INTO STEP #อายูจิน2 (Yujin x Wonyoung) - 5
.
.
.
.
.
.
.
.
9.00 AM


วอนยองนั่งอยู่ที่ปลายเตียง รอคนที่บอกว่าจะมารับ มือเรียวยกขึ้นกอดอกพลางถอนหายใจ แบบนี้จะได้หรอ นี่มันเดิมพันเธอไว้กับเวลาที่เหลือทั้งทริปเลยนะ ถึงแม้เขาจะเป็นคนไปส่ง แต่ใช่ว่าเขาจะยอมใจอ่อนนี่นา ขนาดเรื่องคืนนั้น เขายังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนเธอเป็นเพียงคู่นอนปกติของเขา

“ลองดูเถอะคะ อย่างน้อยคุณมีเวลา 40 นาทีในรถที่อยู่กับเขา ใช้เวลาให้คุ้มค่า”

คำแนะนำจากกาอึนทำให้เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ฮึดสู้อีกครั้ง

Knock Knock Knock

“คุณจาง ชั้นมารับพาไปส่งสนามบินค่ะ”
เสียงคุ้นเคยแต่สรรพนามไม่คุ้นเคย ร่างบางปรายตาไปมองประตูก่อนจะยิ้มให้กับตัวเอง สู้โว้ย ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องพัก ร่างโปร่งหันไปบอกเบลบอยที่มากับตนให้เข้าไปยกกระเป๋าแล้วเอาไปไว้ที่รถ ตอนนี้จอดอยู่ด้านหน้าทางเข้า เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาผายมือเล็กน้อยให้แขกวีไอพีได้เดินนำไปก่อน วอนยองมองการกระทำของอีกคนก่อนจะพยักหน้าเดินตามเบลบอยไป

เบลบอยเข็นกระเป๋าของเธอลงอีกลิฟท์นึงที่ไว้ใช้ขนของ ทำให้ทั้งผู้จัดการสาวกับแขกวีไอพีต้องลงลิฟท์อีกตัว ภายในลิฟท์ที่มีเพียงเธอกับเขา บรรยากาศน่าอึดอัด ร่างบางเงยหน้าขึ้นหวังจะมองเขาผ่านกระจกในลิฟท์ ทว่าสายตาประสานเข้ากับเขามองเธอก่อนแล้ว

“ไฟล์ทกี่โมง”
คำถามราบเรียบแต่สายตายังคงประสานกันอยู่ หากแต่ในสายตานั่นเธอรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่า

“เอ่อ เที่ยงๆค่ะ”
ร่างบางตอบก่อนจะเม้มริมฝีปาก ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี่เหมือนกำลังเล็กลงบีบให้ตัวเธอขยับไม่ได้ ยิ่งสายตาของเขา คำพูดของเขายิ่งบีบเธอเหลือเกิน

ติ๊ง..

ชั่วอึดใจห้องสี่เลี่ยมเล็กๆพาทั้งคู่มาสู่ชั้นที่ปรารถนา ประตูลิฟท์เปิดออก ร่างโปร่งยิ่งนิ่งรอให้อีกคนออกก่อน วอนยองเดินตรงไปที่ล๊อบบี้เพื่อทำการเช็คเอ้าท์

“อายูคะ ออกไปข้างนอกหรอ”
เด็กสาวมือนึงถือแก้วชาเขียวลาเต้ อีกมือถือหนังสือ เห็นอาสาวของเธอเดินตามผู้หญิงที่เป็นแขกพิเศษของผู้จัดการอีกคน

“อื้อ ไปส่งคุณวิคกี้ที่สนามบินน่ะ ซาจังจะเอาอะไรไหมคะ”
ร่างโปร่งยิ้มให้หลานสาวคนสวย ส่วนคนที่เพิ่งยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานอยู่ไม่ไกลยืนฟังบทสนทนาของอีกคู่อยู่เงียบๆ

“งื้ออ อยากได้อามากกว่าค่ะ เบื่อที่นี่แล้ว”

“ฮ่ะๆ ก็อาทำงานนิคะ ไหนคนเก่งของอาอยากไปไหนคะ”
ร่างโปร่งยกมือขึ้นวางบนผมของเด็กสาว

