แผลยังไม่แห้ง
"โอ้ย.. ใจเย็นๆค่ะ"
"แผลของคุณแห้งแล้ว ไม่น่าเจ็บนะ"
"มันก็แค่ดูแห้งเท่านั้น ยังไม่หายดีค่ะ"
"ผมก็นึกว่ามันหายดีแล้ว คงไม่รู้สึกอะไร"


วันนี้ ฉันมาล้างแผลที่รพ.เป็นวันที่ 7 ครบอาทิตย์พอดีที่มีนัดดูแผล
อันที่จริง ก็ไม่ได้กินยาครบตามกำหนด ก็ไม่ได้คิดจะมาหาหมอเป็นรอบที่ 2 ด้วย แต่แผลยังดูอาการไม่ดีเท่าไร..

"คุณหมอคะ ทำไมมันไม่หายสักที
ทั้งที่น่าจะทายาลบรอยแผลเป็นได้แล้ว."
"ก็คุณไม่ทำตามที่หมอบอก"
"ฉันก็แค่หยุดทาไอโอดีน แล้วล้างด้วยน้ำเกลืออย่างที่เพื่อนบอกเท่านั้นเอง กลัวว่าแผลจะดำจากการทายาสีเหลือง"
"นั่นก็เพราะคุณเชื่อเพื่อน ไม่ได้เชื่อหมอ ก็เลยเป็นแบบนี้ไง"

บางทีฉันก็คิดนะ ว่าคงไม่เป็นอะไรมากหรอก
ถ้าจะลองทำตามที่เพื่อนที่ไม่ได้สนิทมากบอก
อย่างไรก็คิดว่าเขาคงหวังดีในสิ่งที่เขารู้

อย่างบางทีฉันก็หวังว่าจะเจอคนใหม่ๆจากสถานที่ใหม่ๆสังคมใหม่ๆเพียงเพราะไม่เจออะไรใหม่จากสถานที่เดิมมาสักระยะ
พอเวลาผ่านไป ฉันก็เจอคนในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน แล้วก็เรียนรู้ว่า ชีวิตไม่ได้ต้องการคนแบบนี้ในชีวิต แค่เพียงรู้จักก็พอ

ทำให้นึกย้อนไปถึงความสัมพันธ์ที่.. ฉันไม่เคยชอบใครก่อนมานานแล้ว ถ้าจะบอกว่า ส่วนใหญ่คนอื่นมาชอบฉันก่อน ก็ดูจะเป็นการหลงตัวเองไปหน่อย แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ฉันก็อยู่ในโลกของฉันเฉยๆ เขาเข้ามาทักทายโดยที่ฉันไม่เคยสนใจ จนเวลาผ่านไปได้มารู้จักกัน แล้วก็ห่างกันไปแบบไม่รู้ตัว บางทีให้ชอบอยู่ห่างๆแบบนั้นก็ดีนะ ความรู้สึกที่ได้มองเห็น มันอาจทำให้จินตนาการยังดีอยู่ 


ซึ่งฉันก็หวังว่าวันหนึ่งจะเจอคนที่ไม่เคยนึกถึง แต่ดันขอบคุณที่มีเขาอยู่จริงสักที

เหมือนกับตอนหกล้มก่อนจะได้แผลนี้มา ฉันก็วิ่งเป็นประจำมานานแล้ว แต่ไม่เห็นจะเคยเป็นอะไร
จนมาสะดุดล้มแบบไม่ทันตั้งตัว 

ฉันมองดูเลือดที่ไหลอาบเข่าทั้งสองข้าง
แล้วก็เดินคนเดียวกลับบ้าน โดยที่น้ำตาไม่ทันไหล หรือบางที บางเรื่อง เรารู้ตัวช้ามันก็คงจะดี? หรือรู้สึกตัวแค่บางเวลาก็พอ 

จะว่าไปก็รู้สึกตัวตั้งแต่พยุงตัวเองขึ้นแล้ว
แต่ก็เป็นคนที่ชอบทำเป็นเก่งว่าตัวเองยังไหวบ่อยๆ ด้วยความที่ทำอะไรเองคนเดียวบ่อย และไม่อยากให้ครอบครัวเป็นห่วง

แต่ก็ดันมาร้องไห้ตอนที่แม่ล้างแผลให้
คงเป็นเพราะเรารู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงตัวเองกับคนที่เราวางใจในชีวิตละมั้ง

ความสัมพันธ์ที่ฉันไม่ค่อยได้แตะเลย
กับช่วงเวลาที่รู้สึกว่า เวลาอ่อนแอต้องไปรักษาแผลตัวเองก่อน ก็ไม่แน่ใจว่าถ้ามีใครคนหนึ่งเข้ามา เขาจะหายไปเร็วอย่างที่เราค่อยๆเปิดประตูให้เข้ามาไหม?

