รักของโลกและดวงจันทร์
ผมเป็นอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์

คาบเรียนคาบหนึ่ง
ในขณะที่นักเรียนชั้น ม.6
ไม่ให้ความสนใจกับการสอนของผม
ผมจึงสุ่มเรียกนักเรียนคนหนึ่ง
ให้ตอบคำถามนี้คิดว่าโลกกับพระจันทร์เคยมีอะไรกันไหม 
นักเรียนคนอื่นพอได้ยินคำถามนี้
ก็เงียบและเบาเสียงลง

ไม่มีคำตอบจากนักเรียนที่ผมถาม
ผมให้เธอนั่งลงและเล่าเรื่องของผมต่อ

“สุริยุปราคาและจันทรุปราคา”
ช่วงเวลานั้นที่พวกเขาทั้งสอง
ได้สานสัมพันธ์รักกัน

นักเรียนคนหนึ่งได้ถามขึ้นมา
เพราะอะไรหรอครับครู ?
ผมจึงบอกว่า

     “สุริยุปราคาและจันทรุปราคา”
                   คือช่วงเวลา
           ที่ดาวทั้งสามดวงเรียงกัน
                  เป็นเส้นตรง
         หากดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง
        ทำให้เงาจากดวงจันทร์บังโลก

             หากโลกอยู่ตรงกลาง
        ทำให้เงาจากโลกบังดวงจันทร์

...แล้วมันมีอะไรกันได้ยังไง

ผมจึงบอกว่า
ก็ลองคิดดูว่า
เปรียบดวงอาทิตย์เป็นโคมไฟในห้องนอน
เปรียบโลกเป็นตัวเรา
และเปรียบดวงจันเป็นคนรักของเราสิ
......อ่อ

เวลาที่เราอยู่ตรงกลาง
แล้วแสงจากโคมไฟส่องให้เงาเรา
บดบังแสงที่ส่องไปถึงคนรัก
ตอนนั้นเราทำอะไร

แล้วเวลาที่คนรักเราอยู่ตรงกลาง
แล้วแสงจากโคมไฟส่องให้เงาของคนรัก
บดบังแสงที่ส่องมาถึงเรา
ตอนนั้นคนรักเราทำอะไร
มีบางคนหน้าแดง
เรื่องแบบนี้มาพูดในชั้นเรียนได้หรอ
ในจังหวะที่ผมกลายเป็นที่สนใจ
ของนักเรียน
จากคำถามเมื่อครู่นี้ผม
จึงแทรกเนื้อหาบางส่วน
เข้าไปในบทเรียนนี้

ดวงจันทร์......
มีประโยชน์อย่างไรกับโลกบ้าง?
เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งตอบ 
ก็เป็นคู่นอนไงครับ 5555

ผมยิ้มตอบ และพูดกับนักเรียนในห้องว่า
ในหนึ่งปีเกิดจันทรุปราคาแค่ 
................2 ครั้งเองนะ.................
สุริยุปราคายิ่งนานเข้าไปใหญ่

พวกเธอไม่เบื่อคนรักกันไปก่อนหรอ
......... ไม่มีคำตอบจากนักเรียน


ครูขอเปรียบว่ารักของโลกและดวงจันทร์
เหมือนความรักของผู้ใหญ่นะ

ยังไงหรอครับ......

แม้ไม่ได้อยู่ร่วมกันตลอด
แต่ก็ขาดกันไม่ได้ไง

โลกไม่สามารถขาดดวงจันทร์ได้
เช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่หากขาดโลกไป
ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

ครูจะยกตัวอย่างให้นะ

ถ้าหากไม่มีดวงจันทร์
1. กลางคืนจะมืดกว่าเดิม
ในเวลากลางคืน
หากไม่มีแสงของพระจันทร์
จะเป็นค่ำคืนที่มืดลงอย่างเห็นได้ชัด

เหมือนเวลาที่คู่รักของพวกเธอหายไป
เวลากลางคืนมันแสนจะมืดมนนัก


2.โลกหมุนเร็วขึ้น
หากไม่มีดวงจันทร์
โลกจะหมุนเร็วขึ้น
เพราะแรงเสียดทานภาพนอกหายไป
แม้ไม่มีผลอะไรมาก 
มันทำให้แต่ละปี ยาวนานขึ้นเล็กน้อย

แต่ถ้าโลกไม่เคยมีดวงจันทร์มาก่อน
โลกจะหมุนเร็วมากจนแต่ละวัน
นานแค่หกชั่วโมงเท่านั้น


     เหมือนชีวิตความโสดที่แต่ละวัน
      ผ่านไปรวดเร็วจนเจอคู่ของเรา
    ทำให้เราคอยที่จะหมุนไปพร้อมเขา
        และถ้าเขาหายไปเวลาชีวิต
        มันช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน


3.ไม่มีน้ำขึ้นน้ำลง
หากไม่มีพระจันทร์เราจะแทบไม่สังเกต
เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง
ของระดับน้ำเลย
            เหมือนชีวิตที่ขาดน้ำ 
                หัวใจที่สงบนิ่ง
   ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเลย



4.โลกจะมีสภาพอากาศรุนแรงกว่าเดิม
หากไม่มีแรงดึงดูดจากดวงจันทร์
โลกอาจจะเสียงสมดุลของแกนโลก
ทำให้ฤดูกาลแปรปรวน
      เหมือนเวลาที่เขาจากไปแล้ว
บางครั้งอารมณ์เราก็ร้อนเพราะคิดถึง
 และหนาวทันทีที่ไม่ได้พบเห็นกันเลย



5.ก็จะไม่สุริยุปราคา
และจันทรุปราคาอีกต่อไป

แน่นอนอยู่แล้วเรื่องนี้
ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเลย
      ก็เพราะว่ามันขาดไปหนึ่งดวง
       ก็จะขาดเงาข้างๆที่เคยมีมา



..........ถือว่าผมประสบความสำเร็จ
ในการสอนครั้งนี้
นักเรียนของผมรอฟังเรื่องนี้จนจบ

มีนักเรียนคนหนึ่งถามขึ้นมา
ทำไมอาจารย์ถึงดูเศร้าจัง

...ก็เพราะว่าครู

                 ไม่มีดวงจันทร์
             อีกต่อไปแล้วยังไงละ

จบวิชานั้นผมทำการทดสอบ
ว่านักเรียนสามารถจำได้ดีขนาดไหน
ผลเป็นที่น่าประทับใจยกเว้น

นักเรียน 1 คน A-mo
กระดาษคำตอบของเธอ
มีข้อความเขียนอยู่ข้อความเดียว
...........พยายามเข้านะคะครู...........

......เธอให้คำตอบที่
แสดงความห่วงใยผม
แต่ความเป็นครูผมคงต้องให้คะแนนเธอF
เรื่องนี้เป็นชั้นเรียนในจินตนาการ
ส่วนความจริงผม
เป็นพนักงานขายที่อยากเป็นครู
“เท่านั้น”






SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน
Writer
Suyzeiy
ONLY
love only you

Comments

Benzzervival
4 months ago
เขียนดีมากเลยค่ะ สื่อถึงอารมณ์ได้ดีมากๆเลย
ปล.พยายามเข้านะคะ คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากเป็น แค่ต้องพยายามมากขึ้นอีกนิดเท่านั้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)
Reply
Suyzeiy
4 months ago
ขอบพระคุณมากครับ
Zuyseiy
4 months ago
สู้ๆครับคุณผมเป็นกำลังใจให้
Reply
Suyzeiy
4 months ago
เช่นกันครับ. ขอบคุณตัวตนที่เศร้าของผม