“อยากไปดำน้ำกับฉลามค่ะ ซาจังเคยอ่านมาว่าที่นี่ดำน้ำกับฉลามได้”
เด็กสาวยิ้มกว้างเข้าไปกอดแขนอ้อนคุณอา เพราะถ้าขอคุณพ่อยังไงก็คงไม่ยอมแน่ๆ ก็คุณพ่อเธอหัวโบราณอาจจะกลัวว่าลูกสาวคนสวยคนนี้อาจถูกฉลามกิน

“เหอะ ขอให้โดนฉลามฉีกเนื้อ”
ร่างบางบ่นพึมพำ พร้อมเบะปาก แก้มใสพองลม กรอกตาอย่างไม่สบอารมณ์

“หืม เดี๋ยวให้ชาร์ลพาไป เจ้านั้นไปบ่อยมาก”
ร่างโปร่งหัวเราะในลำคอ ถึงแม้อีกคนจะแค่พึมพำแต่ก็ดังพออีกคนจะได้ยิน

“อายูจิน ฆ่ากันเถอะคะ ถ้าจะให้ไปกับแจยน”

“เอ่อ ขอโทษนะคะที่ต้องขัดเวลาออดอ้อนของคุณสองคน แต่ชั้นเช็คเอาท์เสร็จแล้ว ไปได้หรือยังคะ”
วอนยองเก็บกระเป๋าสตางค์ลงในกระเป๋าถือของเธอ ใบหน้าเรียบเฉย มองคนทั้งสอง ร่างโปร่งยกข้อมือขึ้นดูเวลาจากนาฬิกาของเขา

“ชั้นขอพาซาจังติดรถไปด้วยนะคะ ส่งคุณเสร็จจะพาเธอไปทานข้าวด้วย”
ร่างโปร่งถามเชิงขออนุญาตแขกวีไอพีของเขา แต่เหมือนแค่แจ้งให้ทราบมากกว่า เธอจะห้ามเขาได้หรอ

วอนยองนั่งอยู่ด้านหลังดูร่างโปร่งกับเด็กสาวพูดคุยกัน 40 นาทีของเธอไม่มีอยู่จริง เธอจะเปลี่ยนตั๋วกลับไปเพื่ออะไรกัน
.
.
.
.
.
.
.
นางแบบสาวเดินเข้ามาภายในโรงแรม กวาดสายตาไปรอบๆ มือเรียวขยับหมวกเล็กน้อย ที่นี่คงไม่มีนักข่าว หรือปาปาราซซี่ เพียงแต่เธอระมัดระวังตัวจนเคยชิน

“เค!! เห็นเจม้ะ”

เพื่อนสาวผมบรอนด์เดินตรงดิ่งมาหา ดูท่าจะหงุดหงิดมาเช่นเดิม แต่เหมือนคราวนี้จะไม่ได้มาจากเด็กน้อยหลานสาวเพื่อนสนิท แต่เป็นเจ้าเพื่อนตัวดีนั่นเอง

“ไม่อ่ะ ไปส่งคุณวิคกี้นิ ทำไมหรอ”
กาอึนเดินไปที่คาเฟ่ของโรงแรม หวังจะมาจิบชาเสียหน่อย ตารางงานเธอว่างวันนี้วันสุดท้าย อยากใช้เวลาสโลไลฟ์กับเขาบ้าง

“หนอยย  มันหลอกชั้นให้เข้าประชุมกับยัยบอสบึ้มนั่นแทน ยัยนั้นโกรธที่เจไม่เข้าแล้วพาล ใส่งานชั้น พังไม่เป็นท่า”
แชยอนยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองขณะเล่าให้เพื่อนฟัง เจ้านั่นกลับมาต้องคิดบัญชีเสียหน่อย

“บอสแกรุกหนักเหมือนกันนะ ทำไมเจ้าเจไม่จัดไปซะให้จบๆ”
มือเรียวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบ

“มันบอกว่าใกล้ตัวเกินไป อึดอัด เฮ้อ..แล้วนี่เด็กแมวขี้วีนไปไหนล่ะเนี้ย ไม่อยู่ในคาเฟ่”
ผู้จัดการสาวหันซ้าย หันขวามองหน้าเด็กสาวที่นั่งอ่านหนังสือที่นี่ประจำ

“ถ้าอยู่แกก็ไปกัดเขา ถามจริง สนุกหรอทะเลาะกับเด็ก”
ร่างสูงไหวไหล่ไม่เข้าใจเพื่อนสนิทของเขา ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนเขาเป็นคนสุภาพกับสุภาพสตรี เทคแคร์ดีจะตายไป แต่นี่เจอหลานเจ้าเจทีไรแยกเขี้ยวใส่ทุกที

“ชั้นไม่ได้อยากทะเลาะเว้ย แต่เด็กนั่นขี้วีนไง เอาแต่ใจไง”
กาอึนปล่อยให้เพื่อนของเขาบ่นต่อไป ฝ่ายเขานั่งยิ้มพิมตอบแชทแฟนสาวที่อยู่เกาหลี

Eun~Boo : เหนื่อยจังเลยคะ ไม่ได้ทำงานนานพอมาทำก็ไม่มีแรงแล้ว

K. : เลิกทำงานแล้วมาเป็นคุณนายอีไหมละคะ ตำแหน่งนี้ว่างรอคุณนานแล้วนะ

Eun~Boo : แหวะ ทำเป็นพูด พอออกไปข้างนอกยังต้องเดินห่างเป็นเมตรเลยนะคะ

K. : คุณก็รู้นี่ ชั้นไม่อยากให้คนอื่นมาวุ่นวายกับชีวิตเรา ถ้าเป็นข่าวแล้วเราจะยิ่งได้เจอกันน้อยลงนะคะ

Eun~Boo : ทราบแล้วค่ะ คุณซูเปอร์โมเดล แล้ววอนยองเป็นยังไงบ้างคะ

K. : ก็เท่าที่ดูคือมีเวลา 40 นาทีนะ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่ไม่ต้องห่วง คุณจัดการทางนู้นแล้วหรือยังคะ

Eun~Boo : เรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแค่รอเวลา

K. : Ok Boo.

- XXXXX calling  -


นางแบบร่างสูงเลิกคิ้วดูชื่อปลายสายที่โทรเข้ามา

.
.
.
.
.
.
.
.
.
รถของยูจินจอดหน้าที่จอดรถชั่วคราวสำหรับส่งผู้โดยสารขาออก ร่างบางลงจากรถอย่างหมดหวัง ร่างโปร่งลงตามมาเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าลงให้เธอ โดยบอกหลานสาวให้รออยู่ในรถ กระเป๋าสองใบถูกวางบนรถเข็น ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากทั้งคู่ มือเล็กเอื้อมไปจับมือของอีกคนที่เพิ่งวางกระเป๋าให้

“สุดท้ายแล้วเราเป็นได้แค่นี้ใช่ไหมคะ คนรู้จัก คู่นอนที่อาไม่สนใจ”

“คนเคยรู้จักหรือไม่รู้จักเลยจะดีกว่าค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ ขอบคุณที่วางใจใช้บริการโรงแรมของเรา”

คำพูดที่ร่างบางอยากพูดมากมายถูกกลืนกลับเข้าไปทั้งหมด ท่าทีเย็นชา คำพูดห่างเหิน ร่างโปร่งหมุนตัวกลับ แต่ถูกมือเล็กอีกคนดึงเสื้อเขาเอาไว้

“อายูไม่ต้องหันมาก็ได้ ชั้นมาที่นี่เพราะรู้ว่าอาอยู่ที่นี่ ชั้นคิดถึง ชั้นรู้ว่าชั้นทำผิด ทำไม่ดี แต่ชั้นแค่อยากแก้ไข อยากเป็นนยองเด็กดีของอา เท่านี่แหละค่ะ ที่อยากจะพูดตั้งแต่มาถึงแล้ว ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

ร่างบางปล่อยมือจากชายเสื้อของอีกคน ยูจินยืนฟังอย่างเงียบๆ แล้วเดินกลับไปขึ้นรถโดยไม่หันกลับมามอง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ร่างบางเดินเข็นรถเข็นเข้าไปด้านในแอร์พอร์ทเพื่อที่จะทำการเช็คอิน ขณะหยุดค้นกระเป๋าหาพาสปอร์ต ชายฝรั่งคนหนึ่งสวมหมวก พร้อมแว่นกันแดด เดินเข้ามาหาเธอพร้อมพูดภาษาเกาหลี

“คุณวิคกี้ จางหรือเปล่าครับ”

