Don’t leave #3 : SeolAxBona #ซอลโบ

The day i’ll meet you again, I will be waiting for you. - Western Sky


  คิมซอลอาที่เดินออกมาจากห้องตรวจด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันไปหมด ไม่รู้ว่าเธอกำลังเศร้า เสียใจ หรือดีใจกันแน่ที่ได้กลับมาเจอคนที่เธอคิดถึงสุดหัวใจอีกครั้ง น้องยังดูสง่างามในชุดกราวสีขาวสะอาดนั่น ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกัน แน่สิก็ผ่านมาสองปีแล้วนี่เนอะ ตอนนี้เธอก็ 29 แล้ว น้องเองก็ 27 ไม่ใช่เด็กๆกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

    “ฮยอน ปล่อยเค้าเลยนะคะ เค้าจะไปอาบน้ำ วันนี้เค้าต้องเข้าเวรดึกนะเดี๋ยวเค้าสาย” เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นห้ามเธอที่กำลังใช้มือซุกซนอยู่กับร่างกายของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวพี่ช่วยอาบค่ะ ไม่เห็นยากเลย” เธอที่ตัวสูงกว่าก็จัดการถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแล้วอุ้มร่างเล็กนั้นเข้าไปในห้องน้ำอย่างที่บอกไว้ว่าจะช่วยอาบน้ำ แต่จะช่วยให้เสร็จเร็วขึ้น หรือช้าลงก็ไม่รู้นะ...
.
.
“เค้าสายเลยเห็นไหมคะ ทำให้เค้าเสียการเสียงานตลอด บอกอะไรไม่เคยจะฟัง ดื้อ!” อีกฝ่ายหันมาดุเธอ พร้อมทั้งทำหน้างอนๆ แต่มีเหรอเธอจะสะทกสะท้าน เพราะเวลาน้องดุหนะเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ เวลามาแง่วๆขู่ ดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวซะอีก 




  เธอเดินนึกคิดถึงเรื่องราวในอดีตจนเท้าก้าวมาหยุดยืนที่หน้าร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆข้างโรงพยาบาล เธอเดินเข้าไปสั่งชาร้อนแก้วเล็กๆมานั่งดื่มฆ่าเวลา เพราะถ้ากลับไปคอนโดตอนนี้เธอก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ชีวิตเธอเริ่มน่าเบื่อขึ้นทุกวันๆ ตื่นเช้าไปทำงาน บางวันเข้าออฟฟิศ บางวันต้องออกไซด์ก่อสร้าง เลิกงานตอนเย็นไปกินเลี้ยงสังสรรค์ หรือไม่เธอก็ไปดื่มที่ร้านประจำที่ไปบ่อยๆจนพนักงานจำได้ 

“ดื่มกาแฟแบบนี้ยิ่งจะทำให้นอนไม่หลับนะคะ” เสียงเล็กๆของหญิงสาวคนนึงดังขึ้น เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง ก็พบว่าเป็นคุณหมอคนสวยที่เธอพึ่งเจอเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

“ไม่ใช่กาแฟหรอกค่ะ ชาคาร์โมมายน่ะ คนขายเขาบอกว่าช่วยให้หลับดีขึ้น จริงไหมคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา คนที่บอกว่าไม่อยากเจอเธอ ไม่อยากมีเธอในชีวิต ทำไมต้องมาวนเวียนให้เจออยู่บ่อยๆจังนะ วันนี้หัวใจเธอทำงานหนักมากพอแล้ว มันแทบจะรับอะไรไม่ไหวแล้ว

“จียอนคะ ผมมาแล้ว” เสียงนุ่มของชายหนุ่มดังขึ้น ผู้ชายคนนี้คือใครกันนะ ท่าทีเขาดูเป็นสุภาพบุรุษ ดูเหมาะกับน้องดีซะเหลือเกิน ซึ่งต่างจากเธอ ที่เป็นเพียงวิศวกรคนนึง ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคมเท่าไหร่นัก เธอจำได้ว่าตอนที่คบกับน้อง พ่อแม่น้องกีดกันเธอมาก ทุกครั้งที่ไปกินข้าวที่บ้านนั้น เธอจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศตลอด

“สวัสดีครับ” เขาหันมาโค้งทักทายเธออย่างสุภาพ เธอจึงโค้งหัวตอบกลับเขาไปตามมารยาท

“คนไข้น่ะค่ะ กลับกันเถอะค่ะคุณคิม ฉันหิวข้าวแล้วด้วย” น้องเรียกผู้ชายคนนั้นว่า คุณคิม งั้นเหรอ ดูจากท่าทางที่เดินควงแขนกันออกไป คงมีความสัมพันธ์บางอย่างกับน้องแน่ๆ อาจจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือมากกว่านั้นอาจจะเป็นสามี พอคิดถึงว่าผู้ชายคนนั้นอาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจียอนของเธอ ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทำให้เธอหายใจไม่สะดวก รู้สึกชาวาบจับขั้วหัวใจ รับรู้ถึงแรงบีบรัดอย่างหนักภายในอวัยวะขนาดเท่ากำมือที่อยู่กลางอกเยื้องไปด้านซ้าย ทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้กันนะ

เคยแน่ใจว่าฉันเป็นคนเข้มแข็งมากพอ เคยแน่ใจ ว่าทำได้อย่างนั้นจริงๆ


  เธอเคยคิดว่าถ้าการได้กลับมาเจอกันกับน้องอีกครั้ง เธอคงทำใจได้แล้ว คงจะไม่ร้องไห้เสียใจเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่เลย เธอไม่สามารถลบเรื่องราวในอดีตที่แสนเจ็บปวดใจลงได้ เธอคิดว่าเวลา 2 ปีที่ผ่านมาจะช่วยให้แผลใจเธอดีขึ้นบ้าง แผลมันหายก็จริงแต่มันกลับกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่สามารถลบล้างออกไปได้ น้องดูมีความสุขดีในวันที่ไม่มีเธออยู่ข้างๆ ตอนนี้คงมีคนที่ดูแลน้องได้ดีกว่าเธอแล้ว  คนที่พร้อมจะปกป้องน้องในทุกเรื่อง คนที่จะไม่ทำให้น้องเสียใจซ้ำๆ แบบที่เธอทำ
ซอลอาพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมายังคอนโดในเวลาพลบค่ำ เธอทิ้งร่างที่เหมือนไร้วิญญาณนั้นลงบนเตียง จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว ร้องไห้อีกแล้วสินะ ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้กัน

แต่ความจริงมันตอกย้ำ เมื่อเจอเธอกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ...



 เธอเผลอนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบแต่ความมืดมิดภายในห้อง เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ได้เปิดไฟไว้ เธออยากนอนต่ออีกหน่อยแต่ความรู้สึกหิวเริ่มประท้วงร่างกายเธอ จึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปหาอะไรกินข้างนอก มองดูเวลาตอนนี้บ่งบอกเวลาเกือบสามทุ่มได้ เธอจึงตัดสินใจโบกแท็กซี่ล่างคอนโดแล้วตรงดิ่งไปยังบาร์ที่เธอไปเป็นประจำ


 วันนี้เธอเปลี่ยนจากที่นั่งหน้าเค้าเตอร์มานั่งในโซนที่เป็นโต๊ะเล็กๆ และโซฟาอีกสองตัวที่เหมาะสำหรับคนที่มาดื่มคนเดียว หรือมากันเป็นคู่แบบหนุ่มสาวคู่นึงที่อยู่โต๊ะข้างๆเธอ เธอจัดการหันไปสั่งอาหารมา 2 อย่างพร้อมทั้งสั่งเบียร์มาดื่มแก้เซ็ง ถ้าคุณหมอคนสวยรู้ว่าเธอขัดคำสั่งมาดื่มแอลกอฮอล์แทนที่จะดื่มนมแบบที่หล่อนแนะนำคงจะโดนดุแน่ๆ แต่จะว่าไปเธออาจจะไม่กลับไปให้เขาดุเธอก็ได้ การไม่พบเจอกันอีก อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องเธอและเขา


 รอสักพักพนักงานก็นำอาหารมาเสริฟ พร้อมกับเบียร์สดหนึ่งเหยือกเล็กๆ พนักงานหนุ่มรูปหล่อรินเบียร์ใส่แก้วให้เธอ พร้อมกับโค้งหัวให้อย่างสุภาพแล้วเดินออกไปบริการเเขกโต๊ะอื่น เธอยิ้มให้เขาบางๆ เป็นการขอบคุณ แล้วก้มหน้าจัดการอาหารที่เธอสั่งมา มันคือสเต็กปลาพร้อมด้วยถ้วยมันบดเล็กๆเป็นเครื่องเคียง และยังอีกซุปข้าวโพดอีกถ้วย คงจะมีแต่คนบ้าแบบเธอแหละมั้ง ที่กินอาหารพวกนี้กับเบียร์ ดูจะเข้ากันแปลกๆ หากกินเข้าไปเยอะๆอาจมีอ้วกได้ เพราะแค่กินเบียร์ก็ทำให้ท้องอืดจะแย่ ยิ่งมากินสเต็กเข้าไปอีกในเวลาสามทุ่มแบบนี้ ระบบย่อยอาหารเธอคงจะทำงานหนักเพราะมันเลยเวลาอาหารเย็นมามากโข


 เธอใช้เวลาจัดการอาหารอยู่ตรงหน้าชั่วครู่ก็รู้สึกอิ่ม จึงได้เรียกพนักงานคนเดิมมาเก็บจานไป แล้วก็สั่งกับแกล้มมาอย่างเพื่อจะได้นั่งฟังเพลงสบายๆพร้อมทั้งจิบเบียร์ไปด้วย 


 สายตาเธอเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างคุ้นตาเดินเข้ามาพร้อมสาวสวยอีกคน วันนี้หล่อนมาในลุคที่ดูเป็นสาววัยทำงานกว่าวันก่อน เหมือนจะเป็นการพาลูกค้ามาเลี้ยงทำนองนั้น เพราะหล่อนใส่ชุดกางเกงแสลคสีขาวเข้ารูป เหมาะกับสูทสีขาวงาช้างที่สวมทับเกาะอกสีดำด้านในอีกที 

“เจอกันอีกแล้วนะคะ ซอลอา” หล่อนเดินเข้ามาทักทายเธอที่โต๊ะ

“สวัสดีค่ะพี่เจสสิก้า บังเอิญจังเลยเนอะ” เธอเงยหน้าขึ้นไปยิ้มทักทายหล่อนตอบ

“ถ้าเจอกันอีกเป็นครั้งที่สามพี่จะคิดว่าเป็นพรหมลิขิตแล้วนะคะ” หล่อนตอบยิ้มๆ แล้วขยิบตาให้เธอ พร้อมทั้งนั่งลงที่พนักวางแขนที่โซฟาที่เธอนั่งอยู่

“แต่น่าเสียดายวันนี้พี่ไม่ว่างคุยด้วย เพราะติดแขกค่ะ ไว้โอกาสหน้าถ้าบังเอิญเจอกันอีกพี่ขอเลี้ยงซอลอาคืนนะคะ” หล่อนว่าจบพร้อมกับจุ๊บแก้มซ้ายเธอหนึ่งที แล้วลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะ เธออมยิ้มให้กับความขี้แกล้งของหล่อน ผู้หญิงสวยๆนี่ร้ายกาจจริงๆ


 เธอนั่งดื่มคนเดียวอยู่สักพักจนเบียร์ในเหยือกแรกที่พนักงานนำมาเสริฟหมดไป เธอจึงสั่งเพิ่มอีกเหยือกเพราะตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมาก เธอกลับไปห้องก็ไม่รู้ว่าจะนอนหลับได้อีกไหมเพราะช่วงเย็นเธอก็เผลอหลับไปแล้วนี่สิ นั่งฟังเพลงสบายๆพร้อมทั้งมองดูผู้คนมากหน้าหลายตาที่ทยอยกันสับเปลี่ยนหน้าเข้ามาที่บาร์แห่งนี้ บางคนมาเพื่อกินข้าวแล้วก็กลับไป บางคนก็มาเพื่อดื่มอย่างจริงจังอย่างเช่นโต๊ะถัดไปจากเธอ ที่มีชายหนุ่มวัยรุ่น 5 คนมานั่งดื่มกันจนตอนนี้ดูจะเริ่มไม่มีสติกันแล้ว 


 เธอมองดูนาฬิกาที่ข้อมือเรียว ตอนนี้เข็มสั้นของมันชี้ที่เลข 11 เข็มยาวอยู่ที่เลข 6 คงจะเป็นเวลาพอเหมาะที่เธอจะกลับไปห้องได้แล้ว เพราะตอนนี้สติเธอก็ไม่อยู่ครบถ้วนมากนักจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป หากอยู่นานกว่านี้แล้วดื่มอีกเป็นเหยือกที่สามพรุ่งนี้เธอคงตื่นไปทำงานไม่ไหวแน่ๆ เธอพาร่างสูงเพรียวของตัวเองออกมายืนรอเรียกแท็กซี่เพื่อกลับคอนโด รอสักพักรถก็มา เธอขึ้นรถมาสักพักเธอก็รู้สึกถึงความผิดปกติของรถยนต์ที่เธอนั่งอยู่ หรือเธอเมาจนรู้สึกได้ว่าเหมือนรถขับส่ายไปส่ายมา เธอหันมองหน้าลุงคนขับจากกระจกมองหลัง เห็นเขามีสีหน้าแดงๆเหมือนคนเมา แรกเริ่มเดิมทีที่ขึ้นรถเธอก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ ทีแรกเธอนึกว่ากลิ่นมันมาจากเธอเสียอีก
.
.
.

ตู้มม!

จู่ๆรถที่เธอนั่งอยู่ก็เสียการควบคุม พุงชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างจัง เธอได้ยินเสียงคนเคาะกระจกเรียกแต่ตอนนั้นเธอเหมือนจะไม่มีสติแล้ว เพราะหัวเธอโขกเข้ากับเบาะด้านหน้าจนรู้สึกหนักอึ้งที่หัว เธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ก็เห็นลุงคนขับแท็กซี่หน้าฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ เสียงเคาะกระจกยังดังขึ้นเรื่อยๆ เธออยากขยับตัวแต่ตอนนี้เหมือนร่างกายเธอจะไม่สามารถขยับดังใจสั่งได้ เหมือนมีใครสักคนทุบกระจกรถด้านฝั่งข้างคนขับเพื่อที่จะเปิดประตูเข้ามาช่วยเธอ


“คุณ คุณครับ ช่วยตั้งสติหน่อยครับ คุณได้ยินเสียงผมไหมครับ ถ้าได้ยินช่วยลืมตาขึ้นมาหน่อย”
เหมือนจะได้ยินเสียงผู้ชายดังขึ้นข้างๆหู พร้อมทั้งพาร่างของเธอออกมาจากรถ
.
.
.
.
“ฮยอน!! ได้ยินเค้าไหม ฮยอนตื่นสิ ตื่นมาคุยกันก่อน ตื่นเดี๋ยวนี้นะคนใจร้าย! เค้าไม่ยอมให้พี่ทิ้งเค้าไปง่ายๆหรอกนะ” เหมือนเธอจะได้ยินเสียงที่คุ้นหูเอ่ยชื่อเรียกเธอเบาๆ ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป ...
.
.
.
คนใจร้าย!!! ด่าตัวเอง ทำไมใจร้ายกับพี่ซอลแบบนี้ 😂😂 ถ้าใจเราไหว #ซอลสิก้า ไหวไหมคะ คิกคักเขียนไปเขียนมาไม่จบ 5 ตอนแน่ๆค่ะ ถ้ามีคนอ่านก็จะเขียนต่อนะ 









SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments