ทำไมพ่อของคิทาโร่ จึงเป็น "ผีลูกนัยน์ตา?"
...การกำเนิดของคิทาโร่ เริ่มต้นขึ้นในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งประชาชนชาวญี่ปุ่นต่างเผชิญสภาวะข้าวยากหมากแพง

“การบริจาคเลือด” จึงเป็นการเสริมรายได้ของคนจน ไม่เว้นแม้แต่ปีศาจสองผัวเมีย อดมื้อกินมื้อ หลบอยู่ในบ้านเล็กๆ เก่าๆ ใกล้พัง 

....ที่นั่น...ปีศาจผู้เป็นภรรยากำลังท้องป่วยเจียนตายเพราะไปขายเลือดให้มนุษย์อยู่บ่อยครั้ง

  แต่แล้วมีชายหนุ่มข้างบ้านได้มาพบเข้า นำไปสู่ข้อผูกพันบางประการกับปีศาจผู้เป็นสามี

  ทำให้เขาต้องจำใจรับเด็กทารกที่มาจากซากของปีศาจที่เป็นภรรยา จึงนำมาเลี้ยงดูไว้ในระยะแรก

ทว่าความลึกลับและหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวของทารกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ทำให้แม่ของชายหนุ่มไม่พอใจนัก

                    .....................

ต่อมาไม่นานเมื่อทารกเติบโตอย่างรวดเร็ว
  ในบ้านร้างหลังที่เจ้าหนูจากมา ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อ

                       "ลูกนัยน์ตา"

 ของซากศพผีผู้เป็นสามีซึ่งตายตามภรรยา และกำลังเน่าสลาย ได้หลุดออกมา แล้วกลายมามีแขนขาและสมอง

           ...ด้วยความอาลัยถึงลูก... 

ลูกนัยน์ตาผีจึงเดินทางไปหาคิทาโร่ แล้วพาไปอยู่ด้วยในดินแดนแห่งหนึ่งใกล้ๆ หนองน้ำ 

  ที่นั่นคิทาโร่ได้พบเพื่อนมากมาย ทั้งนางแมวผี ภูติสาดทราย กำแพงพรางตา รวมทั้ง หนูผีจอมขี้โกง

...ที่ดินแดนของคิทาโร่ จะมีจดหมายจากอีกาที่คาบมาส่ง ซึ่งจดหมายเหล่านั้นจะระบายถึงความทุกข์ร้อนของเด็กๆ หรือผู้คนที่มีความทุกข์ใจจากการถูกปิศาจอาละวาด

   คิทาโร่จะต้องออกไปช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และเมื่อทุกครั้งที่คิทาโร่ชนะศึกกลับมาได้ เหล่าแมงกระชอนจะพากันร้อง “กิ กิ กิ” เหมือนชื่อเรื่องที่ชื่อ GEGEGE NO KITARO อันเป็นการสรรเสริญแก่คิทาโร่


....GEGEGE NO KITARO (ゲゲゲの鬼太郎) (KITARO OF THE GRAVEYARD)..จึงเป็นมังงะที่เป็นเสมือนบทบันทึกเรื่องราวและสภาพสังคมของญี่ปุ่นในยุค 1950- 1970
  
ด้วยบรรยากาศของเรื่องที่สร้างสรรค์ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้การลงสีดำ ตัดกันอย่างรุนแรงกับความสว่าง

  แม้ไม่ใช่งานที่เน้นภาพสยองขวัญชวนสะอิดสะเอียน แต่บรรยากาศอันดำมืด หรือรกทึบชวนอึดอัดในมังงะเรื่องนี้ เป็น “ความสยองที่ไม่ต้องมีภาพสยอง”

และ จากความนิยมอย่างล้นหลาม ทำให้มังงะเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นมังงะโทรทัศน์ในปลายยุค 60 นี้ โดยออกอากาศครั้งแรกในแบบขาว-ดำ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 1968 ส่งผลให้สารพันเรื่องผี คือสิ่งที่นิยมแก่เด็กๆ ไม่แพ้ขบวนการยอดมนุษย์ต่างๆ และต่อจากนั้น คิทาโร่ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาหลายครั้งในปี 1971 , 1985 , 1996 , 2007

คิทาโร่จึง “ไม่มีวันตาย” และจะถูกส่งต่อยจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่นอีกรุ่น ดัีงทืี่ปรากฏในปัจจุบัน
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments