วันที่รักตัวเองน้อยที่สุด (รับมือกับความผิดหวัง)
‪ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดอะไรฉันจะมีวิธีคิดปลอบตัวเองได้ดีเสมอ แต่การรับมือกับวันที่ผิดหวังกับตัวเองมากที่สุด หมดศรัทธาในตัวเองมากที่สุด มันยากมากที่จะผ่านไปได้โดยไม่บอบช้ำ ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองจะผ่านมันไปได้ยังไง เพราะถึงแม้ฉันจะอยู่กับมันได้และปล่อยให้เวลาผ่านไป แต่ความผิดหวังครั้งนี้คงติดในใจฉันไปด้วย



ฝัน..ที่ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ฝัน

ฉันมีความฝัน ในความคิดของฉันการมีความฝันและความหวังเป็นสิ่งที่ทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ได้ในแบบที่เรียกว่า “ใช้ชีวิต” ความฝันและความหวังทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่เพื่อทำทุกๆวันให้ดีขึ้น เป็นเหมือนแบบแผนชีวิตคร่าวๆ
**(แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่มีความฝันหรือไม่มีความหวังนั้นเป็นคนไม่มีชีวิต บางคนอาจมีชีวิตอยู่เพื่อดูความสวยงามของการใช้ชีวิตหรือบางคนอาจใช้ชีวิตอยู่เพื่อตามหาความฝันและความหวังต่อไป)

 สำหรับฉันแล้วความฝันนั้นยิ่งใหญ่และฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่เพียงฝัน การตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งเพื่อมันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายนัก..


ความผิดหวังที่เจ็บที่สุดจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด


วันแรกที่พบกับความผิดหวังมันเป็นความรู้สึกงงๆกับชีวิต ‘มันคือเรื่องจริงใช่ไหม’ ‘เอาไงต่อ’ ‘ที่พยายามไปทั้งหมดมันเกิดผลแค่นี้ใช่ไหม’ คำถามพวกนี้มันถาโถมเข้ามาจนพูดอะไรไม่ออก ความเสียใจยังไม่เข้ามา ฉันพยายามนึกว่าตัวเองพลาดตรงไหนแต่ไม่ว่าจะนึกยังไงก็นึกไม่ออก ในวันที่ฉันพยายามคิดหาเหตุผลนี้เองความเสียใจก็ค่อยๆชัดเจนขึ้น
 ‘มันเจ็บจัง’ 
น้ำตาเริ่มไหลออกมาพร้อมกับทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาในหัว 



เออ นี่แหละความเสียใจของจริง 




ความรู้สึกเหมือนอกหัก แต่ต่างตรงที่การอกหักอาจเป็นความผิดหวังจากความรู้สึกรัก ยิ่งปล่อยให้คนนั้นมีผลกับความรู้สึกมากก็ยิ่งเสียใจมาก แต่นี่เป็นความผิดหวังทั้งจากความรู้สึกที่ได้ทุ่มเทไปทั้งกายและใจ อดหลับอดนอน ปลอบตัวเองให้ก้าวต่อทุกครั้งที่ท้อ แต่ผลที่ได้มันดูเหมือนความพยายามทั้งหมดดูไม่มีค่าอะไร


ความพยายามไม่ได้ทำให้สำเร็จ แค่เพิ่มโอกาสความสำเร็จเท่านั้น

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น?”


ใครกันเป็นคนพูดประโยคนี้ 

หากมีใครซักคนมาปลอบใจฉันด้วยประโยคนี้ฉันจะตะโกนใส่ดังๆไปเลยว่า ‘แล้วทั้งหมดนี่ไม่เรียกพยายามหรือไง!’ ฉันทุ่มทุกอย่างเพื่อมัน ฉันเหนื่อย ฉันท้อ แต่ฉันไม่เคยหยุดและไม่เคยคิดจะถอยเลยซักวัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ได้ดั่งใจเลยซักนิด ความผิดหวังครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่าการทุ่มเทเป็นเพียงการเพิ่มโอกาสให้สำเร็จเท่านั้น ไม่มีใครการันตีได้ว่าเมื่อทุ่มเทมากผลลัพธ์ที่ได้จะแปลผันตาม แค่มันดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย 






วันนี้ที่เขียนบทความนี้ ตัวฉันเองยังคงนึกเสียใจกับความผิดหวังครั้งนี้ ความรู้สึกเสียใจยังคงอยู่ แต่ฉันไม่นึกเสียดายเลยสักนิดเพราะฉันได้ทำมันอย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้ว


 ฉันจึงกลับมาคิดทบทวน 
‘แล้วฉันพลาดอะไรล่ะ?’ 
จึงได้คำตอบ 

ฉันพลาดตรงขาด “การวางแผนที่ดี” ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆไม่แพ้กับความพยายาม ฉันอาจเลือกแผนที่ไม่เหมาะกับตัวเอง อาจจะหย่อนไปในบางเรื่องและตึงไปในบางเรื่อง แต่แล้วแผนไหนล่ะถึงจะเหมาะกับเรา? 

นั่นสิ เรื่องนี้ฉันยังคงต้องตามหาคำตอบต่อไป


ถ้าให้พูดตรงๆ บทเรียนครั้งนี้ช่างเจ็บปวดและไม่คุ้มเลยซักนิดกับความทุ่มเททั้งกายและใจ แต่มันเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่ครั้งนึงในชีวิตที่ฉันจะผ่านมันไปได้ 


ไม่ว่าคุณกำลังเจออะไรอยู่ ขอให้เข้มแข็งและผ่านพ้นมันไปได้ มันเสียใจฉันรู้ มันเจ็บฉันเข้าใจ แต่ คนที่เข้าใจมันที่สุดคือ ‘ตัวคุณเอง’  หากรักตัวเองน้อยลงก็ไม่เป็นไร แต่พรุ่งนี้ต้องรักให้มากขึ้น หากเสียใจร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แต่พรุ่งนี้ให้เข้มแข็ง เวลานั้นไม่เคยหยุดรอใคร จงใช้มันเพื่อที่เวลามองย้อนกลับมาแล้วเราจะไม่เสียดาย 



เป็นกำลังใจให้นะ 
จากฉันเอง





SHARE
Writer
Naughty_honey
Dreamer,Reader
บันทึกประจำวาระของเธอที่เคยอยากโตเป็นผู้ใหญ่ให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายก็พบว่า จะรีบโตไปทำไมในเมื่อทุกคนเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียว

Comments