรื่องความสัมพันธ์กับคนใหม่และเธอก็ไม่ได้ก้าวก่ายอะไร ยังคงให้พื้นที่ส่วนตัวกับซึงวาน แต่ก็แอบคิดนะว่าอาจจะเป็นเพราะเธอให้พื้นที่มากเกินไปจนมันดูเหมือนว่าไม่ใส่ใจกัน เราเลยจบลงแบบนี้ 

เก็บโทรศัพท์สัญชาติเดียวกับเธอลงกระเป๋าเสื้อสูทบนตัว คว้าเอกสารสำคัญบางเล่มและกาแฟที่รสชาติเริ่มกร่อยแล้วลงจากรถ มุ่งตรงไปสถานที่พักผ่อน ถ้าเพื่อนร่วมห้องตัวดีไม่เมาเละจากเมื่อคืนจนทำห้องพังอ่ะนะ

เธอประคองทุกอย่างที่ถือมาจากรถด้วยมือข้างเดียวแล้วเปิดประตูเข้าไปด้วยใจที่ลุ้นกับสภาพห้อง แต่มันก็ดูปกติกว่าที่คิดและไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตในห้องส่วนกลางเลย จูฮยอนวางของลงกับโต๊ะกระจกแล้วตรงไปที่ห้องนอน ห้องไม่ได้ล็อคและเธอเกือบจะเชื่อว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงคือเพื่อนเธอ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้มีผมสีน้ำตาลสว่างตาแบบนั้น จูฮยอนออกมาและปิดประตูห้องกลับเหมือนเดิม

"พัคซูยอง!!!" 

"แหกปากอะไรของแก" ตัวการโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำขณะที่มือยังคงเช็ดผมสั้นประบ่าของตัวเองอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
 
"แกเอาใครมานอนห้องอีกแล้วห้ะ!" แทนที่จะแก้ตัวเหมือนครั้งก่อนว่าเมา เผลอหรืออะไรก็ตามแต่ ครั้งนี้ซูยองเหมือนจะมีมุกใหม่คือทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่องกว่าเก่า "บอกแล้วไม่ใช่หรอว่าห้ามหิ้วคนอื่นมาอ่ะ จะทำอะไรกันก็ไปโรงแรม!!"

"เดี๋ยว หิ้วอะไรก่อน เมื่อคืนฉันก็หิ้วแกกลับแค่คนเดียวป้ะ เมาแล้วเรื้อนหรอ" 

หลักฐานคาห้องยังจะมีหน้ามาว่าเธอกลับอีกนะ 

"แกสิเรื้อน เมื่อคืนฉันขอกลับก่อน ตอนบอกอ่ะไม่มีฟัง"

"บอกตอนไหนวะ ฉันยังเห็นแกไปนั่งคอพับอยู่ที่บาร์อยู่เลย"

"บอกตอนแกจะออกไปเลื้อยไง"

"ไม่เห็นจะจำได้" เพื่อนตัวสูงพาดผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่บ่าก่อนจะหันไปบีบครีมบำรุงลงบนนิ้วมือ ...ใจเย็นเหลือเกิน "แล้วเมื่อคืนแกออกไปไหน" 

"ไปบริษัทไง ไม่ฟัง" 

"เดี๋ยว งั้นเมื่อคืนแกไม่ได้กลับห้องหรอ?" ซูยองมองเธอผ่านกระจกด้วยสีหน้าที่เหมือนจะเริ่มเอะใจอะไรขึ้นมา 

"ใช่"

"เอ้า… แล้วฉันพาใครกลับมาวะ" 

ซูยองวางขวดลงกับขอบอ่างล้างมือก่อนตบครีมบนหน้าอย่างลวก ๆ แล้วตรงดิ่งไปที่ห้องนอนทันที มองดูผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าอย่างดีแล้ว เธอถึงพึ่งมารู้ตัวว่าคนที่พากลับมานอนข้าง ๆ เมื่อคืน ไม่ใช่เพื่อนเธออย่างจูฮยอน

"ไม่ใช่แกจริงๆ ด้วยอ่ะ.. ใครวะเนี่ย" ซูยองพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า ถ้าเมื่อคืนเธอเมา ก็ไม่แปลกใจนะ ถ้าจะพาผู้หญิงคนนี้กลับมาห้อง ในเมื่อคนแปลกหน้าคนนี้มีหน้าตาคล้ายจูฮยอนแบบที่แทบแยกไม่ออกถ้ามองจากร้านมืด ๆ ผมก็สีอ่อนแถมยังใส่แว่นเหมือนกันอีก "หน้าเหมือนแกเลย"

"...เหมือนตรงไหน" ปฏิเสธไปอย่างงั้นแหละ แต่มองเผิน ๆ ก็อดคิดไม่ได้หรอกว่าเรามีอะไรที่คล้ายกันจริง ๆ  

"ถ้าไม่เหมือนฉันจะไปหิ้วกลับมาเพราะคิดว่าเป็นแกได้ไง"

"ไม่รู้ ปลุกแล้วเอาไปปล่อยที่เดิมเลย" 

"พูดเหมือนฉันเก็บกระต่ายได้อ่ะ…" 

"ทำไมต้องกระต่าย หมาแมวก็ได้ป้ะ"

"ก็เขาเหมือนกระต่าย" ซูยองนิ้วไปทางริมฝีปากอิ่มอมแดงที่เผยออกนิด ๆ ในเห็นฟันกระต่ายน้อย ๆ "น่ารัก ปลุกไม่ลง แกปลุกทีดิ" 

"ไม่ต้องมาหาข้ออ้าง จัดการให้เรียบร้อยเลย"

"ช่วยหน่อยดิ… ไม่รู้จะอธิบายเขายังไง"

"ก็ตามความจระ…" ซูยองยกมือห้ามไม่ทันให้จูฮยอนได้พูดจบเพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ เจ้าของเครื่องเดินออกไปคุยอยู่สักครู่ก่อนกลับเข้ามา

"มีพัสดุมาส่งว่ะ เดี๋ยวฉันต้องลงไปเอา แกช่วยปลุกเขาหน่อยแล้วกัน" 

"ไม่มีทาง" ไม่สนใจคำค้านใด ๆ ซูยองเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเดินหลบมือเพื่อนที่กำลังจะคว้าคอเธอเอาไว้หนีออกไปจากห้องทันที "พัคซูยอง ซูยองเว้ย" 

"เอาน่า เดี๋ยวซื้อข้าวขึ้นมาให้ รู้หรอกว่ายังไม่ได้กิน"

และตัวการของเรื่องก็จากไป ทิ้งให้เธอยืนมองคนที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง คนที่เธอไม่รู้ชื่อพลิกตัวเบา ๆ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ๆ จูฮยอนก็ได้ยิ่งกลิ่นเหล้าโชยออกมา ท่าจะหนักนะเมื่อคืน ไม่เข้าใจเลยว่าซูยองมันหลับไปได้ไงแต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วเพื่อนเธอก็คงจะหนักพอกัน

"คุณ" จูฮยอนแตะลงที่ไหล่ แต่คนแปลกหน้าก็ยังคงทำเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงละเมอที่ฟังแทบไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังพอจับใจความได้ออกมา

"อย่าไปนะแชน พี่ขอโทษ.. พี่ยอมทุกอย่าง อย่าไปเลยนะ"

ฟังแล้วเหมือนได้ยินตัวเองพูดซะงั้น จูฮยอนนั่งลงข้าง ๆ มองที่คนนอนน้ำตาซึม…มือของเธอเผลอลูบปลอบเบา ๆ ให้คนที่นอนสะอื้นจนอีกฝ่ายเงียบหลับไปอีกครั้ง 

"จ้องอะไรขนาดนั้น" 

จูฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงของคนที่เธอคิดว่าทิ้งเธอเอาตัวรอดไปแล้วดังขึ้น

"ใจเย็น แค่ลืมกุญแจรถเอง" พอเห็นสีหน้ารำคาญใจของจูฮยอน ซูยองก็ได้แต่ยกมือขึ้นคล้ายจะบอกว่าอย่าพึ่งบ่นแล้วถอยตัวเองออกไปก่อนทิ้งท้ายด้วยคำพูดชวนหงุดหงิด "อย่ากินเขาเข้าไปล่ะ" 

จูฮยอนส่ายหัวเบา ๆ กลั้นใจเขย่าตัวอีกฝ่ายให้ตื่น คนนอนอยู่ค่อย ๆ ปรือตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นมาทันทีที่สบตากับเธอ จูฮยอนแอบอมยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นอีกคนก้มลงสำรวจตัวเองว่ายังใส่เสื้อผ้าครบไหม

"ไม่ต้องกังวลน่า ไม่มีใครทำอะไรคุณสักหน่อย"
 
"แล้วคุณเป็นใคร ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ล่ะ"  

"เป็นเจ้าของห้องไง" จูฮยอนเอื้อมมือไปหยิบแว่นสายตาตรงโต๊ะข้างเตียงให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็รับไปแต่โดยดีเพราะเจ้าตัวกำลังมองหามันอยู่เหมือนกัน "ไม่รู้ว่าอธิบายไปจะเชื่อมั้ยนะ …แต่เพื่อนฉันพาคุณกลับมาจากผับเพราะคิดว่าคุณคือฉัน"

"คือยังไงนะคะ? " 

"มันบอกคุณหน้าเหมือนฉันน่ะ เห็นคุณนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะก็เลยพากลับมาด้วย มันเมา อย่าถือสามันเลยนะ" 

ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไร แต่พอลอบมองหน้าตาคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของห้องแล้ว มันก็ดูจะฟังขึ้นอยู่นิดนึง หรือเปล่า? ก็แค่ใส่แว่นแบบเดียวกันแค่นั้นแหละนอกจากนั้นในสายตาของควอนอึนบี เธอก็ไม่เห็นความเหมือนกันตรงไหนอีก แต่คนเมาอ่ะนะ ทำอะไรแปลก ๆ ก็ไม่อยากจะถือสาหรอกถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนอะไร
 
"งั้น ขอบคุณที่ช่วยเหลือนะคะแล้วก็ขอโทษที่รบกวน ฉันขอตัวก่อน" 

"คุณอาบน้ำก่อนก็ได้นะ คือไม่ได้จะว่าแต่ตัวคุณกลิ่นเหล้าหึ่งเลย" 

"ฉันไม่รบกวนดีกว่าค่ะ" ใช่ว่าอึนบีจะไม่รู้ตัวนะว่าตัวเธอมีกลิ่นเหล้าแต่ด้วยความเกรงใจเลยต้องปฏิเสธไป

"ไม่เป็นไรหรอก จริงๆ คุณไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องขอโทษด้วยซ้ำ เพื่อนตัวดีของฉันต่างหาก" จูฮยอนลุกขึ้นตรงไปที่ตู้เสื้อผ้ามองหาเสื้อผ้าใหม่ ๆ สักชุดให้คนแปลกหน้าบนเตียง "เมื่อคืนคุณได้ขับรถมาหรือเปล่า" 

"ค่ะ จอดไว้ที่ร้าน"

"งั้นคุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ" จูฮยอนยื่นเสื้อสีเหลืองตุ่น ๆ กับกางเกงผ้ายืดให้คนที่ยังคงทำท่าจะปฏิเสธความหวังดีของเธอ "เดี๋ยวฉันไปส่งเป็นการรับผิดชอบนะคะ"

ถึงใจอยากจะกลับบ้านเต็มที่เพราะเธอเริ่มมึนหัวจากอาการแฮงค์เมื่อคืน แต่ดูท่าแล้วถ้าเธอจะต้องทนอยู่กับสภาพเหม็นเหล้าของตัวเองแบบนี้ต่อไป เธอคงจะขับรถกลับบ้านไม่ไหว

"งั้นขอรบกวนหน่อยนะคะ" อึนบีรับเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปตามทางที่อีกคนบอกมา



ดูท่าเจ้าของห้องจะเหม่อลอยคิดอะไรในหัวเพลินเกินไปหน่อย เพราะมันสักพักแล้วที่จูฮยอนนั่งมองอึนบีหวีผมอยู่ที่โต๊ะปลายเตียง แม้อึนบีจะมองกลับไปอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกตัว จนเธอเริ่มจะรู้สึกประหม่ากับสายตานั้นขึ้นมาเหมือนกัน

และเสียงเปิดประตูก็กลายเป็นสิ่งที่เรียกสติของจูฮยอนกลับมา เธอถึงได้รู้ตัวเองว่าเผลอมองอึนบีอยู่นาน อึนบีเบนสายตาไปมองคนมาใหม่ที่คาดว่าคงเป็นเพื่อนตัวดีที่เคยบอก

แม้จะพยายามปฏิเสธไปหลายรอบแต่สุดท้ายอึนบีก็ถูกคุณเพื่อนตัวดีคนนั้นพาเธอมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยการอ้างว่าเป็นการรับผิดชอบแบบเดียวกับคุณเจ้าของห้องไม่มีผิด และมันก็เป็นครั้งที่สองที่เธอถูกคุณเจ้าของห้องเหม่อมองใส่ ครั้งนี้ก็ยังคงเป็นคุณเพื่อนตัวดีเรียกสติกลับมา

"แกมองจนเขาเกร็งหมดแล้วนะ คุณเบ"  

"ห้ะ …โทษที" เจ้าของชื่อเล่นคุณเบกระแอมเบา ๆ แล้วหันกลับไปสนใจอาหารเส้นเคล้าซอสสีดำบนจาน

เมื่อจัดการมื้ออาหารเช้าในเวลากว่า 10 โมงจนเสร็จ คุณเบที่พ่วงมาด้วยคุณเพื่อนตัวดีก็พาอึนบีมาส่งที่ร้านเมื่อคืนได้โดยสวัสดิภาพ รับฟังคำขอโทษของทั้งคู่อยู่อีกสักพัก เธอถึงแยกจากสองคนนั้นมาได้

ซูยองมองตามคนแปลกหน้าที่ลงจากรถไปก่อนพูดขึ้นมา

"นั่นเสื้อที่ฉันซื้อให้แกไม่ใช่หรือไง ไหงเอาไปให้เขาล่ะ" 

"ฉันไม่ชอบสีเหลืองและแกรู้"

ซูยองหัวเราะ เอาเถอะ ให้ไปแล้วจะเอาไปทำอะไรมันก็เรื่องของจูฮยอน สิ่งที่เธออยากคุยจริง ๆ มันคือต่อจากนี้ต่างหาก "แล้วแกนี่ยังไง" 

"อะไรยังไง?"

