เมื่อพี่ยังสาวต้องเลี้ยงน้อง(วัยรุ่น)เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงในวัย 29 ปี(2)
เมื่อพี่ยังสาว ต้องเลี้ยงน้อง(วัยรุ่น) เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงในวัย 29 ปี ตอนที่ 2”ความเข้าใจและคุณค่าของกันและกัน”
                ตอนที่แล้วได้เล่าถึงการเลี้ยงน้องวัยรุ่น(อายุ 16 ปี) ของพี่วัย 29 ที่พูดถึงบทบาทและหน้าของพี่คนโตและพฤติกรรมของน้องวัยรุ่น โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงการปรับตัวของพี่และน้อง และช่วงการหากลยุทธวิธีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นด้านพฤติกรรม ตอนที่ 2 จะขอเล่าถึงช่วงที่ 3 โดยขอใช้ชื่อว่า”ความเข้าใจและคุณค่าของกันและกัน” เพราะอะไรจากตอนที่แล้วปัญหาด้านพฤติกรรมของน้องก็ใช่ว่าจะหายไป ดีขึ้นบ้างบางพฤติกรรมก็ดีขึ้นมากและเลิกทำไปเลย ถือว่าได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมปัจจุบัน ตอนที่แล้วเราเขียนเสร็จก็ส่งให้น้องอ่าน เขาหัวเราะชอบใจและบอกว่าเด็กคนนี้ทำไมน่ามึนจัง(มึนภาษาอีสาน คือ ดื้อ) แล้วก็หัวเราะ และแบ่งปันเรื่องของตัวเองให้เพื่อนอ่าน นี่ถือเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในฐานะพี่ที่ต้องทำหน้าที่คล้ายแม่และน้องที่ดูเหมือนลูก 

                   หลายคนถ้าได้อ่านตอนที่ 1 มาอ่านตอนที่ 2 คงคิดว่าก็ดีแล้วหนิ มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นนะสิ คุณ พฤติกรรมมนุษย์นี้ยากแท้ต่อการปรับเปลี่ยน ทุกคนรู้ว่าอะไรดีไม่ดีแต่ทำไม่ได้ แม้แต่เราเองในบางเรื่องก็เช่นกัน ซึ่งหลายคนก็คงรู้คำตอบดี เราจึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมวัยรุ่นในช่วงอายุ 16 ปี ก็ไม่มีข้อมูลจากแหล่งใดที่ทำให้เราเข้าใจได้ง่ายหรือพูดถึงพฤติกรรมเชิงลึกที่ชี้ให้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างนอกจากพฤติกรรมเชิงกายภาพ เราจึงพอจะสรุปและวิเคราะห์ตามสภาพความจริงที่เราพบจากกรณีน้องสาวเราเอง คือ อายุ 16 ปี ถือเป็นวัยรุ่นตอนกลาง เป็นช่วงที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นความสูง แขน ขาและหน้าตาก็เริ่มปรับเปลี่ยนไป เขาเริ่มยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางร่างกายได้แล้ว กังวลเรื่องความสวยความงาม ความสะอาด หาเสื้อผ้าหน้าผมที่จะเข้ากับตัวเองและทำให้ตัวเองดูดีขึ้น เป็นตัวของตัวเอง เริ่มหาเอกลักษณ์ให้กับตัวเอง และพยายามเอาชนะความรู้สึกแบบเด็กๆ ที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่และมีใช้เวลากับเพื่อนมากขึ้น ทำอะไรก็ต้องทำเป็นกลุ่ม ทำเหมือนกันใส่เสื้อผ้าคล้ายกัน และอยู่เป็นกลุ่ม อยู่กับเราน้อยลงซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเราก็เคยเป็น การได้ดูแลน้องแบบลูกที่ต้องรับผิดชอบดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเป็นอยู่ทั้งหมด กาย ใจ สังคม เงิน มันสะท้อนความเป็นเราทีละน้อยและดูเหมือนจะใกล้ความเป็นแม่เข้าไปทุกขณะ บางทีเราก็ท้อ บางทีก็เหนื่อยหน่ายอยากเลิกเป็นพี่ 55 บางทีก็สนุกมีความสุขเหมือนมีเพื่อนซี้ไปไหนไปกัน เป็นห่วงกังวลกลัวเขาลำบาก ดูเหมือนว่ายิ่งห่วงเขายิ่งห่างด้วยธรรมชาติของวัย แต่เราเชื่อและมั่นใจว่าเขาจะมีสำนึกที่ดี และเห็นคุณค่าของตัวเอง

               การดูแลความสัมพันธ์ไม่ว่าในฐานะอะไรมันยากมากและมีความสำคัญ โดยเฉพาะคนใกล้ชิด อย่างเช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน สามี ภรรยา ลูก ฯลฯ ยิ่งใกล้ ยิ่งคาดหวังสูงและเอาอารมณ์เป็นตัวตัดสินได้ง่ายด้วยเช่นกัน ถ้าคนชอบอ่านหนังสือปรัชญาและดูรายการเจาะใจจะพบว่า เขาพูดถึง”ปรัชญาไข่เจียวชีวิต” ว่า มีอะไรบางอย่างที่อยู่กับคุณ แต่คุณไม่เห็นคุณค่ามัน 
ไข่เจียวชีวิตเปรียบเหมือนคนใกล้ชิดที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ คนสนิทที่หันไปหาใครไม่ได้ต้องหันมาคุยกับมัน มีปัญหาก็โทรหามัน แต่ไม่เคยพูดดีกับมัน ถ้าใครมีไข่เจียวของชีวิตนั้นถือว่าโชคดี
 แล้วคุณหละเคยมีไหมไข่เจียวของชีวิต? ถ้ามีก็หันไปดูแลเขาซ่ะ เพราะเขาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่บางคนอาจจะไม่มีหรือไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ

ตามอ่านตอนที่ 1 ตามลิ้งนี้เลยนะค่ะ 
https://storylog.co/story/5ba93b939c077afb126a06ac
ขอบคุณภาพlสวย ๆ จาก : www.pixabay.com
SHARE
Writer
MemiOnlyme
Writer
ชีวิต ประสบการณ์ เดินทาง เรื่องอยากเล่า#Onlyme#IG:Saengrawee.m#

Comments