Haircut
“ไม่เจอกันนานนะ” นั้นเป็นคำทักทายอันแสนสามัญธรรมดาที่สุดระหว่างเราสองคน

.

ฉันปิดประตู ถอดรองเท้าผ้าใบสีขาวไว้ข้างรองเท้าผ้าใบสีขาวอีกคู่ วางกระเป๋าสัมภาระและข้าวของจากซูเปอร์มาร์เก็ตไว้บนเคาน์เตอร์ครัว มีเพียงโคมไฟเหนือโต๊ะกินข้าวที่ส่องสว่าง แสงเหลืองนวลต่อกรกับความมืดของกลางคืนอย่างเหนื่อยล้า เจ้าหนูนั่งชันขากอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ไม้สีเขียว สีเดียวกับโต๊ะ

เจ้าหนูมองมาที่ฉัน
เราสบตากัน
ฉันจมลงไปในสีดำสนิทคู่นั้น

ฉันวางมือลงบนหัวเล็กๆ ของเจ้าหนู ผมเส้นละเอียดเหยียดตรงจนถึงบั้นเอว “ผมยาวจังเลยนะ” ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนั้นเอง เจ้าหนูกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งไปแล้ว เจริญงอกงาม เติบโตเต็มวัย แต่ว่า, แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นไปแล้ว เจ้าหนูก็ยังเป็นเจ้าหนูคนเดิมของฉันอยู่ดี ฉันสรุปความอย่างดื้อรั้น

“ตัดผมให้หน่อยสิ”
“ตัดผมงั้นเหรอ” ฉันทวน “ตัดผม อืม ได้สิ”

เมื่อก่อน, หลายปีก่อนหน้านี้ เราเคยผลัดกันตัดผมให้อีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ แล้วก็จะถือโอกาสบ่นถึงอะไรๆ ให้กันฟังระหว่างนั้น อย่าง ‘อาหารร้านตรงหัวมุมถนนรสชาติแย่ชะมัด’ หรือไม่ก็ ‘คนที่เดทด้วยกันอยู่ตอนนี้ไม่ได้เรื่องเลย!’ อะไรๆ ทำนองนั้นน่ะ ท่ามกลางเสียงกรรไกร ฉับ ฉับ ฉับ เศษเส้นผมหล่นเกลื่อนพื้น

“ตัดออกเยอะไหม”
“เท่านี้ ประมาณนี้” เจ้าหนูจับตรงต้นคอ
“อืม เข้าใจล่ะ แต่ว่านะ…” ฉันสอดนิ้วมือทั้งหมดเข้าไปในกลุ่มผมเส้นเล็กละเอียด ยาว และเหยียดตรง
“ฉันจะไม่เสียดายหรือเสียใจทีหลังหรอก”

“เธอไว้ผมยาวแล้วน่ารักนะ”
“เจ้าหญิงก็ผมยาวแล้วเหมือนกันนี่นา” เจ้าหนูว่า

ฉันเผลอเอื้อมไปจับเส้นผมของตัวเอง ไม่ทันรู้ตัว
นั่นสิ ผมยาวแล้วจริงๆ ด้วย

“เหมือนเป็นเจ้าหญิงจริงๆ เลยล่ะ”

.
.
.

ฉันกลับออกมาจากห้องนอนพร้อมผ้าคลุมและกรรไกรตัดผม โลหะมันวาวสะท้อนแสงไฟและหนักอึ้ง หนักเหมือนความมืดของกลางคืน

ท่ามกลางเสียงกรรไกร ฉับ ฉับ ฉับ เศษเส้นผมหล่นเกลื่อนพื้น
“ตอนนี้ฉันมีคนที่คบอยู่ด้วยล่ะ” เสียงของเจ้าหนูแทรกขึ้นมา

เหมือนทุกครั้ง ฉันเงียบฟังอย่างตั้งใจ

“เป็นผู้ชายที่ธรรมดาที่สุดในโลก ไม่มีอะไรให้น่าภูมิใจเหมือนกับคนรักคนก่อนๆ เลยล่ะ ทั้งหน้าตาหรืออาชีพการงานหรือความสนใจพิเศษส่วนตัว จืดชืดชนิดที่ว่าไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาให้เธอฟังได้เลย”

เจ้าหนูหัวเราะเสียงใสเหมือนแก้วบนชั้นคว่ำจาน

“แต่ถึงอย่างนั้น, เขาก็รักฉันจริงๆ”

“งั้นเหรอ อย่างนั้นเหรอ ดีแล้วล่ะ” ฉันค่อยๆ ขยับกรรไกรอย่างระมัดระวัง ฉับ ฉับ ฉับ เศษเส้นผมหล่นลงพื้น “ดีจังนะ”

“นี่แน่ะ เธออาจจะคิดว่าฉันบ้าไปแล้วก็ได้” เจ้าหนูว่า “แต่มันไม่เป็นไรเลยนะ ถ้าคนเราจะขาดพร่องไปบ้าง ฉันก็เพิ่งมาเข้าใจเอาตอนที่เจอเขานั่นแหละ—“

“ว่ามันไม่มีอะไรแทนที่ความรักได้เลย...”

“ฟังดูโง่เนอะ”

ฉันหยุดขยับมือ ไม่เคลื่อนไหว
เสียงกรรไกร ฉับ ฉับ ฉับ เงียบหายไป

เจ้าหนูยังคงอยู่ในท่าชันขากอดเข่า นั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้สีเขียว สีเดียวกับโต๊ะกินข้าว ใบหูเล็กๆ คู่นั้นเป็นสีขาวเรืองรองในแสงไฟสลัว

.

แล้วฉันก็นึกขึ้นได้เดี๋ยวนั้นเอง
เจ้าหนูได้กลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งไปแล้ว
เจริญงอกงาม เติบโตเต็มวัย

“ไม่เลยสักนิด” ฉันตอบไปอย่างนั้น, ยืนยันอย่างหนักแน่น
SHARE

Comments