หนูรู้ว่าคุณทั้งสองรักพวกเรามากแค่ไหน แต่หนูไม่รู้เลยว่าพวกคุณยังรักกันบ้างไหม

 

 
ฉันเขียนเรื่องๆ นึงเพื่อต้องการระบายสิ่งที่อยู่ในหัว เอามันมาลงในนี้เพื่อไม่ต้องการให้มันกลายเป็นความ Toxic ต่อคนในครอบครัว

ในตอนที่เขียนมันมีเพียงตรรกะที่บิดเบี้ยวกับความเห็นแก่ตัวที่ล้นปรี่

ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปอ่านก็ยังสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน 



วันต่อมามีอีเมลล์ส่งมาจากเว็บไซต์

ฉันไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านรายละเอียดเพราะคิดว่ามันคงเป็นการแจ้งลบเนื้อหาเหล่านั้น เนื่องจากอาจสร้างความคิดที่เป็นอันตรายต่อผู้อ่านหรืออะไรทำนองนั้น

แต่พอเปิดอ่านแล้วฉันต้องแปลกใจ


รายละเอียดในนั้นส่งมาว่าสิ่งที่ฉันเขียนได้รับเลือกให้เป็นเรื่องแนะนำ 

 
WTF!


มันเป็นความ Toxic ชนิดนึงที่โคตรอันตรายเลยนะเว้ย!


สำหรับคนที่สงสัยว่ามันเป็นเรื่องอะไร


มันเป็นเรื่องความขัดแย้งในครอบครัวของฉันเอง 


ซึ่งมีความเห็นและความคิดด้านลบเยอะพอสมควร


ฉันคิดว่า ในพื้นที่ที่โคตรกว้างแบบนี้คงไม่ทำให้มีผลกระทบต่อใครหรอก


ทว่ามันกลับพลิกมาเป็นทางเว็บให้มันกลายเป็นบทความแนะนำ


ซึ่งฉันว่ามันไม่ได้ส่งผลดีต่อใครเลย


ไม่มีข้อคิด ไม่มีทางแก้ปัญหา 


และเนื่องจากนี่เป็นความคิดและการเขียนอย่างไม่คำนึงถึงสังคมของฉันเอง 

ฉันขอเตือนก่อนที่จะเลื่อนไปอ่านนะ ว่ามันเป็นสิ่่งแย่ๆ ในหัวของฉัน



'แล้วทำไมไม่ลบมันทิ้งล่ะถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสม?'

มันเป็นความเห็นแก่ตัวของฉันเองที่ต้องการคนมารับฟังเรื่องพรรค์นี้

                                                                                        MNKi 25/03/62

 

“ถ้าไม่มีพวกหนูแม่โกนหัวบวชไปนานแล้ว”

“เดี๋ยวพวกหนูโตจนดูแลตัวเองได้แม่จะไปออกบวช”

“ถ้าแม่กับพ่อหย่ากันหนูจะอยู่กับใคร”
 

     ประโยคพวกนี้ฉันได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ และคิดว่ามันเป็นแค่คำพูดติดตลกของแม่เท่านั้น


“ถ้าไม่เห็นแก่ลูก พ่อหย่ากับแม่ไปนานแล้ว”      คำพูดที่พ่อพูดให้พวกเราฟังตอนที่ไปกินข้าวกันครั้งล่าสุด มันทำให้ฉันตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาคำพูดที่ดูเหมือนล้อเล่นพวกนั้นอาจเป็นคำถามจริงๆ ก็ได้
 

ไม่ ไม่หรอก วันนั้นแม่ไม่ได้ไปกับพวกเรา เพราะแม่มีธุระ “เพื่อส่วนรวม”

เพื่อส่วนรวม

ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่ฉันเกลียดมัน ทุกลมหายใจเข้าออกแม่แทบจะยกให้ชุมชนไปหมดแล้ว
 

แม่เคยเป็นผู้ช่วยและตอนนี้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน เพราะญาติฝ่ายแม่อยากให้เป็น 

เพื่อบารมีกับหัวโขนโง่ๆ 

         เรื่องนี้มันทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันเล็กน้อย 

พ่อเห็นว่า ลูกทุกคนกำลังเรียนมันไม่ใช่เวลาเลยที่แม่จะมาอยากทำเพื่อส่วนรวม 

แม่พูดกลับด้วยประโยคเดิมๆ ที่ว่า ทดแทนแผ่นดินเกิด

พี่สาวอยู่หอที่มหาลัย พี่ชายขลุกอยู่ในห้อง ส่วนฉันเหรอ...

ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น ฟังพ่อกับแม่เถียงกันไปมา หลับตาพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ตัวเองอาละวาด ฉันถามแม่ "ที่ผ่านมามันยังทดแทนไม่พออีกเหรอ เลิกทำเหมือนคนในหมู่บ้านรักครอบครัวเรามากสักทีเถอะ"
 
พ่อกับแม่เงียบ ไล่ให้ฉันกินข้าว แล้วจบการสนทนาไว้แค่นั้น โดยที่ไม่มีใครตอบคำถามฉันเลย
 

ฉันรู้มันดูอกตัญญูที่ต่อว่าพวกท่าน แต่ว่าที่ฉันพูดมันจริงไม่จริงพวกท่านก็รู้อยู่แก่ใจ

      พวกเขาไม่เคยให้เกียรติพ่อด้วยซ้ำ กับแม่เองพวกเขาก็เป็นไม่ใช่หรือ?? ที่ผ่านมาที่เคารพแม่กันก็แค่เพราะแม่เป็นคนทำเอกสารให้พวกเขาทุกปีก็แค่เท่านั้นเอง

ฉันได้แต่กลืนมันลงคอ เพราะถ้าพูดไปสิ่งที่ได้กลับมานอกจากบรรยากาศน่าอึดอัดแล้ว ก็คงมีแค่คำพูดที่ว่า "เราไม่รู้อะไร" 

'อะไรที่หนูไม่รู้เล่าพูดมาสิ! บอกมาสิ หนูจะได้เข้าใจ!' 

'เราไม่ต้องมายุ่งหรอก ไม่ใช่เรื่องของเด็ก' พวกเขาคงตอบมาแบบนี้ 


        อนาคตของชาติตอนนี้กลายเป็นเด็กสอดรู้สอดเห็นไปเสียแล้ว อีก 2 ปีฉันก็จะสิบแปดแล้วนะ ฉันต้องโตสักแค่ไหนกัน พวกเขาถึงจะยอมรับฟังฉัน


 
         สาเหตุที่พวกเขาอยากหย่ากันคงเป็นเรื่องนี้ ใช่เรื่องที่ฉันพูดไปนั้นแหละ แต่สาเหตุที่เขาไม่หย่ากันคงเป็นเพราะโซ่แบบพวกฉันที่ดึงเขาไว้ด้วยกัน

พี่สาวกับพี่ชายน่ะพวกเขาโตพอที่จะเข้าใจ

พวกเขายังทนอยู่ด้วยกันหลักๆ น่าจะมาจาก ฉัน 
        เด็กสิบหกที่เอาเรื่องของทั้งโลกมาไว้ในหัวจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ใช่พวกเขารับรู้ว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้า และสำหรับตัวฉันในตอนนี้ครอบครัวสำคัญมากแค่ไหน 

ครอบครัว เป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ยังฉุดรั้งฉันให้หายใจต่อไปบนโลกใบนี้


       ทันทีที่พวกเขาหย่ากัน ฉันแน่ใจว่า ฉันพร้อมทำตามเจ้าหมาดำในหัว ทำในสิ่งที่พวกเขาจะต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต 

       ฉันรู้ดีว่ามีคนอีกมากมายที่พ่อแม่แยกทางกันแล้วลูกๆ ของพวกเขาเข้าใจได้ แต่ลูกๆ เคยมีสิทธิเลือกบ้างไหมว่าอยากให้พวกเขาอยู่ด้วยกันเช่นเดิม หรือพวกเรามีสิทธิแค่นั่งทำใจ? ปั้นยิ้มสดใสทำเป็นว่าเข้าใจดี

       ถ้าเราค้านบ้างเราจะเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่หรือเปล่า เป็นเด็กที่ไม่ยอมรับความจริงใช่ไหม?



        ครอบครัวของเราถึงจะไม่ค่อยเข้าใจกัน ถึงจะทะเลาะกันบ้าง แต่ว่ามันดีมากแล้ว มันวิเศษสำหรับหนูมากที่สุดแล้ว เพราะงั้นได้โปรดเถอะ 

        กลับมารักกันเพื่อหนูได้ไหมคะ เพื่อเด็กคนหนึ่งที่พวกคุณเลี้ยงมาตลอดหลายปี หรือถ้ามันยากเกินไป ก็ปล่อยมือกันซะแยกกันไปตามทางที่พวกคุณอยาก ปล่อยให้ทุกคนไปทำตามความฝันของตัวเอง หนูเองก็จะทำตามสิ่งที่หนูปรารถนาเหมือนกัน

      เป็นไงดูดีไหมคะข้อเสนอสองข้อนี้ เลือกมาสิคะ
 
พวกคุณจะรักกัน หรือ เห็นหนูตาย

                                                                         เลือกสิคะ แล้วบอกหนูด้วยนะ :)

                                                                                            MNKi 24/03/62
SHARE

Comments

yunollVzidChlo
29 days ago
ตอนนี้มันอาจจะยากหน่อย เมื่อหลายปีที่ผ่านพี่ก็ต้องนั่งฟังเห็นพวกท่านทะเลาะกันแบบนี้ เคยมีคำถามแบบนี้ว่าทำยังไงพวกท่านถึงจะเข้าใจกันเลิกทะเลาะกัน พ่อเคยถามพี่ว่าจะให้เลิกกันไปเลยมั้ยขณะที่พี่เข้าไปห้าม ตอนนั้นมันยากมากสำหรับเด็กสิบห้า พี่ปล่อยโฮตรงนั้นเลยข้างถนนตรงนั้นโดยมีรถผ่านไปมาท่ามกลางเสียงทะเลาะของทั้งคู่ หลังจากนั้น พี่เลือกจะมาเรียนต่างจังหวัด อยู่หอพักอยู่ด้วยตัวเอง เจอพวกเขาน้อยลง ถึงมันจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีนัก แต่มันก็ทำคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันก็อยากให้พวกท่านแยกกันอยู่ไปเลยคงจะดีกว่า พวกเขาคงมีความสุขมากกว่ากันต้องปะทะกัน และพี่ก็เช่นกัน ล่าสุดห้าปีผ่านไปพวกเขายังอยู่บ้านเดียวกันแต่แยกกันอยู่ ตอนนี้พี่มองครอบครัวตัวเองเป็นเหมือนลูกกุญแจกับแม่กุญแจที่ไม่เข้าคู่กัน ยิ่งพยายามจะไขมันคงยิ่งพังลง ดังนั้นเลยวางมันไว้อย่างนั้นไม่ไปแตะต้อง ถึงจะไม่สามารถไขปลดล็อกใจออกมาได้แต่ก็ยังรักษาใจที่ล็อกไว้ภายในให้ยังปลอดภัยได้เป็นอย่างดี สู้ๆนะคะ พี่รู้ว่ามันอึดอัดและทรมานมากแต่พี่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปมันจะดีขึ้น อาจไม่ใช่ความสัมพันธ์แต่อาจเป็นใจของเราเอง :)
Reply
Late-Night
29 days ago
ตั้งใจอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ ตรงที่เจ็บปวดตามคงจะเป็นการที่พ่อแม่ไม่รับฟังและไม่อธิบายอะไรให้คุณฟัง มันแย่จริงๆแหละค่ะ การกระทำแบบนั้นของพวกผู้ใหญ่น่ะ บางทีเค้าคิดเองว่าทำเพราะรักเรา แต่นั่นมันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ ชื่นชมนะคะที่คุณไม่ลบเรื่องนี้ กล้าระบายความทุกข์ใจออกมาทั้งที่คุณเองก็ไม่รู้สึกดีกับความคิดพวกนี้เลย แต่จากที่อ่าน คุณก็ยังมีความรักและหวังดีให้พ่อกับแม่นะ เพียงแต่มันมีความโกรธ ความเจ็บช้ำบางอย่างที่สู้กันอยู่ในใจ ไม่รู้จะช่วยอะไรคุณได้มั้ย แต่ทนอ่านเฉยๆไม่ได้ อาจจะเพราะเราเคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน เลยอยากให้กำลังใจคนที่อยู่ในวัยนี้ว่าพอผ่านความเจ็บปวดนี้ไป ก็จะโตขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น เราเองยังพอโตมายังคิดเลยว่าถ้าพ่อแม่หมดใจแล้วก็เลิกกันไปแต่แรกดีกว่า อย่าเอาพลังงานลบมาปล่อยในบ้านเลย ไปใช้ชีวิตของตัวเองเถอะ และหากยังมีความรักให้ลูกอยู่ ก็แบ่งเวลามาเจอ แบ่งหน้าที่กันดีๆ ให้เราไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง ลองสำรวจดูนะคะ ว่าเบื้องหลังความต้องการให้พ่อแม่รักกัน มันมีความต้องการอะไรของเราซ่อนอยู่
‘รัก’ ของคุณแปลว่าอะไร สามีภรรยาบางคู่รักกันแบบเพื่อน ต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่ บางคู่รักกันหวานชื่นแต่ก็ตบตีลงไม้ลงมือยามทะเลาะ บางคู่รักกันอย่างเข้าใจ ยอมให้อีกฝ่ายนอกใจได้ก็มี เราไปบังคับความรู้สึกใครไม่ได้ถูกมั้ยคะ แล้วอะไรคือ ‘รัก’ แบบที่คุณต้องการ ถ้าต้องอยู่บนโลกแห่งความจริงที่ชายหญิงน้อยคู่นักจะรักกันฉันสามีภรรยาไปตลอดชีวิต

ในอนาคต หากคุณรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไขได้แล้ว ใครจะรักหรือจะเกลียดกัน มันก็ไม่ส่งผลอะไรกับเราเลย จะไม่เอาอะไรมาแบกไว้ ขอให้ใจเย็นๆ และผ่านตรงนี้ไปได้นะคะ ขอให้พบทางที่สบายใจกันทุกฝ่าย ไม่ต้องมีใครบังคับจิตใจกัน ช่วยกันเยียวยาความเจ็บปวดของกันและกัน

อย่างน้อยที่สุด คุณก็ได้ระบายออกมา ได้พยายามเยียวยาตัวเองในระดับนึงแล้ว และการที่แอดมินติดดาว เชื่อว่าเค้าก็อยากช่วยเหลือคุณ อยากให้คุณมีคนรับฟัง ได้รับความเข้าใจและมีเพื่อนร่วมทางในช่วงเวลานี้ มันก็เป็นความรักในรูปแบบนึงที่คนเราจะสามารถให้กันได้ การที่เราอยากส่งกำลังใจให้ ก็มาจากความรักและปรารถนาดีเหมือนกันค่ะ เราอาจจะไม่ได้เข้าใจคุณร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็หวังว่าข้อความนี้จะไม่ทำให้ขุ่นเคืองใจนะคะ
Reply