"ก็แกมองเขาหลายรอบละนะ คุณคนแปลกหน้านั่นน่ะ"

"ใครมอง"

"แกไง ตอนฉันขึ้นมาเอากุญแจรถแกก็มอง ตอนกลับมาแกก็มอง ตอนกินข้าวแกก็มอง แม้แต่ตอนนี้แกก็ยังมอง" 

"คิดมาก" จูฮยอนเบี่ยงสายตาหลบซูยองที่หรี่ตามองอย่างจับผิด "ก็แกบอกเขาหน้าเหมือนฉัน ฉันก็แค่จะพิสูจน์ไง"

"หรอ.. " 

"ทำไม" 

"แล้วไม่สนใจจะเริ่มใหม่หรอ" ซูยองตบไหล่เพื่อนสาว เธอเข้าใจสถานะของจูฮยอนดี "จบเรื่องไปเถอะน่า"

"กับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ" 

"ทำไมก่อนจะคบกับน้องวานของแก น้องเขาก็เป็นใครไม่รู้มาก่อนมั้ย"

"ไร้สาระ" จูฮยอนไม่สนใจ เธอกลับรถเพื่อกลับคอนโดหรือไม่ก็อาจจะแวะหาของกินระหว่างทางเผื่อจะช่วยให้ใจที่เริ่มเขวของเธอกลับมามั่นคง

"ลองดูก็ได้นี่ เผื่อจะโดนสเปค" 

"ถ้าแกชอบใคร คนนั้นก็จะเป็นสเปคของแกเองนั่นแหละ"

"สำบัดสำนวน…" ซูยองมองไปทางอึนบีที่กำลังก้าวขึ้นรถ "ตอนนี้ยังทันนะ"

"ไม่ล่ะ" จูฮยอนบอกปัดก่อนเร่งเครื่องออกไปจนสาวที่พวกเธอไม่ได้ถามชื่อเริ่มลับตา ซูยองก็ได้แต่ยักไหล่ยอมรับการตัดสินใจของเพื่อน
 
ไม่อยากยอมรับ…แต่จูฮยอนกำลังรู้สึกเสียดาย



"มาแล้วหรอ คุณเบ " คิมแทยอนเดินเข้ามาตีข้างทันทีที่จูฮยอนก้าวเข้าบริษัทและแย่งกล่องโดนัทในมือเธอพร้อมส่งเข้าปากไปหนึ่งชิ้นโดยไม่มีการขอ ประหนึ่งมันเป็นของสาธารณะ "เจอเด็กใหม่ที่เข้ามาแทนพี่ยัง"

"ยังอ่ะ"

"หน้าเหมือนเธออย่างกะแกะเลย" แทยอนพูดไปขณะที่ขนมยังอยู่ในปาก "เห็นตอนแรกนึกว่าแฝด"

"เวอร์"

หน้าเหมือนกันหรอ…คำพูดของคนข้าง ๆ กลับทำให้จูฮยอนนึกถึงผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นขึ้นมาซะงั้น จะใช่คนเดียวกันมั้ยนะ…แล้วทำไมเธอต้องคาดหวังว่าคนใหม่ที่เข้ามาแทนแทยอนที่ลาออกไปอยู่กับแฟนที่ LA จะคือคนเดียวกับคนที่เธอคิดถึงด้วยล่ะเนี่ย …แต่ถ้าเกิดไม่ใช่ขึ้นมา รู้สึกว่าหน้าตาเธอคงจะโหลเกินไปแล้วล่ะ
  
"ไม่เวอร์" แทยอนลากคอเธอเดินตรงไปยังโต๊ะเก่าของเจ้าตัวที่ตอนนี้กลายเป็นของสาวผมน้ำตาลสว่างตาที่นั่งอยู่แทน "มาทักทายกันหน่อย"

…เลิกหวังได้แล้ว 
 
"นี่น้องอึงบี"

"อึนบีค่ะ…ควอนอึนบี" หลังจากแก้ชื่อให้ตัวเองเสร็จ คนมาใหม่ก็ก้มหน้ายื่นมือมาทางจูฮยอน พอเงยหน้าขึ้นมาสบตา คนที่พึ่งแนะนำตัวกลับทำท่าทางประหม่า ขึ้นมาทันที "ฝ..ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ"

