คำปลอบและขอบคุณ
ฉันนั่งอยู่ในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง โชคดีที่ฉันมาถึงเร็วเลยหาที่นั่งได้ไม่ยาก มีเบียร์ตั้งอยู่บนโต๊ะ รอใครอีกคนอยู่ เมื่อเขาเข้าร้านมาเลยกวักมือเรียก เขาเห็นฉันแล้วรีบเดินฝ่าคนมาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ฉันยิ้มตอบ

เราสองคนเรียนคณะเดียวกัน แต่ตอนเรียนก็รู้จักกันแค่ผิวเผิน แทบไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันเลย ฉันเป็นผู้หญิงช่างคุย ส่วนเขาเป็นผู้ชายขี้อาย จะบอกว่าความบังเอิญดึงให้พวกเรามาสนิทกันก็ได้

คืนงานส่งท้ายก่อนเรียนจบ เขาดื่มเยอะ แต่ดูไม่เมาเลยสักนิด ต่างกับฉันที่ดื่มเข้าไปหลายขนานจนเมามายได้ที่ เพื่อนของฉันฝากให้เขาช่วยดูแลฉัน ในขณะที่ไปหาที่ให้ฉันนอน เขาใจดีและสุภาพพอที่จะนั่งอยู่กับฉัน ฉันพล่ามไม่หยุด จนเผลอพูดไปว่าแอบชอบเพื่อนสนิทของเขา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเรากลายเป็นเพื่อนปรับทุกข์ และไปดื่มเบียร์ด้วยกันบ่อยๆ

คืนนี้ฉันเป็นคนชวนเขาออกมาดื่ม หลังจากไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายเดือน เขาเป็นคนเลือกร้าน เพราะชอบเพลงที่นี่ ฉันไม่ได้โปรดปรานร้านนี้เท่าไร  แต่คราวก่อนฉันเป็นคนเลือกร้านไปเแล้ว คราวนี้เลยต้องยอม

“ไปเจอมันมาเป็นไงบ้าง” เขาเปิดคำถามก่อน แล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม
“สนุกดี ได้คุยกันเยอะ”
“แปลกดีที่มันไปดื่มเบียร์กะแก ปกติมันไม่ชอบเบียร์”
“อือ นั่นสิ”
“แล้วรู้สึกยังไง”
“เฉยๆ มั้ง” ฉันตอบแบบเลี่ยงๆ
“เฉยๆ จริงเหรอ” เขาทำหน้าสงสัย

ฉันดื่มเบียร์ในแก้วตัวเองบ้าง นิ่งคิด ความรู้สึกจริงๆ ในใจไม่ได้เฉยเลยสักนิด ฉันชอบเขามากขึ้นทุกทีที่ได้เจอกัน แต่ฉันก็มองไม่ออกเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขาจะพัฒนาไปได้มากแค่ไหน หัวสมองของฉันมักบอกให้ตัดใจซะ แล้วถอยออกมาก่อนที่จะเจ็บปวด

“เออ เราชอบเขา” ฉันยอมรับ “แต่ไม่อยากชอบแล้ว”
“ทำไม”
“เขาอาจจะไม่ได้คิดกับเราในแง่นั้น แกคิดว่าไง”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“เขาเป็นเพื่อนแกนะ ช่วยรู้อะไรหน่อยสิ”
“ก็ไม่ได้คุยกับมันเรื่องแกเลยนี่หว่า” เนี่ย ชอบวางตัวเป็นคนกลางเสมอ
“เราไม่อยากเจ็บปวดอะ เวลามีความรักแล้วกลายเป็นคนอ่อนแอ”
“งั้นใครๆ ก็คงอ่อนแอทั้งนั้นแหละ”

บทสนทนาชะงักลง เพราะเขาหันไปให้ความสนใจกับเพลง...เป็นแนวเพลงที่ไม่เข้าหูฉันเลย
พอเพลงจบ เขาก็กลับมามองฉันอีกครั้ง

“เราไม่ชอบเวลาที่ตัวเองอ่อนแอ” ฉันสบตาเขาและเอ่ยออกไป
“แกอ่อนแอบ้างก็ได้นะ”

ฉันทำเป็นเบะปาก เมื่อได้ยินคำตอบของเขา 
คนส่วนใหญ่ที่รู้จักฉันมักมองว่าฉันเป็นหญิงแกร่งที่ฝ่าฟันปัญหาต่างๆ ได้เสมอ ไม่มีที่ว่างสำหรับความอ่อนแอ