“อ่า ใช่ค่ะ”
ร่างบางหยุดค้นกระเป๋าหันมาตอบฝรั่งตรงหน้า แปลกใจที่เขารู้จักเธอ

ฝรั่งคนนี้บอกกับเธอว่าเขาเคยพบเธอที่เกาหลี เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเธอที่นี่ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจจึงลองทักดู ทั้งคู่คุยกันได้ไม่นานเขาก็ขอตัวไปเพราะต้องเข้าเกทแล้ว ร่างบางหันมาหวังจะหาพาสปอร์ตของเธอต่อ ทว่าของในกระเป๋าเธอหายไป ทั้งพาสปอร์ตและสิ่งสำคัญอย่างกระเป๋าตังค์ และโทรศัพท์มือถือของเธอด้วย

ซวยเข้าแล้วไง เธอโดนล้วงกระเป๋า ต้องเป็นตอนที่ฝรั่งคนนั้นมาคุยกับเธอแน่ๆ

ร่างบางที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่เก้าอี้สำหรับผู้โดยสารรอเวลาเช็คอินภายในสนามบิน มองดูตัวเลขใหญ่ๆที่ไว้บอกเวลาไปแล้วสินะ เครื่องบินที่จะพาเธอกลับ ร่างบางพ่นลมหายใจ จะทำอย่างไรต่อดีล่ะ เงินก็ไม่มีติดต่อใครก็ไม่ได้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
20.00 PM

ยูจินทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้าเคาท์เตอร์บาร์ ชีวิตเขาคงต้องกลับมาเป็นปกติแล้ว ร่างโปร่งส่งยิ้มให้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม

“Hi J, tequila?”
เครื่องดื่มประจำของเขาถูกเสนอชื่อโดยบาร์เทนเดอร์

“No guy, today i need whisky on the rock.”
ร่างโปร่งโบกมือ พร้อมออเดอร์เครื่องดื่มที่วันนี้เขาต้องการจัดหนักๆเสียหน่อย ยิ่งบรรยากาศข้างนอกฝนตก ยิ่งเหงา ยิ่งคิดถึงคนบางคน

“โว้วว เจ วันนี้โหดนะ เดี๋ยวได้เมาก่อนหิ้วสาวหรอก”
กาอึนเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนเบาๆแล้วทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ

“Guy, Margarita with cherry”

“เค ชาร์ลไม่มาหรอ”
ร่างโปร่งยื่นแก้วเปล่าส่งให้บาร์เทนเดอร์หนุ่ม พร้อมบอกสั่งเพิ่ม

“เดี๋ยวคงมามั๊ง มึงเตรียมตัวโดนมันด่าได้เลย เมื่อกลางวันหูกูชาไปรอบล่ะ”
กาอึนทำหน้าเหยเกเมื่อนึกถึงเมื่อกลางวันที่เจ้าเพื่อนหัวเสียบ่นให้เชาฟัง

“เรื่องเอมิลี่?”

“เออสิ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี”
เพื่อนนางแบบส่งสายตาไปทางเข้าร้าน แชยอนหน้านิ่วคิ้วขมวดกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาที่เคาท์เตอร์บาร์ที่เขานั่งอยู่

“ไอ้เจ มึงส่งคุณวิคกี้ที่สนามบิน ปกติดีใช่ไหม”
เสียงถามปนหอบของเพื่อนที่ดูร้อนใจทำให้ทั้งสองขมวดคิ้วตาม

“เออ ก็ส่งก่อนเวลาสองชม.นะ มีอะไร”
ร่างโปร่งยกแก้วดื่มจนหมดก่อนจะลุกขึ้นยืน แม้ตัวจะโงนเงนเล็กน้อย

“ก็เลขาคุณวิคกี้โทรมาว่าเธอหายไป ติดต่อไม่ได้ เช็คสายการบินก็บอกว่าเธอไม่ได้ไปเช็คอิน”
ร่างโปร่งที่ได้ฟังยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา นี่มันสิบสี่ชั่วโมงแล้ว

“แล้วเธอไม่ได้กลับมาโรงแรมหรอ เช็คหาตามโรงแรมหรือยัง โรงพยาบาล หรือ สถานนีตำรวจ”
ร่างโปร่งรัวคำถามใส่เพื่อนอย่างลืมตัว

“เช็คแล้วไม่เจอ เลยมาถามมึงเนี้ย เผื่อเธอเปลี่ยนแผนไม่กลับจะได้อุ่นใจ”
ร่างโปร่งหยิบเงินในกระเป๋าตังค์วางไว้ที่เคาท์เตอร์แล้วรีบเดินออกไปจากร้านทันที

“ไปไหนของมันว่ะ”
แชยอนหันไปมองเพื่อนที่เพิ่งออกไปอย่างงงๆ

“มันก็คงไปช่วยหาแหละ ตกลงมึงยังไงคืนนี้ ดื่มไหม”
กาอึนแกว่งแก้วในมือเบาๆ

“อ่า ไม่รู้จะไปหาที่ไหนว่ะ รอข่าวอยู่นี่แหละ”
เพื่อนสาวผมบรอนด์ยึดที่นั่งยูจิน พร้อมหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ร่างโปร่งวิ่งตากฝนออกมาขึ้นรถโดยไม่รอรับบริการจากพนักงานร้านที่อาสาไปขับรถมาให้ที่หน้าร้าน

ตอนนี้ในสมองเขาว่างเปล่า เดาไม่ออกเลยว่าร่างบางจะไปไหน อยู่ที่ไหน งั้นเริ่มต้นจากที่เจอกันครั้งสุดท้ายก่อนแล้วกัน

สนามบิน

ร่างโปร่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมองหาร่างคุ้นเคย บางทีเธออาจจะบังเอิญตกเครื่อง เลยต้องจองไฟล์ทใหม่ก็ได้ เขาเดินหาวอนยองมาร่วมสองชั่วโมง ไม่มีแม้แต่คนที่คล้ายกับเธอเลย

นี่ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้ว  ไปอยู่ไหนนะ?

ร่างโปร่งขับรถออกมาจากสนามบินอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางฝนที่ตกหนักไม่ทีท่าว่าจะหยุด จนสุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ขับกลับบ้าน ทว่าก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยบ้าน เขาเผลอใจลอยทำให้รถไถลชนเข้ากับเสาใกล้กับสวนสารธารณะ

เขาเดินลงจากรถทั้งที่ฝนยังคงตกอยู่ ไม่นานยามของหมู่บ้านก็เข้ามาดูและส่งร่มให้ยูจินกลับบ้านไปก่อนทิ้งรถไว้ตรงนี้เพราะมันดึกมากแล้ว เขาปฏิเสธรับร่มเพราะเปียกมาขนาดนี้แล้ว ก็ไม่รู้จะเอามาทำไม

ยูจินเดินเข้ามาในซอยจนมาหยุดอยู่หน้าบ้าน หญิงสาวที่คุ้นเคย ที่เค้าวิ่งตามหาอยู่หลายชั่วโมง ตอนนี้นั่งกอดเข่าอยู่หน้าประตูบ้าน เธอพยายามขยับให้ชิดติดประตูเพื่อไม่ให้โดนฝน

ร่างโปร่งรีบผลักประตูรั้วบ้านเดินตรงเข้าไป เขาอยากแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาด หรือเมา เป็นเธอจริงๆ ร่างบางเงยหน้าเห็นเจ้าของบ้านตัวเปียกโชกรีบลุกขึ้น

“ชั้นขอโทษ คือจริงๆแล้ว ชั้นโดนล้วงกระเป๋า โทรศัพท์กับพาสปอร์ตก็โดนขโมยไป แล้วไม่รู้จะไปไหนเลยมาหาอา”
ร่างบางรีบพูด กลัวว่าเขาจะไล่เธออีก

ร่างโปร่งยืนนิ่งก่อนจะเดินแทรกผ่านร่างบางไปที่กระถางต้นไม้เล็กสามกระถาง เขายกกระถางใบซ้ายสุดขึ้นเผยให้เห็นลูกกุญแจ มือเรียวหยิบกุญแจขึ้นมาไขแล้วเดินเข้าไปในบ้านโดยเปิดประตูทิ้งไว้

“รีบเข้ามาก่อนที่ชั้นจะเปลี่ยนใจ”
ร่างบางรีบเข็นกระเป๋าลากของตัวเองเข้าไปในบ้าน เขาบอกให้ตามขึ้นไปชั้นบนเธอก็รีบตามขึ้นไป แม้กระเป๋าจะเทอะทะแต่เธอก็พยายามเอามันขึ้นไปอย่างทุลักทุเล อย่าถามถึงน้ำใจจากคนแก่กว่า เพราะแค่เขาให้เข้ามาในบ้านก็ถือว่าใจดีมากแล้ว

ยูจินจะให้เธอพักอยู่อีกห้องนึงแต่เพราะห้องนั้นยังไม่ได้ทำความสะอาดเขาจึงบอกให้เธอนอนห้องเขาไปก่อน พรุ่งนี้เช้าจะเรียกคนมาทำความสะอาดให้ และถ้าเธอจัดการเรื่องพาสปอร์ต และทำเรื่องกลับได้ก็ค่อยไป

หลังจากที่วอนยองเอาของไปเก็บอีกห้องเรียบร้อยแล้ว เธอจะมาเข้ามาขอผ้าเช็ดตัวจากเจ้าของห้อง ทว่าอีกคนกำลังถอดเสื้อที่เปียกโชกโดยไม่ได้สนใจว่าประตูยังเปิดไว้อยู่

“เอ่อะ..”
ร่างบางรีบหรุบตา เจ้าของบ้านเลิกคิ้วหันไปมอง

“ทำอย่างกับไม่เคยเห็น จะเอาอะไร”
ร่างโปร่งถามเสียงห้วน พร้อมโยนเสื้อเชิ๊ตเปียกที่ถอดออกไป ยกมือขึ้นลูบผม

“ผ้าเช็ดตัวค่ะ”

ร่างโปร่งชี้ไปที่ตู้ไม่ไกลจากที่เธออีกคนยืนอยู่ เธอเดินไปเปิดแล้วหยิบของเธอมาผืนนึง ก่อนจะตัดสินใจหยิบอีกผืนนึงแล้วเดินไปหาคนที่ยังผมเปียกอยู่ ร่างบางวางผ้าเช็ดตัวไว้บนหัวเขา

“ทำอะไร”
ร่างโปร่งโวยวายแต่ไม่นานก็สงบลงเพราะอีกคนบรรจงเช็ดผมให้เขา

“อาตัวเปียกตั้งนานแล้ว ไหนจะแอร์อีก รีบเช็ดให้แห้งจะดีกว่าคะ”
เขามองเธอที่กำลังเช็ดผมให้เขาอย่างตั้งใจโดยที่ตอนนี้ตัวเขาตอนนี้อยู่ในสภาพไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ ด้านบนมีเพียงบราตัวเดียว แต่ด้านล่างยังมีกางเกงขายาวเปียกโชกอยู่

“ถอดกางเกงสิคะ จะได้แห้งไวๆ”
เด็กสาวได้ทีเห็นร่างโปร่งสงบนิ่ง ร่างโปร่งถอดกางเกงออกอย่างว่าง่ายก่อนจะคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาคลุม

“คืนนี้ไม่มีคู่นอนมาด้วยหรือคะ”
เด็กสาวถามพลางเช็ดผมเช็ดหน้าอีกคน

“แล้วเห็นหรือไง สภาพแบบนี้จะหิ้วใครมาได้ ยุ่งจริง”
ร่างโปร่งตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก็เพราะเธอนั่นแหละ สิ่งที่เขาอยากจะตะโกนใส่หน้าคนตรงหน้า

“งั้นถ้าคืนนี้คู่นอนซ้ำจะเป็นอะไรไหมคะ”
เด็กสาวช้อนสายตาขึ้นมาสบตาเขา มือเล็กเอื้อมไปคว้ามือของอีกคนมาวางไว้ที่เอวของตัวเอง

“ก็ไม่ได้มีกฎว่าห้ามซ้ำ”
ร่างโปร่งตอบเสียงเรียบ มือคลึงอยู่ที่เอวอีกคน

“แต่คืนนี้ชั้นขอมีข้อแม้”
ร่างโปร่งเลิกคิ้ว จ้องมองนัยน์ตาใสของเด็กสาว

“คุณต้องเรียกชั้นว่านยองนะคะ อายูจินของนยอง”
ข้อแม้ของเด็กสาวถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่ามันมากไป อันตรายต่อหัวใจ แต่เขากลับไม่ยอมปฏิเสธข้อแม้ของเธอ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
9.43AM.

