10. ทัศนคติทางการเมือง = เงาสะท้อนสุขภาพของหัวใจ

เมื่อกี๊อ่านความเรียงที่เตือนความจำเด็กรุ่นใหม่ว่าเคยเกิดอะไรมาบ้างในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ จุดประสงค์ของบทความดังกล่าวก็เพื่อเตือนให้เราสำเนียกถึงประวัติการเมืองก่อนมีเสียงก่นด่ารัฐบาลชุดปัจจุบันว่ามันครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องระยำอย่างไรมาบ้าง อีกทั้งบทความดังกล่าวหมายจะบอกว่ารัฐบาลทหารมีบุญคุณต่อเรา ที่ถ้าไม่มีพวกเขาคอยช่วยเหลือและยุติความวุ่นวายคล้ายกีฬาสีครั้งใหญ่ของไทยก่อนหน้านี้ ประเทศไทยคงยับเยิน



ส่วนตัวแล้วเราไม่ปฏิเสธว่าเนื้อหาในบทความดังกล่าวนี้ มีความจริงอยู่ด้วย แต่คงต้องแยกประเด็น ‘บุญคุณ’ ออกจากประเด็น ‘สิทธิที่พลเมืองภายใต้ระบอบนี้ควรได้รับ’ บวกกับ

ความมี ‘อำนาจ’ ที่ครั้งหนึ่งเราเองก็เชื่อว่าถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องประชาชน จนบัดนี้ ‘อำนาจ’ ดังกล่าวมันเอ่อล้นพ้นภูเขาจนไม่มีใครไต่ความสูงเพื่อไปตรวจสอบได้มันได้ถึง ตรงนี้นี่เองคือรูรั่วที่นำมาซึ่งความ ‘อยากเปลี่ยน’ ของประชาชน

แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาพูดในโพสต์นี้เพราะมีอีกประเด็นที่อยากหยิบมาพูดมากกว่า

เรารู้สึกว่าคนในปัจจุบันที่ยอมรับถึงความสีเทาของคม พอถึงเวลาที่ต้องใช้ความเทาในการสร้างความเป็นธรรมให้กับคนที่เราชอบและไม่ชอบ เรากลับลืมตรรกะความเทาเสียสิ้น ไม่แปลกที่พอมีเรื่องการเมืองเข้ามา เราจึงมีปฏิกริยาตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวใดๆแบบขาวกับดำตลอด

ไม่ได้จะโน้มน้าวความคิดหรือยัดเยียดชุดความเชื่อใดให้ถือ แต่เราอยากเตือนว่า เราต้องเป็นธรรมมากกว่านี้

ช่วงนี้ฟังบรรยายของ อ.นุอฺมาน โดยพิมพ์ไปในยูทูปว่า ‘Nouman Ali Khan + politics’ ขึ้นคลิปแรกอันไหนก็กดฟังอันนั้น เราได้ข้อคิดที่อาจดูไม่เกี่ยว แต่เราว่ามัน code เกี่ยวเลย นั่นคือเรื่อง ‘ความยุติธรรมของหัวใจ’ อาจารย์สอนเราว่า หัวใจที่ดีคือหัวใจที่ไม่ยึดติด ไม่ใัฝ่ข้างใด นั่นแปลว่าเราต้องเทรนหัวใจให้แฟร์ๆให้เป็น ถ้าคนที่เราไม่ชอบ ทำสิ่งที่ดีเราต้องชื่นชมเขาเป็น และหากคนที่เราชอบทำสิ่งที่เรารู้สึกว่าไม่โอเค เราก็ต้องเตือนได้

พูดง่ายๆคือ ยอมรับว่ามีความเทาๆอยู่จริงของคนทั้ง 2 ฝั่ง และจงปฏิบัติต่อกลุ่มคนทั้ง 2 อย่างแฟร์ๆ

ถามว่า วันนี้ที่เรารู้จัดเสียของอีกกลุ่ม แล้วพยายามขุดให้ลึกลงไป และในระหว่างที่ขุดๆอยู่นั้นมันมีเรื่องดีๆของเขาอยู่ เราจะกล้าชมเขาเฉพาะเรื่องนั้นมั้ย หรือเราเลือกจะฝังกลบความดีนั้นแล้วหาสิ่งที่อยากเจอต่อ ?

.....

อะไรจะช่วยในการตรวจสอบถึงความเที่ยงธรรมของเราได้ ถ้าไม่มีข้อใดใน 1-4 ด้านล่างติดขัดเลย แน่นอนว่าผลย่อมออกมาดี

1- ถ้าฝ่ายที่เราสนับสนุนทำดีเราชื่นชม
2- ถ้าฝ่ายที่เราไม่สนับสนุนทำดีเราก็ต้องหัดชื่นชมเช่นกัน
3- ถ้าฝ่ายที่เราไม่สนับสนุนทำสิ่งไม่ดี สามารถตำหนิได้
4- ถ้าหากฝ่ายที่เราสนับสนุนทำสิ่งไม่ดี เราต้องไม่ลังเลที่จะทำแบบเดียวกัน

———
เราพบว่าเราเองก็มีบางข้อด้านบนที่ไม่ลื่นไหล
เราเลยต้องทำการบ้านเพิ่ม

ทุกวันนี้ เราพยายามอย่างแรงที่จะรักษาหัวใจที่ขาดความเป็นกลางมาแรมปี ให้กลับมาซื่อตรงอีกครั้ง

ต้องออกตัวก่อนว่าเราก็ไม่ใช่คนดี ที่จะเขียนอะไรยาวเหยียดเพื่อเจตนามาสอนคนอื่น เราแค่อยากเรียกร้องให้ทุกคนลองมาสร้างความตงฉินให้หัวใจไปพร้อมๆกันกับเราผู้ซึ่งอ่อนแอ


เราได้ลองเริ่มฝึกเห็นผิดเป็นผิด และเห็นถูกเป็นถูก และเราพบว่า..
ถ้าเราพยายามฝึกวางใจเป็นกลาง
เราจะเห็น ‘ก้างอคติ’ ที่ขวางคอเราเอง
และมันคือเหตุผลที่เราพยายามไม่ซ้ายสุดไม่ขวาจัด

เราไม่อยากโพสต์ด่าคนที่เราเคยชื่นชอบ
และไม่อยากกลับลำมาชื่นชมคนที่เราเคยชิงชัง

เรารักบ้านเมืองเพราะเราก็อาศัยในนี้
แต่เราถอยออกมาในจำนวนเก้าที่เราพอใจ
เพื่อปกป้องอกเราให้ไม่หักเพราะการเมือง

แม้เราจะกาไปแล้วแต่ก็ยังไม่ปักธง
ขอดูกันไปนานๆ
โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ

อย่าลืมนะ
บ้านเมืองเราวุ่นวายไม่ใช่เพราะขาดคนดี
แต่เพราะขาดคนที่หัวใจของเขายุติธรรมคงที่ตางหาก

...


SHARE

Comments