Don’t leave #5 : SeolAxBona #ซอลโบ
 เธอ...เธอจำได้รึเปล่า ตรงนี้...จำความรักของเราได้บ้างรึเปล่า ที่เรารักกัน ว่าฉันรักเธอขนาดไหน...
 

 หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหมอก็ได้อนุญาตให้เธอกลับไปพักที่บ้านได้ และแน่นอนคุณหมอสาวสวยที่หล่อนบอกว่าเป็นแฟนเธอ ก็ทำหน้าที่ของแฟนอย่างดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องตลอดเวลาที่เธออยู่โรงพยาบาล หล่อนขยันมาเยี่ยมไข้เธอทุกวัน บางวันตอนเที่ยงถ้าหล่อนว่างจากตรวจคนไข้หล่อนก็จะมานั่งกินข้าวกับเธอ ถึงเธอจะยังจำไม่ได้ว่าหล่อนเป็นแฟนกับเธอจริงอย่างที่หล่อนกล่าว แต่เธอกลับรู้สึกสบายใจที่มีหล่อนอยู่ข้างๆ

“ฮยอนคะ เก็บของกลับบ้านกันค่ะ” 

เป็นไปตามคาด วันนี้ที่หมออนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ คุณหมอสาวสวยคนนี้ก็ยังทำหน้าที่แฟนที่ดี โดยการมารับเธอกลับบ้าน

“ค่ะ พี่เก็บเสร็จแล้วไปกันเลยไหมคะ”

เธอก้าวลงจากเตียงพร้อมกับเดินไปหาหล่อน แต่หล่อนกลับไม่ยอมให้เธอเดินไปเอง โดยหล่อนอ้างว่าการที่เดินมากๆอาจทำให้สมองกระทบกระเทือนอีก เธอจึงต้องนั่งรถเข็นแล้วให้หล่อนเข็นออกมาจากห้องผู้ป่วย

“ฮยอนรอเค้าตรงนี้นะคะ เดี๋ยวเค้าไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับรับยาก่อน”

เธอพยักหน้ารับคำตามที่หล่อนบอกอย่างว่าง่าย เธอนั่งรอสักพักหล่อนก็เดินกลับมาพร้อมถุงยาใบใหญ่ แค่นึกภาพที่ต้องทนกินยาในถุงนั้นก็รู้สึกอี๋แล้ว

“เป็นอะไรไปคะ ฮยอน” หล่อนก้มลงมาถามเหมือนจะอ่านความคิดเธอออกว่าไม่อยากกินยาในถุงนั่น

“อ๋อ เปล่าค่ะกลับกันเถอะ”
.
.
.
.
.
 ได้กลับมาอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยแบบนี้ก็ทำให้เธอนึกถึงความทรงจำเก่าๆ เธอไม่ได้กลับมาห้องนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ 2 ปีกว่าได้แล้วมั้ง แต่ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รูปคู่ใบนั้นของเรายังวางอยู่ที่เก่า แก้วน้ำที่ซื้อมาใช้คู่กันก็ยังอยู่ รองเท้าสลิปเปอร์ที่เอาไว้ใส่ในห้องก็ยังเหลืออยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม ทั้งการจัดวางและสิ่งของ เธอเดินสำรวจห้องอยู่สักพักจนลืมนึกถึงคนป่วยที่พึ่งออกจากโรงพยาบาล

“มองหาอะไรคะ?” เสียงทุ้มต่ำของอีกคนดึงเธอกลับมาสนใจเขาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี 

“ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ” เธอตอบเขาออกไปเสียงเบา

เขาทำหน้างงกับคำพูดของเธอเล็กน้อย “อะไรคะ ที่ว่าเหมือนเดิม”

“อ้อเปล่าหรอกค่ะ อย่าใส่ใจเลย ฮยอนหิวไหมคะ เดี๋ยวเค้าทำข้าวต้มให้” เธอรีบเปลี่ยนบทสนทนาเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะสงสัยในคำพูดของเธอขนาดไหน