มันเป็นตลกร้ายที่ไม่มีทฤษฎีมารองรับเสียเลย
และฉันก็คิดว่ามันคงใช้เป็นคำตอบกับทุกคนไม่ได้
เรื่องเวลาก็เหมือนกัน
ขนาดเขาบอกว่า 4-5 วันแผลก็แห้งแล้ว
แผลยังแห้งไม่สนิทเลย
กับเรื่องที่เคยผ่านเข้ามา มันก็เลยคอยเตือนให้รู้สึกระวังตัวเองเสียหน่อย

ถึงจะรู้ว่าเรามีเพียงวันนี้ที่ทำให้ดีได้
นั่นก็เป็นเรื่องของคนที่ตัดสินใจจะเข้ามาเลือกจะดูแลความสัมพันธ์แบบไหน



เหมือนที่ฉันลากตัวเองมาล้างแผลในวันนี้
ฉันก็เป็นเลือกเองที่จะทำ ไม่ได้มีใครบังคับ
เพราะถึงพ่อจะบอกให้มาเท่าไร ฉันก็คงไม่มาอยู่ดี ถ้าไม่ได้ตัดสินใจเอง

คนเราก็ชอบเลือกอะไร ตามเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลที่แท้จริงหรือเป็นความรู้สึกที่คิดเอง. 

"โอ้ย.. ใจเย็นๆค่ะ"
"แผลของคุณแห้งแล้ว ไม่น่าเจ็บนะ"
"มันก็แค่ดูแห้งเท่านั้น ยังไม่หายดีค่ะ"
"ผมก็นึกว่ามันหายดีแล้ว คงไม่รู้สึกอะไร"


อยู่ๆมันก็ตาสว่างตอนที่ผู้ช่วยพยาบาลล้างแผล
เขาไม่ออมมือเสียเลย เช็ดแบบเต็มแรง
ถึงแผลมันจะดูแห้งแต่มันไม่ได้หายดี
และสำลีก็ยังมาติดรอบๆแผลบ่อยๆถ้าไม่ระวัง

ความสัมพันธ์ที่บางครั้งเรานึกว่าหายดีแล้ว
ถ้าไม่ไปสะกิดแผลเอง มันก็คงหาย
แต่ถ้าเผลอเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นเมื่อไร
มันก็ดูจะอักเสบและลุกลามทุกที

ประเด็น คือ มันไม่เกี่ยวกับแผลเก่าหรือความสัมพันธ์เก่าเลย เพราะมันคือแผลใหม่ที่อักเสบต่อจากแผลเก่า จนต้องได้ยาแก้อักเสบที่แรงขึ้นมากิน

ความสัมพันธ์เก่ามันจบไปแล้ว
และไม่เคยนึกถึงหรือเสียดายเลย
เพราะเป็นคนที่ทำให้มันจบได้ด้วยดี
หมายถึง ทำให้ดีก่อนที่มันจะจบเสียอีก
ดูแลความสัมพันธ์เหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย
แต่ถ้าคนนั้นไม่เคยมองเห็นเรื่องนี้ ก็แปลว่าเป็นคนที่ให้น้ำหนักในเรื่องความรักความสัมพันธ์ไม่เท่ากัน ถึงตอนแรกจะเหมือนเท่ากันก็เถอะ
มันก็อยู่ที่นิสัยและความเป็นตัวเองที่มากขึ้นตามวันเวลา ไม่รู้สิ อย่างมาก ฉันก็ไม่มีช่วงโปรโมชั่นหรอก แผลเก่ามันก็เลยแห้งหายไป

พอมีแผลใหม่ที่อักเสบขึ้นมา
ฉันก็เลยระแวงว่ามันจะเจ็บเหมือนเดิมรึเปล่า
ทั้งที่มันไม่มีทางที่จะมีความรู้สึกเหมือนกัน..
ก็คงต้องให้เวลารักษาและมองดูความเป็นไปด้วยระยะเวลา



"หมอคะ ครั้งหน้าต้องมาไหม?"
"นั่นก็แล้วแต่คุณเลย"

คงเป็นทางเลือกของเราที่ต้องตัดสินใจสินะ
ก็ยังดีที่มีทางเลือกให้ได้เลือก.

ต้องการคนทายาที่เบามือและอยากดูแลค่ะ
เซฟโซนบางทีก็ปลอดภัยดี
บางทีก็ต้องการแค่เพียงใครสักบนโลกนี้
ให้ได้นอนพักปล่อยตัวปล่อยใจได้บ้าง
หรือให้น้ำตาไหลแบบไม่ต้องอาย
ก็คงอุ่นใจแบบหัวเราะทั้งน้ำตาดีนะ
( :
SHARE
Writer
nicecii
^___^
nice to meet you : ) เราอยากตื่นเช้ามาเพื่อพบว่าเวลาที่ผ่านไปเป็นเพียงตัวเลขที่มากขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาที่อยู่บนโลกมานานเท่าไร ถึงได้พบว่าความเก่าใหม่ไม่ได้ห่างหายหรือเหินห่างเพียงแค่จังหวะที่ไปข้องเกี่ยวจดจำประสบการณ์ของการหายใจ.

Comments

is_Singha
5 months ago
้เจ้าแผลมันร้าย..แต่สุดท้ายก็อยู่ที่การดูแล
Reply
nicecii
5 months ago
เริ่มหายแล้ว : )
WICHINUN
5 months ago
ไม่ได้มาอ่านซะนาน ยังติดตามเหมือนเดิมนะจ๊ะ miss u😘
Reply
nicecii
5 months ago
คิดถึง ❤️❤️🤗🤗