“อย่าคิดมากสิ” เขาปลอบ คงเพราะเห็นฉันทำหน้าเครียด
“ยากจัง”
“ช่วยไม่ได้ แกยอมอยู่ในสถานะนี้เอง”
“สถานะอะไร”

ผู้ชายตรงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ให้คำตอบ เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ 
ฉันไม่สูบบุหรี่ แต่ไม่เคยว่าอะไรหากเขาจะสูบ ฉันปล่อยให้ความเงียบครอบงำสักพัก และได้แต่นั่งจ้องเขาอัดควันเข้าปอด

“เราควรหยุดหรือไปต่อดี” ฉันถามออกไปอย่างสิ้นหวัง
“ตอบไม่ได้ว่ะ” 
“แกไม่เคยให้คำแนะนำได้เลย” ฉันทำเป็นฉุนใส่ ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเขา

เขาทำท่าสูดลมหายใจเข้าอย่างยิ่งใหญ่เกินจำเป็น ดื่มเบียร์จนหมดแก้ว แล้วเปิดปากพูด...

“ก่อนหน้านี้แกเคยคุยกับมัน มันหายไป แล้วกลับมาอีกรอบ แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนใช่มั้ย ถ้ามันจะเลือกแก มันคงเลือกแกตั้งแต่ครั้งแรกแล้วหรือเปล่า”
“คราวนี้อาจจะเปลี่ยนไป...” 
“ถ้าเป็นมุมมองจากคนนอก การที่ผู้ชายไม่ชัดเจน ก็ไม่โอเคปะวะ แปลว่ามันไม่คิดจริงจังกับแกไง”
“เออ จะมองแบบนั้นก็ได้” 
“แต่ว่าต่อให้คนรอบข้างเตือนหรือรั้งไว้แค่ไหน บางทีคนเราก็ไม่อยากเชื่อหรอก ถึงรู้ว่าเสี่ยงไปอาจจะไม่คุ้ม แต่ห้ามใจไม่ได้ ต้องถลำลึกเข้าไป จนเจ็บเอง ช้ำเอง”
“...” ฉันเถียงไม่ออก

แปลกดีที่คืนนี้เขาเป็นฝ่ายพูดเยอะ ส่วนฉันกลับเป็นฝ่ายที่นั่งฟัง
นอกจากเขาจะดื่มเบียร์เยอะแล้ว เขาก็สูบบุหรี่เยอะพอกัน ยิ่งบทสนทนาเข้มข้น เขายิ่งดื่มและสูบเรื่อยๆ ฉันมองมือของเขา ที่กำลังจุดบุหรี่อีกมวน

“แกดูชอบมันมากเลย” 
“อือ”
“น่าอิจฉามันนะที่มีคนชอบมันมากขนาดนี้” 
“แต่แกดูไม่ออกว่าเขาคิดยังไงกับเรา” ฉันถามทั้งที่เขาเคยบอกแล้วว่าไม่รู้
“โทษทีที่ช่วยอะไรไม่ได้”
“ช่างเหอะ”
“นี่ไม่ได้จะบอกว่ามันเป็นคนไม่ดีนะ แต่ถ้ามันไม่ได้คิดอะไรกับแก ก็ไม่ใช่ความผิดของมันอะ” 
“อือ เราพยายามเผื่อใจไว้แล้ว”
“เลือกข้างไม่ได้ว่ะ แกรู้ใช่มั้ย” 
“รู้ แกไม่ต้องเข้าข้างใครแบบนี้แหละดีแล้ว”
“แต่เป็นกำลังใจให้แกนะ” เขาพูดก่อนพ่นควันออกจากปาก
“ขอบคุณนะ”

ขอบคุณที่รับฟัง และออกมาดื่มเบียร์ด้วยกันในคืนนี้

SHARE

Comments

AfterDrak
26 days ago
ชอบมากครับ ทำต่อไปน่ะครับ
Reply
tidachan
26 days ago
ดีใจที่ชอบค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ^_____^
Rutcha
25 days ago
กำลังลุ้น เดาว่าผู้ชายตรงหน้าแอบชอบเธอแน่เลย อิอิ
Reply
tidachan
25 days ago
จะใช่มั้ยนะ
BBBUN
25 days ago
ชอบค่ะ
Reply
tidachan
25 days ago
ขอบคุณนะคะ