2 สิ่งที่นักจิตวิทยายืนยันว่าคนประสบความสำเร็จต้องมี
April 17, 2019 | Porfai’s Papa & Porfai’s Mama
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก ผู้เขียนได้รับหน้าที่สำคัญและทำเป็นประจำทุกวัน คือ การวัด IQ เด็กน้อย เด็กใหญ่ จนถึงวัยรุ่น แล้วบ่อยครั้งที่รู้สึกแปลกใจว่า เอ๊ะ! ทำไมผลที่วัดออกมาไม่เหมือนที่พ่อ แม่ ครู ผู้ปกครองเล่าอาการให้ฟังเลยละ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ที่ผู้ปกครองพาน้องๆ มาพบก็ต่อเมื่อน้องมีปัญหาพฤติกรรม เช่น การเรียนตกแบบผิดปกติ เกเร ก้าวร้าว หนีเรียน ทะเลาะวิวาท ซน ดื้อ อยู่ไม่นิ่ง ติดเกม อะไรเช่นนี้

แต่เชื่อหรือไม่ค่ะ เด็กจำนวนหนึ่งที่ผู้เขียนได้วัด IQ ผล IQ ของน้องๆ อยู่ในระดับปกติไปจนถึงสูงในระดับอัจฉริยะเลยก็มี นั่นจึงนำมาซึ่งความสงสัยว่า ในเมื่อสมองดีทำไมถึงเรียนไม่ได้ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากปัญหาทางพฤติกรรมค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Opposite (เด็กที่ชอบพฤติกรรมตรงข้ามกับคำสั่ง) ในน้องๆ ที่อยู่ในวัยเด็ก Antisocial (พฤติกรรมต่อต้านสังคม) ในน้องๆ วัยรุ่น ปัญหาครอบครัว และโรคทางจิตเวชอื่นๆ ที่ส่งผลให้ความสนใจในการเรียนของน้องๆ แย่ลง

สำหรับน้องๆ ที่ปัญหาการเรียนมาจากโรคดังกล่าว ก็จะเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษากันต่อไป แต่มีน้องๆ กลุ่มหนึ่งค่ะ ที่ไม่ได้เป็นโรคจิตเวช หรือไม่ได้มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ไม่ได้มีปัญหาทางครอบครัวหรือสังคม แถม IQ ก็ปกติจนถึงอัจฉริยะ แต่การเรียนก็ตกเช่นเดียวกัน ผู้เขียนในฐานะนักจิตวิทยาผู้ประเมินน้องก็ได้แต่ถามตัวเองว่า เพราะอะไร? เกิดอะไรขึ้น? จนเมื่อมาเจองานเขียนของ Angela Lee Duckworth นักจิตวิทยาและนักเขียนเจ้าของรางวัล MacArthur Fellowship ซึ่งได้อธิบายสาเหตุของเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจค่ะ

โดย Duckworth ได้พูดในหนังสือ Grit: The power of passion and perseverance ว่า ในสมัยที่เธอเรียนระดับปริญญาโทในศาสตร์ด้านจิตวิทยา เธอได้ทำการวิจัยถึงสาเหตุของการประสบความสำเร็จของบุคคล และเจอว่ามีคุณสมบัติหนึ่งโดดเด่นขึ้นมา ที่จะช่วยพยากรณ์ความสำเร็จได้ชัดเจนมาก ซึ่งไม่ใช่ความฉลาดในการเข้าสังคม (SQ) ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่ดูดี ไม่ใช่ความแข็งแรงของสุขภาพ และมันไม่ใช่ IQ แต่คือ “ความเพียร” (perseverance) ซึ่งความเพียรในความหมายของเธอก็คือ ความฝักใฝ่ ความรัก ความทุ่มเท และบากบั่นฟันฝ่าเพื่อให้เป้าหมายระยะยาวสำเร็จ

นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่จะนำพาให้เราประสบความสำเร็จอีกสิ่งหนึ่งก็คือ “ความรักใคร่” (passion) ตามความหมายของ Duckworth ก็คือ การที่เรามีความกระตือรือร้น มีใจรักในบางสิ่งบางอย่าง การที่เรามีแรงผลักดันในการทำสิ่งที่เรารักจนสำเร็จ ดังนั้นแล้ว คนที่จะสามารถประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ ได้นั้น จึงต้องมี 2 สิ่ง คือ “ความเพียร” (perseverance) และ“ความรักใคร่” (passion) เพราะเมื่อเรามี “ความเพียร” (perseverance) เราจะมีความมุ่งมั่นสูงมาก มีความอดทนต่ออุปสรรคสูง มีความเสมอต้นเสมอปลาย และสิ่งเหล่านี้จะพาเราให้สามารถก้าวเดินไปสู่ชัยชนะได้ และเมื่อเรามี “ความรักใคร่” (passion) เราจะทุ่มเท ใส่ใจ และใช้ใจในการทำสิ่งที่เราปรารถนาจนประสบความสำเร็จ

สำหรับการสร้าง “ความรักใคร่” (passion) นั้น Duckworth บอกว่าเป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งผู้เขียนเองก็คิดเช่นนนั้น ถ้าจะพูดแบบน้ำเน่าเลยก็ “ความรักเป็นสิ่งที่บังคับใจกันไม่ได้” คนจะรัก จะชอบอะไร ก็เกิดขึ้นมาความรู้สึกของเขา ไม่ใช่เรายัดเยียดให้ ดังนั้น สิ่งที่เราควรฝึกให้แข็งแกร่ง ก็คือ “ความเพียร” (perseverance)


Duckworth ได้บอกไว้ว่า ไอเดียที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการสร้างเสริมความเพียร คือ “ความเชื่อในการเติบโต” ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดย Carol Dweck ซึ่งเป็นความเชื่อที่ว่า ความสามารถในการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว และเปลี่ยนแปลงได้ด้วยความพยายามของคุณเอง ผลการศึกษาของ Dweck ทำให้เห็นว่าเมื่อเด็กอ่านและเรียนรู้เกี่ยวกับสมอง การเปลี่ยนแปลงและเติบโตของสมองในการตอบสนองกับสิ่งท้าทาย เด็กๆ มีแนวโน้มสูงที่จะพยายามอย่างหนักต่อไปเมื่อพวกเขาล้มเหลว เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าความล้มเหลว จะอยู่ถาวร

เช่นนั้นแล้ว หากเราเองต้องการให้ตัวเองประสบความสำเร็จ รวมถึงต้องการให้คนที่เรารักประสบความสำเร็จ เราจะต้องฝึก “ความเพียร” (perseverance) ให้เป็นนิสัยเสียก่อน โดยกุญแจสำคัญในการฝึกก็คือ “การไม่ยอมแพ้” เหมือนที่ Duckworth บอกไว้ว่า เราต้องเปิดใจที่จะล้มเหลว ผิดพลาด เพื่อจะได้เริ่มใหม่ ด้วยบทเรียนที่เรียนรู้มา แล้วเมื่อเราทำได้ดังนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรเราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากแน่นอนค่ะ ทั้งนี้หากคุณผู้อ่านสนใจเคล็ดลับการสร้างความสำเร็จตั้งแต่วัยเด็ก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “6 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นแชมป์ ” และ “เคล็ดไม่ลับในการส่งเสริมทักษะพัฒนาสมองให้ลูก” นะคะ



เพราะทุกก้าวของชีวิตคือจิตวิทยา
iStrong บริการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาที่มีใบรับรอง สามารถเลือกคุยทางโทรศัพท์หรือคุยแบบพบหน้า







Contact : https://www.istrong.co/service



อ้างอิง :
1. Angela Lee Duckworth. Grit: The power of passion and perseverance. [Online]. https://www.ted.com/talks/angela_lee_duckworth_grit_the_power_of_passion_and_perseverance/transcript?rid=UuE92OQeD2pR

2. 1. Angela Lee Duckworth. 2016. Grit: The power of passion and perseverance.

SHARE
Writer
Kindness
Teacher
Why? การถาม ทำไม? จะทำให้เราไม่หยุดอยู่กับที่ ทำให้เราปฏิเสธสิ่งที่มันเป็นอยู่ ทำให้เราไม่ทนอยู่กับสภาพเดิม แต่เปิดกว้างให้กับวิธีหรือแนวทางใหม่ๆ ทำให้เราเข้าใจปัญหามากขึ้น What if? การถาม สมมติว่า? ช่วยให้เราคิดหาไอเดียใหม่ๆ ถึงมันจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ แต่มันจะทำให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ทำให้เราผสมผสานไอเดียหลายอย่างเข้าด้วยกัน

Comments