รสชาติของความหวัง
ภาพของฉันเองที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ในครัวเก่าๆนั้น มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดูน่ากังขาเสียนี่กะไร เพราะอะไรนั้นหรือ? เพราะเมื่อก่อน ฉันทำอาหารไม่เป็นเลยแม้แต่นิด ช่วงเวลาที่ได้เดินจ่ายตลาดก็แทบจะไม่มีเลย สำหรับฉันแล้ว อาหารก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่กินแล้วอิ่มเท่านั้น หากเอาข้อนี้ออกไป ก็ไม่มีความหมายอื่นใดเลย เพราะมีความคิดเช่นนั้น ตอนไปเรียนต่างประเทศ ฉันจึงมีความคิดว่า ฉันจะกินอะไรก็ได้ ขอเพียงให้รู้สึกอิ่มก็พอ

แต่แล้วการใช้ชีวิตเพียงลำพังมันก็ไม่ง่าย ความสับสน ความวุ่นวายใจมักจะเข้ามาเยี่ยมฉันที่ห้องพักเป็นประจำ ฉันได้แต่นึกว่า ฉันต้องการคำปลอบโยนประเภทไหนกันนี่ แต่ ถึงแม้ฉันถามใครต่อใคร ก็ไม่ได้คำตอบ และรังแต่จะทำให้ฉันดูยิ่งแปลกไปในสายตาคนอื่น

ที่ประตูด้านหลังมหาวิทยาลัยของฉัน มีร้านอาหารที่ฉันไปกินทุกวัน ชื่อ "อาหารของคุณป้า" ด้วยเพราะเป็นนักเรียน ฉันจึงได้กินอาหารแสนอร่อยในราคาเพียง 4000 วอน ฉันอ่านชื่ออาหารได้ทุกอย่าง แต่ฉันไม่รู้ว่าเมนูนั้นคืออะไร จริงๆแล้วตอนนั้น แค่ได้กินเครื่องเคียงที่เขาให้ฟรีก็อร่อยแล้ว แล้วก็ยิ่งคิดถึงอาหารไทยมากขึ้น

วันหนึ่งอาจุมม่าก็พูดกับฉัน
"วันนี้เหลือเยอะจัง ทำไมอ่ะ ไม่อร่อยแล้วเหรอ?"
"เปล่าค่ะ แค่เหนื่อยน่ะค่ะ"
"เวลาเหนื่อยแล้วได้กินของอร่อยก็เป็นสิ่งปลอบโยนอย่างหนึ่งนะ"

ตั้งแต่วันนั้น ฉันเลยขอให้คุณแม่ส่งเครื่องปรุงสำเร็จรูปสำหรับอาหารไทยมาให้ พร้อมกับบอกว่า ฉันกำลังจะหัดปลอบโยนตัวเองและฉันก็จะหัดปรุงความหวังของฉันให้มีรสอร่อยขึ้นในทุกๆวัน จนถึงตอนนี้ ฉันเองก็ยังคงเรียนรู้ที่จะปรุงรสชาติของความหวังอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน ในห้องครัวเก่าๆแห่งนั้น ด้วยความสร้างสรรค์ อย่างเอร็ดอร่อย

เคยได้ยินว่าชีวิตประกอบไปด้วย ความเชื่อ ความหวัง และ ความรัก พอมาคิดดูแล้วก็คล้ายกับการทำอาหาร

เลือกวัตถุดิบในชีวิตที่น่าเชื่อถือ
หากได้ปรุงรสชาติมันด้วยความหวังแล้ว
เราก็จะรู้สึกได้ถึง ความรัก
SHARE
Written in this book
I was reborn on 28 years old
Writer
SaturdayLabour
self healer
A young labour who was born on Saturday

Comments