9. อยู่กับโรคซึมเศร้าอย่างสันติ
อย่างที่เราทราบกันดี

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีช่วงเวลาที่แสนยากลำบากในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความจดจ่อ (focus) อาทิ ขณะทำสิ่งนี้ ความสนใจก็กระโดดไปสิ่งอื่นดื้อๆ และดูเหมือนความคิดนั้นต้องการมากกว่าแค่ความสนใจ เพราะผลที่ตามมาคือ เราต้องเปลี่ยนกิจกรรมไปทำสิ่งที่ร่ำร้องอยู่ในหัว 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเราต้องเปลี่ยนกิจกรรมไปเรื่อยๆ และผลลัพธ์ที่เลี่ยงไม่ได้คือ ไม่มีอะไรเสร็จสิ้นสักอย่าง 

ชีวิตต้องวนอยู่ลูปนี้อีกนานแค่ไหน

😪

เมื่อเช้าฉันทักไปหาเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เป็นโรคซึมเศร้าเช่นเดียวกับฉัน

“แก ฉันโฟกัสกับอะไรไม่ได้เลย เหนื่อยว่ะ”
ไม่นานเพื่อนก็ตอบกลับมาว่า 
“แกเครียดเรื่องอะไรเป็นอันดับหนึ่ง?”

ฉันนิ่งไปสักพักใหญ่เพื่อสำรวจว่า
แล้วอะไรที่มันรบกวนหัวใจอยู่ตอนนี้กันแน่

มันเป็นคำถามที่คล้ายกับสิ่งที่ฉันถามนักเรียนเมื่อมาขอคำปรึกษา แล้วเราถามคำถามลักษณะเดียวกันนี้เพื่อให้นักเรียนชำแหละความรู้สึกออกมาเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ไม่ปล่อยให้เป็นอากาศธาตุที่คอยรังควาน แต่ระบุตัวตนของปัญหาไม่ได้

“บอกไม่ถูกแก
มันมาเป็นมวลความรู้สึก” 
คือสิ่งที่ฉันตอบเพื่อนไป

ในความเป็นจริง ฉันสามารถบอกต้นตอของความกระวนกระวายใจได้หลังจากถูกโยนคำถามชี้นำของเพื่อนข้างต้น แต่ฉันไม่สะดวกใจจะแจงรายละเอียดให้เพื่อนรักได้ทราบ 


สิ่งที่ฉันอยากบอกตัวเอง และบอกใครหลายคนที่ประสบกับอาการซึมเศร้าเช่นเดียวกัน คือ


(1)
สิ่งใดก็ตามที่ส่งผลให้เราสูญเสียความสงบทางใจ (peace of mind) สิ่งนั้นคู่ควรต่อการถูกปล่อยไป
และ


(2)
ขอให้รู้ไว้ว่าการเอาหัวใจไปถูกกับข้อเท้าคนอื่น มันโคตรเสี่ยง ไม่ว่าช้าหรือเร็ว เราจะเจ็บจากทุกๆการเคลื่อนไหวของเขา ดังนั้น รักได้ แต่ต้องเลือกเฉพาะรักที่หัวใจเราได้เป็นอิสระ

ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน
เราก็ยังต้องเก็บบทเรียนในแต่ละวันมาซ่อมแซมส่วนที่ประสบการณ์แห่งความเจ็บช้ำสร้างความสึกหรอให้

แต่คำนึงที่เราต้องมีตุนให้ตัวเองอย่างเพียงพอเพื่อทุกๆก้าวที่พลาด คือ

“ไม่เป็นไรนะ เรากำลังเรียนรู้”

...


SHARE

Comments