อย่างน้อยหน้าเธอก็ไม่ได้โหลอย่างที่คิดไว้…

"เบจูฮยอน" จูฮยอนสัมผัสมือสั่น ๆ ของอีกฝ่ายแล้วเขย่าเบา ๆ "ได้รู้จักกันจริง ๆ สักทีนะคะ" 

ไม่รู้ว่าบรรยากาศตอนนี้มันแปลก ๆ หรือว่าแทยอนคิดไปเอง ทำไมสองคนนี้ถึงดูมีลับลมคมในใส่กันล่ะเนี่ย "รู้จักกันหรอ" 

"เปล่าค่ะ" อึนบีชิงพูดขึ้นมาทันที 

ทำเป็นไม่รู้จักกันซะอย่างงั้น…แต่ตามน้ำไปก็ได้ 

"อื้อ พึ่งรู้จักกันวันนี้วันแรก" เพราะวันก่อนแค่เจอกัน ไม่ทันได้รู้จัก

"งั้นดูแลน้องดี ๆ ล่ะ พี่ไปละ" แทยอนโบกโดนัทในมือลาพลางเดินตรงไปที่ลิฟต์ "ขอบใจสำหรับโดนัท เจอกันร้านเดิมนะ เลี้ยงส่งพี่พร้อมต้อนรับเด็กใหม่"
 
จูฮยอนพยักหน้ารับก่อนหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าอีกรอบ
 
"โดนัทมั้ย?"  

"ไม่เป็นไรค่ะ" อึนบีส่ายหัวเล็กน้อยประกอบคำปฏิเสธของเธอ "ขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ" 

"ไม่เข้าใจตรงไหนเรียกได้นะ" จูฮยอนหันกลับไปนั่งที่ของตัวเองที่มันดันอยู่แค่โต๊ะข้างหลังของอึนบีแค่นั้น "เดี๋ยวเย็นไปพร้อมพี่นะ ไม่รู้จักร้านใช่มั้ย"

"ค่ะ"
 
และพวกเธอก็ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไป มีแค่บางครั้งที่อึนบีหันมาขอคำอธิบายในส่วนที่ไม่ค่อยเข้าใจ จนถึงเวลาเลิกงานและเตรียมไปปาร์ตี้ที่แทยอนนัดเอาไว้ แต่เพราะอึนบีเองก็เอารถของตัวเองมา ทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะขับตามกันไป

ไม่รู้พวกเธอมาสายหรือคนอื่นรีบเกินไปเพราะทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันหมดตรงโต๊ะที่จองเอาไว้ 

"มาช้า คนล่ะสามช็อต"

ไม่ทันจะได้หย่อนตัวลงนั่ง เจ้าภาพงานก็เลื่อนแก้วเป๊กสามแก้วมาให้เธอพร้อมกับของอึนบีที่นั่งลงข้าง ๆ
 
"คือ…ฉันดื่มไม่เก่งค่ะ"

คนข้างเธอเอ่ยออกมา แต่เพราะพี่คนอื่นในวงร้องเชียร์ให้ดื่ม อึนบีเลยต้องกลั้นใจดื่มไปอย่างช่วยไม่ได้ ตามมาด้วยเสียงเชียร์ที่ดังกว่าเดิม 

บรรยากาศยังคงรื่นเริงต่อไป ขณะที่อึนบีกลับนั่งก้มหน้านิ่งเพราะแอลกอฮอล์ที่เริ่มออกฤทธิ์ คงจะดื่มไม่เก่งอย่างที่พูดจริง ๆ ทางจูฮยอนเองก็เริ่มมึน ๆ ขึ้นมาแล้วเหมือนกันเลยขอตัวออกไปรับลมให้สร่างเมา 

สักพักใหญ่แล้วที่จูฮยอนนั่งจ้องเบอร์ของคนที่เธอไม่ได้โทรไปหาตั้งแต่ซูยองเมาครั้งนั้น …ตอนนี้เธอรู้สึกฟุ้งซ่านและอ่อนไหวอย่างที่ไม่เคยเป็น ทนมาได้ตั้งนาน ทำไมพึ่งจะมาคิดจริงจังได้เอาตอนนี้ สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะกดโทรออก รอสายจนแทบจะถอดใจ แต่ปลายสายกลับรับซะก่อน
 
"ค่ะพี่ฮยอน?"

"พี่กวนหรือเปล่า" 

"ไม่ค่ะ วานคุยได้"
 
จูฮยอนหลับตาลงก่อนพูดออกไป
 
"คือ…พี่ว่าพี่ทำใจได้แล้ว" 

ซึงวานไม่ได้ตอบกลับ เพียงแค่รอให้อีกคนพูดต่อ

"เรามาจบเรื่องนี้กันมั้ยคะ?"

