คุณจะไปงานแต่งงานของคนที่เค้าไม่รับรักคุณได้ไหม?
     วันหนึ่งผมได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งนานๆทีจะได้คุยกัน เค้าบอกผมว่าเค้าจะแต่งงานแล้วพร้อมกับแนบการ์ดแต่งงานมาให้ เราสองคนโทรคุยกันและนัดแนะว่าจะไปให้ได้

     คืนก่อนวันงาน ผมได้แวะไปหาเค้าและได้มีโอกาสพูดคุยกันสักพักหนึ่ง เราสองคนก็ยังดูสนิทกันเช่นเคย เพียงแต่เราต่างรู้สึกใจหายทั้งๆที่เราสนิทกันเหลือเกินแต่เธอจะต้องแต่งงานแล้ว และหลังจากนี้ก็คงไม่ได้ไปเที่ยวร้องเพลงเหมือนแต่ก่อน หลังจากพบปะกันเสร็จผมก็กลับไปที่พัก ได้แต่หวลระลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ว่าเรามัวทำอะไรอยู่นะ เวลาที่ควรจะมีความสุขมันช่างน้อยนิด ทั้งๆที่มีเวลาอยู่แท้ๆ ได้แต่นึกย้อนกลับไปและรู้สึกเสียดายว่า เราได้ร่วมสนุกกันน้อยเหลือเกิน

     ในอดีต เมื่อห้าปีก่อน เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกัน เราสองคนสนิทกันอย่างรวดเร็วในขณะที่เพิ่งได้เจอกันครั้งแรก อาจเพราะมีเสียงเพลงเป็นตัวเชื่อมและเราทั้งสองก็รักการร้องเพลงมาก เรามักจะไปร้องคาราโอเกะกันบ่อยๆ ผมนั้นชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกและรู้สึกส่าเราทั้งสองนั้นเข้าขากันได้ดี แต่ในระหว่างนั้นผมก็มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ผมเป็นคนที่ชอบเก็บตัว โลกส่วนตัวสูง จึงทำให้ไม่ได้เจอกันบ่อยๆอย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็ติดต่อกันตลอดเนื่องจากต้องคุยกันเรื่องทำเพลง

    เราทั้งสองมีท่าทีว่าจะชอบพอกัน ทำตัวเหมือนคนเป็นแฟนกันเลยเพียงแต่ไม่ได้มีสถานะที่ชัดเจน และแล้วก็ถึงจุดที่ผมและเธอเริามห่างกัน ตัวเธอนั้นเริ่มมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนตัวผมก็จริงจังกับการเรียนและอาการซึมเศร้าก็เริ่มหนักขึ้น เราจึงเริ่มห่างกันแต่ก็ยังพูดคุยกันอยู่บ้าง

     วันหนึ่งผมตัดสินใจที่จะบอกความในใจออกไป ผมถูกปฏิเสธ ถึงแม้จะเศร้า แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ความเศร้าจากเรื่องนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่ออาการซึมเศร้าของผมเลยแม้แต่น้อย กลับกันผมยินดีด้วยซ้ำเพราะเธอเป็นคนเลือก เพราะยังไงๆเราก็เป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญของผมอยู่ดี เราเริ่มเจอกันน้อยลง และอีกหนึ่งปีผ่านไป ผมก็ได้ข่าวว่าเค้ามีแฟนแล้ว แต่เราทั้งสองก็ยังคงติดต่อกันเช่นเคย แต่ก็ไม่ได้มากมายเหมือนแต่ก่อน

     วันงานแต่งมาถึง ผมได้เห็นใบหน้าของเธอ ผมได้จินตนาการถึงโลกอีกใบของเธอราวกับว่าเธอกำลังจะไปอีกโลกหนึ่งแล้ว ซึ่งทำให้เราต้องห่างไกลกันไปอีก ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจที่เค้าไม่รับรักผมและไปรักคนอื่น แต่ผมกลับรู้สึกเสียใจว่าที่ผ่านมาเรามัวทำอะไรอยู่ เพื่อนคนสำคัญคนนี้ในเวลานั้น เราควรจะเต็มที่และสนุกกับช่วงเวลานั้น ผมกลับปล่อยมันอย่างเสียเปล่า ผมรู้สึกถึงภาพที่เราสองคนเคยร่วมสนุกด้วยกันผมจำได้ดี เพราะมันไม่ได้มีมากมายอะไร ถ้าย้อนกลับไปแม้ว่าจะไม่ได้สมหวังกับความรักนั้นก็ไม่เป็นไร มันไม่สำคัญ เพียงแต่เธอคนนั้นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญของผม และผมคงจะไม่ได้สนุกกับเค้าอีกแล้ว มันเป็นความระลึกถึง นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พูดคุยกับเค้าในกลายๆเรื่องแบบนี้

     ก่อนจากกันเราจับมือกัน เธอขอบคุณผม ผมยินดีกับเธอ เรากล่าวอำลากัน

     ก่อนกลับพี่ชายของเธอได้มาขอบคุณผมและบอกว่า 
พี่ขอบใจเอ็งมาก เอ็งชอบน้องพี่แต่มันไม่เอาเอ็ง เอ็งก็ยังมา เป็นพี่พี่ไม่มาหรอก พี่ยอมรับเอ็งเลย หัวใจเอ็งแข็งแกร่งมาก วันหนึ่งจะได้เจอคนดีๆ
      ผมขอบคุณพี่เค้าและจากมา ผมได้แต่นั่งคิดถึงคำพูดของพี่เค้า ผมคิดมาโดยตลอดว่าการมางานครั้งนี้ มันอาจจะกำลังบ่งบอกว่าผมนั้นมันช่างอ่อนแอ หมาขี้แพ้ ทุกๆคนจะมองยังไงนะ จะดูตลกมั๊ยนะ ผมคิดมากไป แต่คำพูดของพี่เค้าทำให้ผมรู้สึกมั่นใจว่าผมนั้นคิดถูก ตัดสินใจถูกที่มาร่วมยินดีกับเพื่อนสนิทคนสำคัญของผมคนนี้ 

     ผ่านไปสามวันหลังจากงานแต่ง ผมก็ตั้งใตว่าหลังจากนี้จะทำชีวิตประจำวันของผมให้มีความสุข และคุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ และผมก็ได้ซื้อขนมบรรจุกล่องส่งไปรษณีย์ไปให้เธอเป็นของขวัญสันแต่งงาน 

     วันนี้ผมก็ยังคงคิดถึงเธอ และผมมั่นใจว่าเรานั้นคิดถึงกันอยู่เสมอ และเรื่องราวของเราสองที่ผ่านมานั้นมันสวยงามที่สุดแล้ว
SHARE

Comments