Don’t leave #4 : SeolAxBona #ซอลโบ

ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฉันนั้นยังรู้สึก ข้างในส่วนลึกในใจเหมือนยังคงไม่ลืม...


“หมอคิมคะ มีเคสด่วนค่ะ! คุณหมอช่วยเข้ามาโรงพยาบาลตอนนี้ได้ไหมคะ” 

  คิมจียอนรับสายจากพยาบาลในช่วงกลางดึก เนื่องจากคนไข้ที่เธอเป็นแพทย์ประจำตัวเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง จากที่เธอสั่งเปลี่ยนยาตัวใหม่ให้เขาไป เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วรีบขับออกจากบ้านมาในช่วงเวลาเกือบจะห้าทุ่มได้ เธอขับรถพุ่งตรงไปยังทิศทางไปโรงพยาบาล ซึ่งโดยปกติเธอก็จะไม่ค่อยขับรถยนต์ไปเอง เพราะในทุกวันว่าที่คู่หมั้นของเธอก็จะมารับมาส่งเธอเป็นประจำ แต่ในเวลากลางดึกเช่นนี้หากจะให้เขามารับคงจะเป็นการรบกวนเขาเกินไป

 เธอขับรถมาสักพักใกล้ๆจะถึงบริเวณโรงพยาบาลที่เธอทำงาน ก็มองเห็นไฟสีแดงจากท้ายรถจอดเรียงกันเป็นแถวไม่ขยับ พอเดาได้ว่าข้างหน้าคงเกิดอุบัติเหตุเป็นแน่ รถค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ซึ่งก็เป็นดังที่เธอคิด เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนกับต้นไม้ข้างทางเข้าอย่างจัง เธอกดไฟฉุกเฉินเพื่อเป็นสัญญาณบอกรถด้านหลังที่อาจขับมาด้วยความเร็วเพื่อที่จะได้ชะลอรถ จากนั้นเธอก็เปิดไฟเลี้ยวเพื่อที่จะจอดรถลงไปเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างด้วยจรรยาบรรณของความเป็นแพทย์เธอคงนิ่งดูดายไม่ได้ หากมันเป็นสิ่งที่เธอช่วยได้ก็ต้องช่วย เพราะตอนนี้รถพยาบาลยังมาไม่ถึงที่เกิดเหตุ

“ขอทางด้วยค่ะ ดิฉันเป็นหมอ” 

 เธอแหวกขอทางฝูงชนที่มามุงดูเหตุการณ์เพื่อที่จะได้เข้าไปดูคนเจ็บ พอได้ยินว่ามีหมอมาคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็เรียกให้เธอไปดูอาการของคนขับรถก่อน เขาเป็นผู้ชายวัยกลางคน ท่าจะอาการสาหัสเพราะร่างถูกบีบอัดไปกับพวงมาลัยรถและดูไม่ได้สติ เห็นทีต้องรอให้กู้ภัยมาช่วยงัดร่างออกมาก่อน หากเข้าไปขยับร่างกายคนเจ็บตอนนี้อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

“ทางนี้มีคนเจ็บอีกคนครับ” 

 เธอหันไปทางเสียงที่เรียกมา ก็พบเห็นเป็นร่างของผู้หญิงนอนแน่นิ่งอยู่ เหมือนเขาจะไม่ได้สติเช่นกัน เธอรีบย้ายตัวจากฝั่งคนขับวิ่งอ้อมรถไปยังร่างคนเจ็บที่นอนอยู่ข้างรถ จากการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ของพลเมืองดีที่ค่อยๆขยับร่างนั้นออกมาจากเบาะหลัง

 เมื่อเดินมาใกล้ๆก็พบว่าร่างคนเจ็บที่นอนอยู่นั่นเป็นคนที่คุ้นตา เธอค่อยๆก้าวไปหาร่างนั้นอย่างช้าๆ เธอภาวนาให้เป็นแค่คนที่หน้าคล้ายเขาคนนั้น ได้โปรด ...อย่าเป็นเขาคนนั้นเลย 

 เหมือนพระเจ้าจะไม่รับฟังคำภาวนาของเธอ เพราะร่างคนเจ็บที่เห็นตรงหน้าก็คือคนที่เธอคิดไว้จริงๆ เธอทรุดลงข้างๆร่างนั้น ความรู้สึกเหมือนใจจะสลายลงตรงนั้นเสียให้ได้ เธอรีบรวบรวมสติกลับมาอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าเธอต้องช่วยชีวิตเขา ใช่จียอน เธอเป็นหมอ เธอต้องช่วยเขาให้ได้

“ฮยอน!! ได้ยินเค้าไหม ฮยอนตื่นสิ ตื่นมาคุยกันก่อน ตื่นเดี๋ยวนี้นะคนใจร้าย! เค้าไม่ยอมให้พี่ทิ้งเค้าไปง่ายๆหรอกนะ” 

 เธอเรียกเขาเพื่อที่จะให้เขามีสติอีกครั้ง สำรวจอาการเบื้องต้นพบว่าศรีษะด้านหน้าโดนกระแทกเข้ากับเบาะรถฝั่งข้างคนขับ มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยจากขมับด้านขวา นอกนั้นร่างกายเขาก็ดูปกติดี อาจจะด้วยคาดเข็มขัดนิรภัยทำให้ร่างไม่กระเด็นไปกระแทกกับเบาะด้านหน้าเต็มๆ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้เพราะอาจมีเลือดออกข้างใจจากที่ไม่สามารถมองเห็นได้

 เธอใช้มือวัดชีพจรเขาที่เส้นเลือดใหญ่ตรงข้อมือด้านขวา พบว่าอัตราเต้นของหัวใจสูงกว่าปกติเล็กน้อยแต่ไม่ถึงขั้นอันตราย ก้มลงเอาใบหน้าไปแนบชิดอกเพื่อฟังการเต้นของหัวใจ เหมือนเธอจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาจากลมหายใจแผ่วเบานั้น นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
.
.
“พาไปส่งที่โรงพยาบาล Kim Medical ค่ะ ดิฉันติดต่อทางนั้นให้แล้ว”

 เธอหันไปบอกกับรถพยาบาลที่มายังที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะได้พาคนเจ็บไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโรงพยาบาลที่เครื่องมือพร้อมที่สุดที่จะช่วยชีวิตได้ทันท่วงที ซึ่งโรงพยาบาลของเธอก็ดูจะใกล้และพร้อมที่สุดในตอนนี้

“ฮยอนคะ พี่ต้องปลอดภัยนะ”

 เธอก้มลงไปกระซิบข้างๆหูคนเจ็บที่นอนอยู่บนเปลรถเข็น เหมือนเขาจะได้ยินเสียงเธอ เขาค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาจนเธอแทบจะไม่ได้ยิน


“จียอน...”
.
.
.
.
.
 คิมซอลอา ลืมตาตื่นขึ้นมาในสถานที่ไม่คุ้นตา รู้สึกเหมือนมีสายอะไรมากมายระโยงระยางเต็มตัวเธอไปหมด ความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวทำให้เธอรู้สึกเหมือนมันจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นจางๆของแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทำให้เธอพอเดาได้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล ว่าแต่เธอมาอยู่โรงพยาบาลได้ยังไง แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมตอนนี้เธอถึงได้อยู่ในสภาพเช่นนี้

“คนไข้ฟื้นแล้วเหรอคะ อย่าพึ่งขยับตัวค่ะเดี๋ยวฉันไปเรียกคุณหมอ” เสียงพยาบาลที่เปิดประตูเข้ามาก็พบว่าเธอฟื้นแล้ว เขาจึงรีบออกไปเรียกหมอเพื่อมาดูอาการเธอ

 หมอหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับซักถามอาการเบื้องต้นหลังจากที่ฟื้น แล้วทำการตรวจเช็ควัดค่าต่างๆที่อยู่บนหน้าจอข้างเตียงเธอ คงจะเป็นเครื่องมืออะไรสักอย่างที่เชื่อมกับสายระโยงระยางบนตัวเธอนี่แหละ

“ช่วงบ่ายพาคนไข้ไปทำ MRI แล้วส่งผลให้ผมดูด้วยนะครับ”

 เขาหันไปคุยกับพยาบาลแล้วเดินออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีอาการผิดปกติจนน่าเป็นห่วง
เธอหลับไปอีกครั้งหลังจากที่พยาบาลกับคุณหมอหนุ่มคนนั้นเดินออกไปแล้ว ผ่านไปไม่นานเธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอุ่นๆมาสัมผัสตรงนิ้วมือเธอ เธอค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้งพบว่าเป็นร่างของผู้หญิงกำลังนอนแนบใบหน้าลงที่มือเธอพร้อมทั้งน้ำตาที่หยดลงไป สัมผัสที่เธอรู้สึกได้คงมาจากหยดน้ำตานี่สินะ ว่าแต่หล่อนจะร้องไห้ทำไมกัน

 เมื่ออีกฝ่ายรับรู้ถึงแรงขยับตัว หญิงสาวคนนั้นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าที่สวยงามราวกับรูปปั้น ดวงตากลมโต คิ้วโก่งเรียงเป็นเส้นโค้งสวย รับกับสันจมูกโด่ง แล้วยังมีริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนๆนั่นอีก ช่างดูเหมาะกับเขานัก เธอจ้องมองใบหน้าสวยนั้นอยู่ชั่วครู่ก็รู้สึกเหมือนจะคุ้นเคยกับใบหน้านี้มานานแสนนาน หัวใจเธอกำลังทำงานอย่างหนักเหมือนจะควบคุมไม่ได้ ทำไมเธอถึงรู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้กันนะ
.
.
.
“คุณเป็นใครคะ?”

เธอเอ่ยถามหล่อนออกไป เธอรู้สึกคุ้นหน้าหล่อนมาก แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

“เอ่อ... ฮยอนจำเค้าไม่ได้เหรอคะ” 

 หล่อนเอ่ยตอบมาด้วยเสียงสั่นๆ เหมือนเธอจะแอบเห็นว่าขอบตาหล่อนเปลี่ยนเป็นสีแดง เหมือนจะมีหยดน้ำเล็กๆคลออยู่ด้วย

“ฮยอน? นี่ชื่อฉันเหรอคะ” เธอเอ่ยถามหล่อนออกไปด้วยความแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้พยาบาลเรียกเธอว่า คิมซอลอา ไม่ใช่ฮยอนแบบที่หญิงสาวคนนี้เรียกเธอ

“ค่ะ คุณชื่อฮยอนจอง ส่วนฉันคิมจียอน เป็นแฟนคุณค่ะ”

จียอน? แฟน? ทำไมเธอรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อและสถานะที่หญิงสาวคนนี้บอกกันนะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนจะผ่านมานานแล้ว ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้

“เราเป็นแฟนกันเหรอคะ? หมายถึงฉันกับคุณ”
“ใช่ค่ะ เราเป็นแฟนกัน ฮยอนเป็นแฟนจียอนค่ะ”
.
.
.
.
                             TBC.

พระเอกของเรานี่ชีวิตรันทดจังเลยค่ะ เป็นโรคนอนไม่หลับ ตอนนี้มาเป็นความจำเสื่อม? อีก แงแอออออ ทำไมใจร้ายกับพี่ฮยอนแบบนี้ (ด่าตัวเอง) ตอนนี้มาสั้นกว่า 3 ตอนที่ผ่านมา แต่เนื้อเรื่องคือเหลือเยอะมาก ที่พูดว่าจะจบ 5 ตอนจ้อจี้ค่ะ 😂😂
เอ๊ะ ว่าแต่น้องจียอนไปบอกว่าเป็นแฟนกับพี่ฮยอนแบบนั้น จะมีปัญหาไหมนะ หนูกำลังจะหมั้นกับคุณคิมนะลูก 













SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments