วิธีจัดการไอเดียให้สำเร็จ
การมีไอเดียเยอะ ฟังดูแล้วน่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่การจะลงมือทำทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นไปได้ยาก หลายครั้งที่เราพูดออกไป แต่ไม่ได้ลงมือทำ อาจพบว่าต้องใช้เวลาเยอะไป กลัวที่จะล้มเหลว เห็นว่ามีข้อต้องทำเยอะเกินไป เกิดภาวะทีี่เรียกว่า chronic procastination คิดแล้วไม่ทำ มีแต่โปรเจค ดูไม่น่าเชื่อถือ พูดๆไปงั้น แต่ไม่ทำ ท้ายสุดแล้วคนที่รับฟังว่าเราจะทำอะไร จะเข้าใจว่าเราเป็นคนทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่น่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นเราควรจะมีกระบวนการคัดสรรไอเดียอย่างไรจึงจะเหมาะสม

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง นักจิตวิทยา อาจารย์ ชีนา แยงเกอร์ จาก Colombia business school ทดลองกับพนักงานกว่าแปดแสนคน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง การซื้อกองทุนกับจำนวนกองทุนที่มี ถ้ามีกองทุนเยอะขึ้น จะทำให้คนเก็บเงินมากขึ้นหรือเปล่า แต่พบข้อสรุปว่่า ทุกๆ10กองทุนที่เพิ่มขึ้น อัตราการอยากเก็บเงินจะลดลง 2% พบว่าเกิดภาวะ paradox of choice มีตัวเลือกเยอะไปทำให้มีแนวโน้ม conservative มากขึ้น เลือกซื้อน้อยลงหรือเลือกอันเดิมมากขึ้น ซึ่งงานวิจัยนี้ยังสอดคล้องเกี่ยวกับการวางสินค้าบนชั้นซุปเปอร์มาเก็ต ที่ยิ่งมีสินค้าชนิดเดียวแต่มีหลากหลายยี่ห้อ ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกชิ้นเดิมหรือไม่ซื้อเลยก็มี

โดยวิธีการจัดการกับไอเดียมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1) create mini deadline ทำให้งานมันสั้นลง โดยสามารถใช้ timeboxing ได้ เราอาจเคยได้ยินแนวคิด parkinson’s law ที่บอกว่า work expands to fill the time available for its completion หมานถึง งานที่ต้องการ ถ้ามีงานหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งสามารถทำแค่สามชั่วโมงให้เสร็จได้ เรามักจะขยายการใช้เวลาไปจนครบหนึ่งสัปดาห์ได้ โดยที่เราจะไปโฟกัสเรื่องอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นจนครบเวลาไปเอง ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากขนาดนั้น ดังนั้นควรกำหนดเวลา เพราะพื้นฐานมนุษย์เราชอบ deadline

2) use 80/20 rule แนวคิดที่พูดถึงการใช้ความพยายาม 20% จะส่งผลถึง 80% ของความสำเร็จ 20%นี้ให้โฟกัสไปที่กิจกรรมที่สำคัญก่อน เช่น จะลดน้ำหนัก สิ่งสำคัญ คือ ออกกำลังกับอาหาร แต่ออกกำลังที่มีผลต่อการลดน้ำหนักเยอะเป็นพิเศษ เช่น 20% คือ เล่นหนัก สลับเล่นเบา วิ่งsprintแล้วjoggingสลับกัน ใช้เวลาเท่ากัน กับวิ่งปกติ แต่จะได้ผลมากกว่า

3) trust gut feeling บ้าง สถานการณ์บางอย่างควรใช้ เช่น เจรจากับคนบางคนที่เค้าสามารถให้คุณให้โทษได้ สถานการณ์ที่ข้อมูลไม่ได้มีมากกว่านี้แล้ว เวลาบีบให้ตัดสินใจ Malcom Gladwell นักพูด นักเขียนชาวแคนาดา ผู้เขียนหนังสือขายดีแนวจิตวิทยา กล่าวว่า snap judgement ที่ใช้เวลาเพียงแค่แป๊บเดียว บางทีทำให้ตัดสินใจกว่าบางครั้งที่เตรียมตัวมานานด้วยซ้ำ บางครั้งกลับดีกว่าการไปหาข้อมูลเพิ่มที่อาจทำให้เสียผลประโยชน์ไปมากกว่าเดิม

4) develope the habit of finishing นิสัยสร้างได้ มนุษย์มีความสามารถทำอะไรใหม่ๆได้เสมอ แต่น้อยคนที่จะทำได้สำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น วันนี้ตั้งใจวิ่ง ห้ากิโล แต่วิ่งได้แค่สามกิโล เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้มันเกิดขึ้นบ่อยๆ จิตใต้สำนึกจะบอกตัวเองว่า เรามักจะทำไรไม่ค่อยสำเร็จหรอก

5) pratice quitting ฝึกรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะเลิก ซึ่งน่าสนใจว่าโดยปกติไม่ควรจะล้มเลิกอะไรง่ายๆ แต่ควรเลิกด้วยเหตุผลให้ถูกต้อง นั่นคือ ต้นทุนที่จะทำเรื่องนี้ให้จบ มันมากกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ ใครอยู่สถานการณ์นี้เรียกว่า sunk cost fallacy ถ้าเกิดเดินหน้าต่อไป ผลประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องเสียไป ก็ควรล้มเลิก


เครดิต ข้อมูลจาก mission to the moon podcast  ep 325 - วิธีจัดการไอเดียที่เยอะเกินไป

SHARE
Writer
nicenitiwrite
นัก(อยาก)เขียน
Working on my writing discipline and book reviews.

Comments