บทบาทของพระญี่ปุ่นกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย
สองสามวันนี้ ผมได้มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมเวิร์คชอปและการประชุมของ INEB ได้สนทนากับพระญี่ปุ่น อเมริกัน พม่า และประเทศไทยกว่าสิบท่าน เราคุยกันถึงบทบาทของพระสงฆ์ต่อสังคม ในเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตาย การบำบัดผู้ติดยาเสพติด และการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายให้จากไปอย่างสงบ

เรื่องราวในที่ประชุมนั้นหลากหลาย เราฟังและคุยตั้งแต่เช้าจรดเย็น ช่วงพักกลางวันเขาให้พัก พระคุณเจ้าก็จับกลุ่มคุยกันอีก เรื่องที่คุยที่ฟังก็หนักหนาสาหัส เราคุยถึงเรื่องความทุกข์ การแก้ทุกข์ อุปสรรคในการแก้ทุกข์ แต่ในระหว่างทาง เราเห็นนวัตกรรมในการแก้ปัญหา และเห็นความกรุณาที่ทำงานอย่างเต็มกำลัง ในความทุกข์และการเผชิญความทุกข์ร่วมกันนั้นมีความงามอันเจิดจรัส

เรื่องเด่นๆ คือ การทำงานของพระญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปมาก การเกิดขึ้นของรัฐฆราวาสสมัยใหม่ทำให้พระสงฆ์มีบทบาทจำกัดอยู่เพียงผู้ทำพิธีศพ (ซึ่งชาวญี่ปุ่นสะท้อนว่าแพงมาก) พระส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิบัติ แต่กลุ่มพระที่มาประชุมเห็นบทบาทของท่านเองว่าสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น พระสงฆ์ต่างนิกายพยายามบรรเทาปัญหาฆ่าตัวตายด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจัดตั้งกลุ่มบำบัด กลุ่มอาสารับฟัง การจัดกิจกรรมซ้อมตายให้ผู้มีภาวะซึมเศร้า รวมทั้งการออกแบบพิธีศพที่ช่วยเยียวยาครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวฆ่าตัวตาย ไม่นับความพยายามที่จะจัดสายด่วนรับฟัง การให้คำปรึกษาทางจดหมายหรืออีเมล และการเสนอความช่วยเหลืออื่นๆ

พระญี่ปุ่นท่านไม่ได้ฝึกอบรมมาทางนี้ แนวทางการให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษาในพื้นที่ทางจิตวิทยาก็มักอิงทฤษฎีจิตวิทยาสมัยใหม่ตะวันตก การที่พระสงฆ์จะเรียนรู้การให้คำปรึกษามาประยุกต์กับแนวทางพุทธมหายาน ต้องทำงานเชิงความคิดอีกมาก การขยายการให้บริการก็ยังต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง พระญี่ปุ่นท่านหนึ่งลงทุนเปิดบริษัทพลังงาน หวังว่าจะนำกำไรมาบริหารองค์กรไม่แสวงหากำไรช่วยเหลือผู้คิดฆ่าตัวตาย เรื่องนี้นับว่าน่าอนุโมทนามาก

อุปสรรคที่ต้องเผชิญคือ ภาพลักษณ์ของพระในญี่ปุ่นไม่ค่อยจะดีนัก ต้องหาทางปรับปรุงภาพลักษณ์ขนานใหญ่ เร็วๆ นี้เราอาจค่อยๆ เห็นภาพพระญี่ปุ่นในแง่บวกปรากฏในสื่อกระแสหลักหรือภาพยนตร์มากขึ้น เห็นท่านว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะลดสวัสดิการสังคมลง และสนับสนุนการให้ภาคสังคมเข้ามามีส่วนดูแลทุกข์สุขของประชาชนมากขึ้น ผมเองก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แม้จะเป็นเหตุผลในทางเศรษฐกิจ แต่ในภาพกว้าง พระสงฆ์เองก็คงได้บ่มเพาะความกรุณา และพุทธศาสนาคงได้รับการประยุกต์มารับใช้สังคม มากกว่าบทบาทด้านพิธีกรรม

"ความกรุณา" เป็นคุณภาพที่ถูกหยิบยกพูดถึงในที่ประชุมบ่อยครั้ง เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเห็นคุณค่าของความกรุณาในพื้นที่การทำงานต่างๆ มากขึ้นๆ การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย การช่วยเหลือผู้คิดฆ่าตัวตาย และญาติที่สูญเสียสมาชิกจากการฆ่าตัวตาย รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด ล้วนอาศัยคุณภาพแห่งความกรุณาในการทำงาน หากไม่แล้วก็จะทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ทำได้ไม่ดี หรือแม้กระทั่งบาดเจ็บจากการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางการเข้าไปคลุกในวงล้อมแห่งความทุกข์ ความกรุณากลับเบิกบาน และนั่นเองที่ช่วยเติมพลัง ทำให้ทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้รับการช่วยเหลือรู้สึกอบอุ่น ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นนั้นช่วยเยียวยาฟื้นฟูทั้งสองฝ่าย และนั่นคือความงามจากการทำงานกับกองทุกข์

ในช่วงท้ายของการประชุม เมื่อวงประชุมดำเนินมาจนถึงประเด็นที่ค่อนข้างตีบตันว่า การสนับสนุนให้พระสงฆ์กลับมามีบทบาทในเชิงจิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องยาก เรากำลังทำงานกับสถาบันที่ทำงานด้วยได้ยาก และสังคมก็ยังไม่ค่อยเปิดรับท่านมากนัก พระไพศาลเองกล่าวได้น่าสนใจว่า การสนับสนุนสุขภาวะทางจิตวิญญาณในสังคมนั้น ควรให้มิติทางจิตวิญญาณเติบโตในทุกหนทุกแห่ง ไม่เพียงด้านการเยียวยาด้านสุขภาพ หากรวมถึงสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ การแก้ปัญหาสังคมโดยขาดการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ (น่าจะหมายถึงการเจริญสติ การเท่าทันความคิด รู้ใจตนเอง การบ่มเพาะความเมตตา การรักษาศีล เป็นต้น) จะทำให้ท้อง่าย เครียด หมดพลัง

ได้ยินดังนั้น วงประชุมจึงได้ยินเสียงระฆัง ได้หลับตา ตามลมหายใจ อยู่กับเนื้อกับตัว

การประชุมครั้งนี้ สิ่งสำคัญคงไม่ใช่เนื้อหา หากแต่ยืนยันได้ว่า ในที่แห่งหนึ่ง และในอีกหลายๆ แห่ง ยังมีพุทธบริษัทยังคิดถึงผู้เผชิญความทุกข์ หาวิธีที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้พวกเขาพ้นจากทุกข์ หวังว่าทุกคนจะมีชีวิตที่ดี และอยู่กันด้วยความกรุณาและสันติ

ขอบคุณ Jon Watt ที่อนุญาตให้มานั่งฟัง หมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ที่ส่งข่าวเชิญชวน ขอบพระคุณพระสงฆ์ทุกรูปที่แบ่งปัน หวังว่าคราวหน้าผมจะแบ่งปันความรู้ได้ดีขึ้น กลับจากที่ประชุมจึงตระหนักได้ว่าเรายังอ่อนเรื่องการพูดภาษาอังกฤษไปหน่อย มิฉะนั้นคงทำตนเป็นประโยชน์กับที่ประชุมมากกว่านี้

International Roundtable on Buddhist Psychology, Psycho-Spiritual Counseling, and Chaplaincy Training
เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา
March 13-15, 2019

Hosted by
The International Network of Engaged Buddhists (INEB)

Sponsored by
Japan Network of Engaged Buddhists (JNEB)
Siam Network of Engaged Buddhists (SNEB)
SHARE
Written in this book
หยิบความตายใส่นิทรรศการ
รวมบทความประสบการณ์คนทำงานรณรงค์สื่อสารสร้างความตระหนัก วิถีสู่การตายอย่างสงบ (ความตาย พูดได้ เครือข่ายพุทธิกา) ปี 2556-2559 ของเอกภพ สิทธิวรรณธนะ
Writer
Ekkapop
Freelancer
A writer who write his writing.

Comments