"วานรอพี่พูดคำนี้มานานแล้วจริง ๆ นะคะ" น้ำเสียงไม่มีความเหนื่อยใจหรือไม่พอใจอะไรทั้งสิ้น ยังไงคนปลายสายก็ยังเป็นซึงวานที่อ่อนโยนเสมอ "ขอโทษที่ตอนนี้รักพี่ไม่ได้แล้ว แต่วานไม่เคยเสียใจที่เราได้รักกันนะคะ" 

"ค่ะ…ขอโทษที่ให้รอตั้งนานนะคะ"
 
"ไม่เป็นไรค่ะ มีความสุขเยอะ ๆ นะคะพี่ฮยอน"

"ค่ะ"

ครั้งนี้ปลายสายอยู่ฟังคำสั้น ๆ ของเธอจนจบ …ถึงจะนั่งเตรียมใจอยู่นาน พอได้พูดออกไป จูฮยอนยอมรับว่าเธอรู้สึกโล่งใจเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเอง แต่สักพักภาพจำเก่า ๆ มันก็เริ่มไหลเข้ามาเหมือนม้วนฟิล์มที่กำลังเล่น …น้ำตาที่เธอไม่ได้จะตั้งใจให้มันไหลออกมาหยดลงบนพื้นทิ้งรอยจาง ๆ ก่อนจะตามมาด้วยอีกหลายหยด จากรอยที่จางก็เข้มขึ้นเหมือนความรู้สึกที่มันเริ่มชัดเจน 

หลังจากเดินหาจูฮยอนอยู่นาน ในห้องน้ำก็ไม่มีวี่แวว ในที่สุดอึนบีก็เจอคนที่ทำให้เธอต้องโดนใช้ให้มาตามนั่งกุมมือก้มหน้าติดเข่าอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้าน อึนบีถือวิสาสะนั่งลงข้างจูฮยอน เธอเองก็อยากจะลุกออกมาจากร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และควันจากเตาเนื้อย่างให้หัวโล่งเหมือนกัน

"พี่แทยอนให้มาตามค่ะ เห็นว่าพี่ออกมานานแล้ว" จูฮยอนเงยหน้ามองคนที่มานั่งข้าง ๆ โดยลืมตัวว่าน้ำตาตัวเองยังไม่แห้งดี "…พี่ร้องไห้หรอคะ"

จูฮยอนเลือกใช้คำแก้ตัวที่รู้ว่ามันไม่เนียนตอบอึนบีไป "เปล่าค่ะ ฝุ่นมันเข้าตา"
 
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่แววตาของคนข้าง ๆ กลับไม่ได้บอกแบบนั้นเลย มันดูเศร้าและมีเรื่องราวมากมายที่อึนบีไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่อยากพูด เธอไม่ได้เป็นคนอยากรู้อยากเห็นถึงขนาดจะคะยั้นคะยอถามอะไรออกไปหรอก

อาจจะเป็นเพราะยังไม่สร่างเมาดี จูฮยอนถึงกล้าพิงหัวลงกับไหล่ของอึนบีโดยไม่คิดจะขออนุญาตก่อน ตอนนี้เธอแค่อยากได้ที่พักพิงและอึนบีก็อยู่ตรงนี้พอดี เป็นความพอดีที่เธอพอใจมากด้วย อีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไรแถมยกมือขึ้นมาลูบผมเธอเบา ๆ พร้อมคำปลอบใจที่ดูประหม่าจนน่าเอ็นดู

"ไม่ร้องนะคะ"

อึนบีไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่เห็นว่าอีกคนนั้นร้องไห้อยู่เลยไม่ได้ใส่ใจ คิดแค่ว่าอยากจะให้อีกคนหายเศร้าแค่นั้น.. 

จูฮยอนลอบยิ้มน้อย ๆ แล้วปล่อยให้อึนบีลูบไป เธออยากใช้เวลาช่วงนี้ทบทวนตัวเองตามที่ซึงวานบอก เธอไม่ค่อยเชื่อในรักแรกพบแต่ก็เชื่อว่าสิ่งแรกพบคือการเริ่มต้นอะไรสักอย่าง

วันที่ได้เจออึนบีครั้งแรก ผู้หญิงแปลกหน้าในห้องคนนั้น อะไรสักอย่างที่เห็นในตัวอึนบีทำให้เธอเริ่มคิดที่จะก้าวต่อ
 
ตอนแรกไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำได้จริง ๆ …แต่พอได้เจอมาอึนบีอีกครั้งวันนี้ ถึงได้เริ่มมั่นใจขึ้นมา เหตุผลที่ทำให้เธอกล้าที่จะจบเรื่องค้างคาอยู่ลง... มันไม่ใช่เพราะว่าเมาหรืออะไรเลย มันคือตัวคนที่กำลังลูบหัวเธอ แม้จะเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันอย่างจริงจังมาก่อนวันนั้น พอวันนี้ได้มารู้จักกันจริง ๆ เธอถึงรู้สึกได้ว่าที่เธอนึกถึงซึงวานน้อยลง ไม่ใช่เพราะตัวเธอเองเริ่มทำใจได้ แต่เป็นเพราะมีใครคนอื่นเข้ามาแย่งความสนใจไปต่างหาก 

ไม่อยากเชื่อตัวเอง เธอคิดถึงผู้หญิงคนนี้ รู้สึกเสียดายที่วันนั้นไม่ทำความรู้จักกันไว้…ถ้ามาเริ่มตอนนี้มันจะสายไปหรือเปล่านะ 


"ไหนว่าไม่ชอบสีเหลือง" ซูยองมองลูกโป่งสีเหลืองสดในมือ "นี่แทบจะเหลืองทั้งห้อง"
 
"ก็น้องเขาชอบ"

"รู้มั้ยว่าแกเหมือนพ่อแม่ที่ลูกเอาสัตว์มาเลี้ยงแล้วบอกว่าเป็นภาระ ลำบาก ใครจะดูแล แต่สุดท้ายก็หลงหัวปักหัวปลำ"

"บ่น.. รีบๆ สูบเข้าเหอะ เดี๋ยวไม่ทัน"

ซูยองเร่งสูบลูกโป่งตามที่เจ้าของห้องบอก…และใช่ ตอนนี้เธอไม่ใช่เจ้าของห้องร่วมกับจูฮยอนแล้ว ตั้งแต่เพื่อนเธอกับสาวแปลกหน้าคนนั้นตกลงคบกัน จูฮยอนก็ย้ายออกมาอยู่กับอึนบีแทน ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวแถมต้องโดนใช้ให้มาช่วยจัดงานครบรอบหนึ่งปีที่คบกันอีก…ตอนนั้นบ่นแทบตายว่าเธอพาใครกลับห้อง ดูตอนนี้สิ…บอกว่าหมั่นไส้ก็คงจะน้อยไป

"แล้วสรุปเค้กนี่ยังไง ไปเอามาหรือยัง"

"ร้านบอกจะมาส่ง" จูฮยอนละมือจากแก้วใสที่กำลังเช็ด "เดี๋ยวไปดูก็ได้"

อึนบีถอยตัวออกห่างทันทีที่ประตูเปิดออกทั้งที่ไม่ควรจะมีใครอยู่ห้องตอนนี้ คนที่เปิดออกมาอาจจะเป็นโจรก็ได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดหรอกเพราะคนที่ออกมาดันกลายเป็นคนที่ควรจะออกไปทำงานในตอนนี้อย่างจูฮยอน

"ไหนพี่บอกไปคุยงานกับลูกค้าไง"

"...เอ่อ คือพี่" จูฮยอนพูดกระตุกกระตักทันทีที่คนตรงหน้าดันเป็นคนที่เธอกำลังจะทำเซอร์ไพรซ์

"แอบเอาใครมานอนห้องหรือเปล่าเนี่ย"

อึนบีพยายามจะชะเง้อมองภายในห้องที่จูฮยอนยืนบังไว้ ทางด้านซูยองที่ได้ยินเสียงพูดคุ้นหูเข้าก็รีบเอื้อมมือไปปิดสวิทช์ไฟก่อนที่เจ้าของงานเซอร์ไพรซ์จะทันเห็น อึนบีอดขมวดคิ้วใส่จูฮยอนไม่ได้เพราะอีกฝ่ายดูมีพิรุธชอบกล

ขณะที่อึนบีจะเอ่ยถามและจูฮยอนจะแก้ตัว เด็กหนุ่มในชุดพนักงานส่งของก็ยื่นถุงที่ข้างในบรรจุกล่องกระดาษสีขาวมาขัดซะก่อน

"มาส่งเค้กที่สั่งไว้ ชื่อคุณเบจูฮยอนนะครับ?"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" จูฮยอนรับเค้กจากพนักงานส่งของก่อนเขาจะขอตัวไปส่งที่อื่นต่อ

"เค้กหรอคะ?"

จูฮยอนถอนหายใจ คงต้องยอมแพ้เรื่องการเซอร์ไพรซ์เอาไว้แค่นี้ เธอจูงมืออึนบีเข้ามาในห้องพร้อมบอกผู้สมรู้ร่วมคิดว่าแผนพังไปแล้ว "เปิดไฟเถอะ ไม่ทันแล้ว"

ซูยองกดเปิดไฟให้ห้องกลับสว่างมาตามเดิมพร้อมยืนยิ้มแห้งใส่อึนบี ขณะที่ยังมีลูกโป่งคาที่สูบลมอยู่ในมือ

"พี่กะจะเซอร์ไพรซ์เราวันครบรอบน่ะ แต่เราดันกลับมาเร็วกว่าที่พี่คิด" จูฮยอนพูดเสียงอ่อย "ขอโทษนะคะ เลยเตรียมงานไม่ทันเลย"

อึนบีหลุดหัวเราะเอ็นดูใส่คนโตกว่าแล้วประคองใบหน้าของจูฮยอนเข้ามากดจูบที่แก้ม 

"ขอโทษนะคะที่กลับเร็วไปหน่อย" อึนบีชูถุงที่ข้างในมีวัตถุดิบประกอบอาหารอยู่ ดูแล้วก็คงจะเป็นสปาเก็ตตี้ง่ายๆ "พอดีฉันก็กะจะกลับมาทำอะไรรอพี่เหมือนกัน"

"ทำไมน่ารักจังคะ" จูฮยอนดึงตัวเด็กตรงหน้าเข้ามาประทับจูบที่แก้มคืน

"เหม็นความรักว่ะ" ซูยองเอ่ยแซวคนเป็นแฟนกันที่เหมือนจะลืมไปว่าเธอเองก็อยู่ในห้องด้วย "ฉันหมดประโยชน์แล้วนิ่ ไปดีกว่า"

"ไม่อยู่กินด้วยกันก่อนอ่ะ"

"ไม่อ่ะ ถึงจะอยากอยู่เป็นก้างขวางคอแต่พอดีมีนัดกับแฟนว่ะ" เธอเองก็มีแฟนให้กลับไปซบนะ แล้วทำไมซูยองต้องอยู่ดูคนรักกันด้วยล่ะ "ขอให้มีความสุขละกัน"



หลักจากวุ่นวายช่วยกันทำอาหารและจัดโต๊ะอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ก็พากันมานั่งที่โต๊ะอาหาร ขณะที่อึนบีรินไวน์ให้ตัวเองและคนตรงหน้า จูฮยอนก็พูดขึ้นมา

"ขอโทษที่ไม่มีของขวัญให้นะคะ งานยุ่งมาก พี่เตรียมอะไรไม่ทันเลย"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่พี่มาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากได้ของขวัญอื่นแล้ว"

"น่ารักจังเลยนะเราอ่ะ"

"ก็รักสิคะ"

"แค่นี้พี่ยังรักไม่พออีกหรอ" 

"ถ้ายังรักได้อีกก็เอาค่ะ" 

คนเด็กกว่าทำหน้าท้าทาย จูฮยอนยิ้มเอ็นดูกับท่าทางนั้นของอึนบี

"งั้นรีบทานเลย"

"จะทำไมคะ"

"จะทำให้รู้ว่าพี่ยังรักเธอได้อีกไง"

"ใครกันแน่คะที่จะโดน"



The End.
SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

MPBY
2 years ago
ขอบคุณที่แต่งคู่นี้มานะคะ ชอบมากเลยยยย💕
Reply
DachshundChan
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบเหมือนกันนะ 5555
Wanboy
2 years ago
มันดีย์มาก ขอบคุณที่แต่งคู่นีี้นะคะชอบมากๆ
Reply
DachshundChan
2 years ago
ขอบคุณคุณเช่นกันน้า 😊
humidcool
2 years ago
น่ารักมากเลยค่ะ อ่านแล้วใจฟูมาก แงงงง น่ารัก
Reply
DachshundChan
2 years ago
ยินดีที่ทำให้ใจคุณฟูได้นะ 🤗🤗
Janjts
10 months ago
กริ้สสสส แรร์ไอเท็มม หาไม่ได้ กริ้สสสส ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ เพราะนี่ก็ชิปพี่อึนบีกับทุกคนบนโลก คนอารั้ยยยยยย ก่อนเดเป็นผัวทหารหลังเดมาเป็นพี่สาวแส้บเฉยยย
Reply
DachshundChan
8 months ago
55555 เปนไอ่ต้าวก้อนน่ารักๆ อีกด้วยนะ
DachshundChan
8 months ago
ขอบคุณที่คุณชอบเหมือนกันน้า ^^
RoAna
8 months ago
ตอนเห็นจั่วว่าไอรีนอึนบีกรี๊ดออกเสียงเลยค่ะ แทบไม่อยากจะเชื่อ มู้ดดีมากกกกกกด้วย ฮือออ ขอบคุณที่แต่งนะคะ คุณเบสุดแสนจะน่าเอ็นดู 
Reply
DachshundChan
8 months ago
ขอบคุณที่คุณชอบเหมือนกันน้า 55555 ของมันแรร์ ก็ต้องแต่งเองงี้แหละ