แรงสั่นของโทรศัพท์ของคนบางคน ทำให้วอนยองรู้สึกตัว เธออยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรัก ริมฝีปากอิ่มเผยรอยยิ้ม อยากตื่นมาแล้วอยู่ในอ้อมกอดเขาทุกวัน ความคิดแรกผุดขึ้นมา

โทรศัพท์เครื่องบางยังคงสั่นอยู่จนเธอต้องเอื้อมมือไปคว้า พอเห็นเป็นชื่อเพื่อนนางแบบของเจ้าของเครื่องเธอลังเลว่าจะรับดีไหมนะ สุดท้ายก็กดรับสาย

“สวัสดีค่ะ”
ร่างบางกรอกเสียงอย่างแผ่วเบาลงที่โทรศัพท์กลัวอีกคนจะตื่น

“กู้ดมอร์นิ่งค่า คุณวอนยอง”
เสียงทักทายที่สดใสของปลายสายที่ดูไม่แปลกใจเลยสักนิด แถมยังรู้อีกว่าเป็นเธอ

“เอ๋...เงียบไปเลย ชั้นแค่จะโทรมาเช็คดูว่าสถานการณ์โอเคหรือป่าว แต่พอเป็นคุณรับสายก็สบายใจ ไม่ต้องห่วงนะคะ สายขนาดนี้แล้วเจ้านั่นยังไม่ออกมาทำงาน คงไม่เข้ามาแล้วล่ะ เดี๋ยวชั้นแจ้งลากับชาร์ลให้ ใช้เวลาให้คุ้มนะคะ”

“เอ่อ คุณกาอึน หมายความว่าไงคะ”
ร่างบางงงกับสิ่งที่ปลายสายสื่อสารกับเธอ

“เอาเป็นว่า คุณมีเวลาเพิ่มหนึ่งวันในการเปลี่ยนใจไอเจแค่นั้นพอค่ะ ชั้นต้องถ่ายงานเซ็ตถัดไปล่ะ บายนะคะ”

ปลายสายพูดเสร็จก็วางไป เธอยังไม่ทันได้ร่ำลาเลย ร่างบางวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม เธอเอาเวลามาสนใจคนหลับตรงหน้าดีกว่า

มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นประคองใบหน้าของคนหลับ แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะใบหน้าเขาร้อนกว่าปกติ ลมหายใจอุ่น ปากแดงจัด เหมือนคนหลับนี่จะมีไข้ คงเพราะเปียกฝนเมื่อคืน

วอนยองถือวิสาสะเอาชุดคลุมอาบน้ำจากตู้ของเจ้าของบ้านมาสวมแล้วเดินหาทั้งยาและดูว่ามีอะไรให้คนป่วยทานบ้าง

“ทั้งบ้านจะมีแค่ขนมปังกับมันฝรั่งทอดเนี้ยนะ”
ร่างบางบ่นพรึมพรำสุดท้ายก็ต้องขึ้นมาใช้โทรศัพท์ของร่างโปร่งโทรกลับไปหาคนที่โทรมาเมื่อครู่เพื่อขอความช่วยเหลือ สั่งอาหารมาให้

หลังจากจัดการเรื่องอาหาร ร่างบางเดินเข้าห้องน้ำจัดเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุบน้ำหมาดๆ มาเพื่อเช็ดตัวให้คนป่วยที่หลับอยู่ พร้อมจัดการสวมเสื้อผ้าผืนใหม่ให้เขา แม้ว่ายูจินจะรู้สึกตัวแต่ก็ไม่มีแรงที่จะขัดขืนใดๆ เขาเพียงแต่มองดูคนเด็กกว่าสวมเสื้อผ้าให้

“อายูหิวหรือยังคะ”
ร่างโปร่งส่ายหน้า เขาต้องการเพียงนอนอยู่เฉยๆ หากได้ยาแก้ปวดก็คงดี เพราะตอนนี้เขารู้สึกปวดหัว

“ปวดหัวใช่มั๊ยคะ เดี๋ยวรอข้าวก่อนนะคะ แล้วค่อยทานยา”
มือเล็กลูบใบหน้าเขา เวลาป่วยก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเขาอยู่นิ่งให้เธอมอง ให้เธอได้กอด

-----------------------------------------
.
.

อายูป่วยไม่มีฤทธิ์ขัดขืนน้องนยองเลยค่ะ

น่าสงสารอายูจริงๆ 5555555555555555555


SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

BlackSunDae
1 year ago
อายูหมดฤทธิ์ง่ายจังอ่าาา
Reply