จนกว่าฟ้าจะมีเวลา
         วันที่ได้พักร่าง คือ วันที่ได้หยุดจากการทำงานที่หนักหน่วง การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองในร้านอ่านหนังสือ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ความคิดทำงานได้ดีเป็นพิเศษ 

         แสงแดดยามเย็นจากพระอาทิตย์ดวงโตเริ่มเลือนลับหายไป ความมืดขยับเข้ามาแทนที่ ไฟประดับจากอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เริ่มทะยอยเปิดเป็นจังหวะ ๆ 

         สิ่งต่าง ๆ ย่อมมีช่วงเวลาเปล่งประกายของตัวเอง เหมือนอย่างหลอดไฟที่ประดับอยู่ทั้ง บ้าน อาคาร ต้นไม้ หรือ เรือ เหล่านี้ ที่ได้เปล่งประกายและทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมยามค่ำคืน 
ประดับประดาให้เรือที่แล่นกลางแม่น้ำชวนน่าหลงไหลและดึงดูดสายตา 

          เหล่าผู้คนขยับอยู่ในห้องท่ามกลางแสงไฟสว่างไสว ร่ายรำ เชิงเต้นบัลเล่ย์ ทำให้ฉุดคิดว่า มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่เป็นศิลปะดี 

ก็ไม่ได้แย่นะ สำหรับการออกมาจาก       Comfort zone ของตัวเอง เพื่อหาแรงบันดาลใจ

ความรู้สึกในใจลึก ๆ กระซิบแผ่ว ๆ ว่า 
เธอคนนั้นอยู่ไหนนะ ? 
จะอยู่บนตึนสูง ๆ ตึงไหนสักที่นี้รึเปล่า?
รึกำลังหาของกินอยู่กันนะ?
หรือกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เหมือนกัน?
หรือกำลังดูหนังหรือซีนี่ย์หรือการ์ตูนกัน? 
เธอจะชอบการ์ตูนเหมือนเราไหมนะ?
รึกำลังนอนอยู่กัน? 
หรือกำลังขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งเคลียดกับงานอยู่กัน? 
เธอจะฟังเพลงแบบไหนกันนะ ?
เธอกำลังจ่องมองไปที่ไหนกันนะ? 
จะมีสักครั้งไหมนะ ที่เรามองไปในมุมและทิศทางเดียวกันบนโลกที่กว้างใหญ่นี้?  
จะมีสักครั้งไหนนะ ที่บนโลกกว้างใหญ่นี้ ที่เราได้เดินบนเส้นทางเดียวกัน? 
เธอมีใครให้คิดถึงไหม? เธอจะคิดถึงฉันไหม ?อย่างที่ฉันคิดถึงเธอ "คนที่ยังไม่รู้ว่าใคร."
เธอคิดไหมนะ ว่าสักวันหนึ่งเราจะได้เจอกัน 
เธอกำลังรอการพบเจอกันของเรารึเปล่า ? 
เธอเชื่อไหมว่าจักรวาลจะพาเรามาพบกันในเวลาที่เหมาะสม? 

               เราจะรอเธออยู่ตรงนี้                                ปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่                และจนกว่าฟ้าจะมีเวลาให้เราได้พบกัน 
          จนกว่าจะถึงวันนั้น .
SHARE

Comments