เธอเดินไปยังห้องครัวแล้วเปิดตู้เย็นหาอุปกรณ์ต่างๆเพื่อจะมาประกอบอาหารให้คนป่วยกิน แต่เธอคงลืมไปว่าเขาไม่ได้อยู่ห้องนี้เป็นอาทิตย์จะมีของสดในตู้เย็นได้ยังไง เธอจึงขอตัวออกไปซื้อของข้างนอก ตอนแรกเขาก็ดื้ออยากออกมากับเธอด้วย แต่ก็โดนเธอปรามไว้ก่อน เขาจึงยอมนั่งรอเธออยู่ที่ห้องแต่โดยดี เธอออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์ใกล้ๆกับคอนโดเขา เพื่อที่จะได้รีบกลับไปดูแลคนป่วยของเธอ
.
.
“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ” เขาเดินมาหาเธอที่ยืนคนหม้อข้าวต้มอยู่ในห้องครัว พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อชิมข้าวต้มกุ้งที่เธอตักขึ้นมาจากหม้อ

“โอ๊ย! ร้อน” เธอนึกตลกเขากับท่าทางนั้น เขาแลบลิ้นออกมาแล้วทำหน้าตาบูดเบี้ยว เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

“ขำอะไรคะ รู้นะว่าแอบขำพี่อยู่”

“ก็ขำพี่นั่นแหละค่ะ ใครใช้ให้ชิมโดยไม่เป่าก่อน มันก็ร้อนสิ ยัยพี่บ๊องเอ้ย” เธอหันไปหยิบแก้วน้ำที่อยู่ข้างๆให้อีกคนดื่ม 

“ให้พี่อยู่ช่วยไหมคะ” อีกฝ่ายยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆตัวเธอไม่ห่าง ไม่ว่าเธอจะหยิบจะจับอะไรเขาก็จะคอยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ไม่รู้จะสนใจอะไรขนาดนั้น ไม่เคยเห็นคนทำอาหารรึไง

“ฮยอนคะ ออกไปรอข้างนอกค่ะ เค้าทำไม่ถนัดแล้วเนี่ย” คนที่โดนเธอดุทำหน้างอเล็กน้อย ก่อนจะเดินคอตกกลับไปที่ห้องนั่งเล่น 

เขาจำอะไรไม่ได้แบบนี้ก็ดีนะ ความรู้สึกเหมือนกลับไปช่วงที่คบกันใหม่ๆตอนนั้นเธออยู่ปีสองส่วนพี่เขาก็อยู่ปีสี่ ตอนที่เขาคอยตามใจเธอ ยอมทำทุกอย่างตามที่เธอบอก ตอนนั้นน่ะพี่เขาน่ารักมากเลยนะ แต่พอเริ่มเข้าสู่วัยทำงานพี่เขากลับกลายเป็นคนบ้างานขึ้นมา ช่วงนั้นเธอก็ยุ่งๆกับการเรียนแพทย์ปีสุดท้าย ทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น ว่าต่างฝ่ายต่างไม่ค่อยมีเวลาให้กัน แต่ก็ช่วยกันประคับประครองมาได้หลายปี จนเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น...ที่เธอเริ่มทนไม่ไหวจนได้ทิ้งเขาไป เรื่องเดียวที่เธอยอมให้เขาไม่ได้ก็คือการ
นอกใจ
.
.
.
“ฮยอนคะ อาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวดึกจะไม่สบายเอานะ” เธอหันไปบอกอีกคนให้ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จก็พากันย้ายร่างมานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เห็นคนป่วยทำท่าเหมือนจะหลับเธอเลยบอกให้เขารีบไปอาบน้ำ

“อาบด้วยกันไหมคะ” เขาหันมาถามเธอหน้าตาเฉย ถ้าเป็นแต่ก่อนคงจะอาบด้วยอยู่หรอก แต่นี่เธอกับเขาไม่ได้คุ้นเคยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จะให้กลับไปทำกิจกรรมร่วมกันแบบเดิมคงจะมีการเคอะเขินกันบ้างแหละ

“ไปอาบคนเดียวเลยค่ะ ใครเขาจะอาบน้ำด้วยกััน” เธอโยนหมอนใบเล็กใส่พี่เขาแก้เขิน ตอนนี้หน้าเธอคงต้องขึ้นสีแดงแล้วแน่ๆ 

“ก็เราเป็นแฟนกัน อาบน้ำด้วยกันไม่เห็นแปลกนี่คะ หรือว่าเราไม่เคยอาบน้ำด้วยกันเหรอ” 

“เคยค่ะ แต่ว่า... โอเคๆ ไม่ต้องทำหน้าตาแบบนั้น เค้าไปอาบพร้อมพี่ก็ได้ เห็นว่าป่วยอยู่หรอกนะ” ใจอ่อนกับเขาจนได้สินะจียอน แต่ถ้าเธอปล่อยให้เขาเข้าไปอาบคนเดียวเผื่อเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำอีกหละ เธอไม่อยากจะคิดเลย งั้นเข้าไปอาบพร้อมกันจะได้จบๆไป เธอจะได้ไม่ต้องห่วงคนป่วยตรงหน้าด้วย ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาอีก เธอคงจะใจแตกสลาย

เธอเดินตามเขาเข้ามาในห้องน้ำและจัดการช่วยอีกคนถอดเสื้อผ้าออกอย่างเชื่องช้า เพราะจากการที่สมองเขาถูกกระทบกระเทือนเลยทำให้การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายดูจะช้ากว่าปกติ จังหวะที่เธอจะช่วยถอดเสื้อเชิ้ตตัวบางออกให้เขา ในขณะที่มือกำลังแกะกระดุมออกจากเม็ดบนสุด ไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงเม็ดสุดท้าย ความรู้สึกมือสั่น และใจเต้นแรงแบบนี้ ทำให้เธอแทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอีกคนเลย

“เขินเหรอคะ” ถามออกมาได้นะคนบ้า ก็ต้องเขินไหม ร่างกายสมส่วนของอีกฝ่าย กับกล้ามท้องลอนเล็กๆนั่น ทำให้เธอไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนเลย เขาค่อยๆเชยคางเธอขึ้นมาเพื่อสบตากัน นับว่าเป็นการมองตากันครั้งแรกอย่างลึกซึ้งตั้งแต่เธอและเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง แววตาที่ทำให้ใจเธอสั่นไหว เขายังเป็นคนอบอุ่นที่เธออยากอยู่ใกล้ๆ เป็นคนใจดีที่เธออยากออดอ้อนให้เขาตามใจ เป็นคนที่ทำให้เธอตกหลุมรักได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


เขาก้มหน้าลงมาก่อนจะประกบริมฝีปากลงบนส่วนเดียวกันกับเธอ เขาค่อยๆละเลียดชิมมันราวกับเป็นขนมหวาน ความรู้สึกหวามไหวนี่มันคืออะไรกัน ไม่ใช่เธอไม่เคยจูบกับเขาเสียหน่อย แต่ทำไมสัมผัสครั้งนี้ถึงทำให้เธอใจเต้นแรงจนมันแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ค่อยๆเผยอริมฝีปากเพื่อให้อีกฝ่ายได้ใช้เรียวลิ้นเข้ามาสัมผัสในโพรงปากเธอมากขึ้น เขาจูบเก่งขึ้นมาก อันนี้เธอยืนยันได้ เขาค่อยๆใช้มือรั้งเอวเธอให้เข้าไปแนบชิดมากขึ้น ยิ่งสัมผัสยิ่งโหยหา ยิ่งได้มายิ่งต้องการ

“อื้อ.. อาบน้ำได้แล้วค่ะ” เธอเป็นฝ่ายผละออกจากสัมผัสนั้นก่อน หากเธอเผลอไผลไปกับเขามันอาจจะไม่จบที่การอาบน้ำเป็นแน่
.
.
สองร่างเปลือยเปล่ายืนอยู่ภายในห้องน้ำขนาดกลาง แรกๆเธอก็รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ต้องมายืนเปลือยกายต่อหน้าเขาแบบนี้ พี่เขาเองก็คงรู้สึกเขินไม่ต่างกัน เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ๆเขาเพื่อจะได้ช่วยอีกฝ่ายอาบน้ำ เพราะแผลที่หัวเขายังไม่แห้งสนิทดี แล้วหมอก็สั่งห้ามให้แผลโดนน้ำเดี๋ยวจะเกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ ทั้งสองใช้เวลาอาบน้ำด้วยกันอยู่สักพักใหญ่ๆ เหมือนจะเป็นการช่วยให้อาบเสร็จช้าลงมากกว่าให้อาบเสร็จเร็วขึ้นเสียอีก
.
.
.
.
“หมอจางคะ ขอดูชาร์ทคนไข้ที่ชื่อคิมซอลอาหน่อยค่ะ” คุณหมอหน้าสวยเดินเข้ามายังห้องพักคุณหมอหนุ่มผู้เป็นแพทย์เจ้าของไข้ร่างที่นอนไม่ได้สติอยู่ห้องผู้ป่วยคนนั้น 

“คนไข้มีภาวะความจำเสื่อมชั่วคราวครับ แต่ไม่ใช่แบบ *TGA หรือ TEA แต่เป็น Psychogenic amnesia ครับ” หมอหนุ่มตอบเธอเสียงเรียบนิ่ง พร้อมกับยื่นผลการตรวจวัดคลื่นสมองให้อีกฝ่ายดู

“กลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุทางจิตเวช เหรอคะ” 
เธอหันไปถามเขาด้วยอาการแปลกใจ เพราะจากผลตรวจคลื่นสมองก็ไม่พบความผิดปกติ

“ครับ แต่ระบุสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ อาจจะเป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่ทำให้สมองบางส่วนขาดเลือดชั่วคราว จึงทำให้ลืมความจำในช่วงเวลาหนึ่งไป หรืออาจจะเกิดจากสภาวะความเครียดสะสมอย่างรุนแรงทำให้คนไข้ไม่อยากจดจำช่วงเวลานั้นก็ได้ครับ”

“แล้วมีทางรักษาไหมคะ”

“ก็คงต้องให้พบจิตแพทย์เป็นประจำครับ ไม่ก็ต้องมีคนคอยให้กำลังใจ อธิบายเหตุการณ์ ค่อยๆทบทวนเรื่องราวต่างๆให้ผู้ป่วยทราบ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและให้ออกห่างจากสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีกลุ่มอาการดังกล่าว” หมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาตอบเธอยืดยาว

“คุณหมอคิมเองก็เคยเป็นแพทย์ประจำตัวคนไข้ก่อนที่เขาเกิดอุบัติเหตุใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ก่อนหน้านี้เขามีภาวะนอนไม่หลับต่อเนื่องอย่างรุนแรงค่ะ นี่เป็นสาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เขามีอาการนี้ด้วยไหมคะ” 

“มีส่วนเป็นไปได้ครับ แต่จริงๆอาการนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แท้จริง”

“ขอบคุณหมอจางมากค่ะ งั้นดิฉันขอตัวไปดูคนไข้ก่อนนะคะ” เธอโค้งหัวลาหมอหนุ่มก่อนจะเดินออกจากห้องพักเขามา

สาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้มาจากเธออีกแล้วงั้นเหรอ ทำไมต้องทำให้เธอรู้สึกผิดตลอดแบบนี้ด้วยนะ ...
.
.
.
.
.
                           จบแล้วววววว
                         โดนตบ 5555555
ขึ้นชื่อว่านิยายมันก็คือนิยายนะคะ อาจจะไม่เรียล 100% แต่ก็หาข้อมูลก่อนมาเขียนนิดๆหน่อยๆ เลยให้พี่ซอลอาความจำเสื่อมแบบนั้นซะเลย ผิดพลาดประการใดท้วงติงได้ค่ะ 

*สาระมีอยู่จริง ความจำเสื่อมชั่วคราวมี 3รูปแบบค่ะ
1. Transient global amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว แบบนางเอกเรื่องแฟนเดย์ คืออาจจะลืมแค่ 1ชั่วโมงหรือ 1 วัน แล้วแต่ความรุนแรงของอาการ
2. Transient epileptic amnesia (TEA) หรือกลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุจากการชัก อันนี้ส่วนมากจะเกิดกับวัยสูงอายุ
3. Psychogenic amnesia หรือกลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุทางจิตเวช: พบในกลุ่มวัยรุ่น อายุไม่มาก พบการสูญเสียความจำแบบรุนแรงแม้กระทั่งชื่อตนเอง ประวัติต่างๆ แต่การเรียนรู้เป็นปกติ ไม่มีการถามซ้ำ มักเกิดจากมีความเครียดอย่างรุนแรงในชีวิตเช่น ถูกให้ออกจากการเรียน หมดสภาพนักศึกษา และในกลุ่มอาการนี้การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองไม่พบความผิดปกติ อันนี้ที่พี่ซอลอาเป็นค่ะ
References มาจากเว็บ http://haamor.com




SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments