7. เราที่เป็น vs เราที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
ทุกวันนี้ มีหลากหลายอารมณ์ ความรู้สึกปะปนอยู่ด้วยกัน 
ฉัน..
คนเดิมที่เคยพูดมาก เริ่มเงียบคนเดิมที่แสดงออกตรงไปตรงมาก็เริ่มคิดเยอะแทน
คนเดิมที่มีเรื่องดีๆอย่างน้อย1เรื่องให้ยิ้มก่อนหลับตาลงแต่ละคืน กลายเป็นคนนอนไม่หลับ


เหมือนตัวเองกำลังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังอะไรบางอย่าง ระแวง กลัว นี่คือคำศัพท์ที่อธิบายมวลความรู้สึก ณ ตอนนี้ได้ดี
ไม่นานมานี้ข่าวครึกโครมที่ทำให้ขวัญเสียอย่างหนักและรู้สึกหน่วงๆที่หัวใจ คือข่าวคนรู้จักถูกคนรักฆ่า เรารู้สึกเศร้า ช็อค และผิดหวังเมื่อรู้ว่าฆาตกรคือใคร ติดตามอ่านข่าวทุกแหล่งยกเว้นถามจากน้องสาวผู้เสียชีวิต เพราะเธอเปรยๆทางเฟสว่ายังไม่พร้อมตอบคำถามใดๆเกี่ยวกับการสูญเสียพี่สาวไป 

ไม่รู้ว่าเพราะเราติดตามข่าวนี้ทุกวัน ทุกเวลาว่างหรือเปล่าถึงทำให้จิตตก มันกลัวไปหมด เริ่มไม่ไว้ใจโลก อารมณ์ที่แปรปรวนอยู่แล้วก็ทวี

วันนี้ เป็นวันแรกที่ข่มใจไม่ให้ตัวเองอ่านข่าวหรือติดตามความคืบหน้า แต่กลับมาเพ่งหัวใจตัวเอง เราจะเอายังไงกับชีวิตต่อ เมื่อวันนี้ เราชักรู้สึกไม่แน่นอนกับอาชีพของเราแล้ว หลายคนยืนยันว่าเราเป็นครูได้ ด้วยศักยภาพต่างๆที่คนภายนอกเห็น แต่ฉันคนที่รู้จักตัวเองดีกว่าใคร กลับสงสัยในตัวเอง มันเริ่มมาจากการที่ฉันมองความอ่อนแอที่ฉันมี และมีเพียงฉันที่รู้ คนอื่นไม่รู้ ความรู้จักตัวตนด้านมืดของตัวเองนี่แหละ ที่คอยสร้าง Self-doubt ให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ มันทำให้ฉันคิดว่าตัวตนของฉันที่คนอื่นเห็นยังไม่ใช่ตัวจริงของฉัน ยิ่งได้ยินคำชม ยิ่งกระอักกระอ่วนปาสะอิดสะเอียน เพราะมันไม่ Authentic 

จะว่าประหลาดก็ได้ แต่จิตวิญญาณส่วนลึกของฉันคอยบอกฉันว่า คนที่ฉันอยากเป็น คนที่ฉันอยากให้คนอื่นเห็น และคนที่ฉันเป็นอยู่จริงๆ ควรเป็นคนๆเดียวกัน ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีหลักๆให้ฉันเลือก

1- พยายามเปลี่ยนด้านลบเป็นด้านดีด้านเดียวกับที่ทุกคนเห็น
2- เดินไปบอกใครก็ตามที่มองฉันดีเกินจริงว่านั่นไม่ใช่ตัวจริงของฉัน 

ข้อแรกยาก
ส่วนข้อสองก็ง่ายเสียจนดูประหลาด

วันนี้ฉันยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้
แต่รู้สึกดีที่มีพื้นที่นี้ให้ได้ระบาย

....
พิมพ์ขณะปวดไมเกรนข้างซ้าย

ปล. อยากบอกตัวเองว่า ไม่ต้องรีบหาคำตอบสำหรับบางคำถามที่เข้ามา ให้เวลากับมัน มันจะมีช่วงเวลาแห่งความสับสนแบบนี้เพื่อให้เราได้ตรวจสอบตัวเอง ไม่เป็นไรนะ






SHARE
Written in this book
บั น ทึ ก

Comments