คำสารภาพของชายที่ทำอะไรไม่สำเร็จ

1
มันลดลงเรื่อย ๆ

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราตั้งใจ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราอยากได้ อยากเป็น อยากทำ แต่เมื่อลงมือแล้วมันไม่สำเร็จ ไร้การผลิของดอกผล

เราก็จะท้อแท้ แห้งเหี่ยว สุดท้ายกำลังใจ ไอเดีย และการริเริ่มที่เคยรายล้อม ก็เหือดแห้งหายไป และวันหนึ่ง เราก็จะพบว่า เราทำได้เพียงนั่งเสียดายเวลาที่ผ่านไป และย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจตัวเองด้วยคำที่ว่า

เราทำอะไรอยู่ ทำไมเราทำไม่สำเร็จ

2
เคยได้ยินคำว่า ความสำเร็จมันเป็นนิสัย ไหม
ตอนได้ยินครั้งแรกเราค้านชนฝา

เราคิดว่าความสำเร็จเป็นเรื่องของการลงมือทำ
โชค โอกาส จังหวะ

แต่เปล่าเลย
การทำให้เสร็จ หรือสำเร็จ มันคือนิสัย คนที่จะทำอะไรให้ลุล่วงคือคนที่กระโจนสู่เส้นทางการทำให้เสร็จ (แต่สิ่งที่ทำเสร็จใช่ว่าจะส่งผลที่ดีจนเรียกได้ว่าสำเร็จ) มีผลงานออกมาให้คนอื่นเห็น

ดังนั้นบนเส้นทางของการทำอะไรให้ลุล่วง มักจะมีส่วนประกอบของ โชค โอกาส จังหวะ หรืออื่น ๆ อีกมากที่คนภายนอกมองเข้าไปแล้วหยิบจับและยกขึ้นมาอ้างได้ว่า คน ๆ นั่นสำเร็จได้เพราะอะไร

จนทำให้เรามองเลยผ่านไปว่า ความจริงแล้วที่เขาคนนั้นสำเร็จได้นั้นมาจากการที่เขาพยายามทำให้เสร็จด้วยวินัย และความยายามมากแค่ไหน

และการไม่ยอมแพ้นั่น มันก็จะติดตัว
ในที่สุดก็จะกลายเป็นนิสัย เป็นสันดาน...

สันดานแห่งความสำเร็จ!

3
ข้อนี้ตามหลักเขียนเเล้วน่าจะเป็นท่อนสรุปว่าที่กล่าวมาต้องการสื่ออะไร เน้นย้ำไปว่าที่เราเล่ามาทั้งหมดมันจะสนับสนุนอะไร

แต่ก็รู้สึกเศร้านะที่ท่อนสรุปที่ตั้งใจไว้ มันคือการย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง

ย้อนกลับมาบอกว่า เรายังไม่มีความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งทำอะไรที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จได้แม้แต่อย่างเดียว เราปลดปล่อยยเวลาให้ผ่านไป ทิ้งแสงเดือนแสงตะวันให้ผลัดเปลี่ยนไปอย่างไรความหมาย

เศร้าที่ต้องนิยามตัวเองว่าเป็นพวก DNF (Do not Finish) ซึ่งเป็นพวก DNF แบบที่ไม่พยายามอะไรเลยด้วย

เราก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรม (ที่ควรจะบอกว่าเป็นนิสัยหรือสันดานมากกว่า) ว่าเราทำอะไรไม่เสร็จหรอก หรือเสร็จก็ออกมาไม่ดี อะไรเทือกนี้

จนในที่สุด เราก็หยุดผลิตสิ่งที่เราอยากทำ อยากไป อยากเป็นไว้เพียงนี้ และใช้เวลาที่เหลือนั่งย้อนกลับไปเสพความสุขในช่วงเวลาที่เราได้ลงมือทำ จิบกาแฟร้อน ๆ แล้วเล่าให้ลูกหลานฟังว่า วันหนึ่งเราก็เคยทำแบบนั้น แบบนี้ ให้เด็กที่พึ่งเติบโตตาลุกวาวว่าเราทำแบบนั้นแบบนี้ได้ โดยที่แอบหยิบยกความไม่สำเร็จ ความเจ็บปวดของสันดานขี้แพ้ออกไปจากเรื่องเล่า ปล่อยให้เขาจินตนาการว่าเราทำอะไรได้มากมายแค่ไหน

จนกระทั่งเราก็บรรจุความทรงจำที่ดัดแปลงแล้วเหล่านั้นลงสู่สมองและความเชื่อ

เราบอกกับตัวเองว่า เราดี เราเก่ง
ภูมิใจกับสิ่งที่ทำ และย้ำกับเด็ก ๆ ว่า ทำให้ได้อย่างเรานะ

คิด ๆ ไปแล้ว
ก็น่าเศร้าจริง ๆ ...
SHARE
Writer
imonkey7
Lazier
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments