บนสวรรค์นั้นมีเรือสำเภาหรือเปล่า
บนสวรรค์นั้นมีเรือสำเภาหรือเปล่า

เป็นคำถามจากชายชรา
ถามกับเทวดาผู้จะมามอบ
 ภพที่สุขสบายให้เขา

การสะสมบุญบารมีในครั้งยังเป็นมนุษย์
เพื่อไปสู่ภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของเทวดา

สวรรค์
คือสถานที่ที่ไม่เคยพบเห็น
แต่เหล่ามนุษย์เชื่อว่ามันมีจริง
เชื่อเสียมากกว่าความจริงตรงหน้า
ทำความดี ทำทาน บริจาคกับวัด
คิดว่าจะได้ไปเกิดเป็นเทวดา
และได้เสวยสุขอยู่บนนั้น

ส่วนตัวผู้เขียนเองไม่เชื่อเรื่องนี้
เชื่อเพียงแต่ว่าทำดีจะได้ความสุข
ส่วนทำความชั่วก็จะได้รับความทุกข์
สุขและทุกข์อยู่ตรงหน้า
สวรรค์นรกก็อยู่ที่ใจ

เลยไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง
ไม่เชื่อว่าบริจาคให้วัดแล้ว
จะได้กุศลผลบุญมากกว่าการช่วยเหลือ
ด้านการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

แต่ในเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้
สวรรค์นั้นมีจริง
เทวดาและนางฟ้าไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
เทวดาได้หยิบยื่นโอกาส
ในภพภูมินิรันดร์ “สวรรค์” 
ให้กับชายชรา
ชายชราผู้เป็นนักเดินเรือ
แต่เขาได้ถามคำถามหนึ่งกับเทวดา
เป็นคำถามที่เทวดาไม่คิดว่าจะได้ยิน

คำถามนั้นคือ
บนสวรรค์มีเรือสำเภาหรือเปล่า ?
โดยเหตุผลที่ชายชราคนนั้นถาม
เหตุผมที่ชายชราต้องการเรือสำเภา
ทั้งหมดอยู่ภายในเรื่องนี้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ชายหนุ่มผู้รักในท้องทะเล
ออกพจญภัยด้วยเรือสำเภาลำหนึ่ง
เขาท่องไปบนพื้นน้ำพิชิตหมู่เกาะต่างๆ
สนุกไปกับการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
               เขาไม่ใช่โจรสลัด
                ตรงกันข้ามคือ
          เขานั้นชอบช่วยเหลือผู้คน
       เป็นนิสัยของเขาที่ไม่ชอบเห็น
              การถูกข่มเหงรังแก
    เขายื่นมือไปช่วยทุกครั้งที่เกิดปัญหา
เขาเป็นคนดีคนหนึ่ง
และเป็นคนดีที่มี “ความรัก
เขารักกับหญิงชาวเกาะคนหนึ่ง
เธอไม่ได้สวยงามดั่งเจ้าหญิง
เธอเป็นหญิงธรรมดาคนหนึ่ง
หญิงธรรมดา
ที่รักเขาและเขาก็รักเธอ 

เขาจึงตัดสินใจสละความโสด
สละท้องทะเล สละเรือสำเภา
เพื่อมาใช้ชีวิตคู่กับเธอ

ทั้งสองอยู่ร่วมกัน
บนเกาะที่เป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิง
เขาเรียนรู้ไปในโลกของเธอ
โลกบนบกนี้งดงามไม่แพ้กับท้องทะเล

แต่ที่มันงดงามนั้นไม่ใช่เพราะพื้นดิน
ไม่ใช่ต้นไม้สูงใหญ่ หรือป่าที่อุดมสมบูรณ์
เหตุที่มันงดงามก็เพราะว่า
           “โลกบนบกนี้มีเธออยู่”
ทั้งสองครองคู่กัน
ดูแลกันและกันยาวนานถึง 10 ปี

แต่เมื่อมีพบก็ต้องมีจาก
เธอผู้เป็นดวงใจได้จากเขาไป
อย่างไม่มีวันกลับ
เขาไม่อยากอธิบายว่าเพราะอะไร
สิ่งสำคัญจริงๆคือ
เธอไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว

ชายหนุ่มอยู่บนเกาะเพียงลำพัง
ตอนนี้เขามีแต่ความทุกข์
ทุกข์ทรมานแสนสาหัส
เขาจึงตัดพ้อออกมา

          “ทำไมต้องเป็นแบบนี้”
         “นี่หรือคือสิ่งที่ความรัก”
  “และการทำความดีตอบแทนให้เขา”


ตอนนี้เขาได้สัมผัสกับนรก
นั้นคือความทุกข์ในใจ

             เป็นนรกที่ทรมาน
            มันหนาวเสียยิ่งกว่า
            กลางดึกในฤดูหนาว
       มันยาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
            ไม่อาจทราบได้เลยว่า
   ชีวิตนี้เขาจะหลุดพ้นจากมันได้เมื่อไร



เขารู้ตัวแล้วว่าเขาอยู่แบบนี้ไม่ได้
เขาจึงออกเดินทางอีกครั้ง
เขาสร้างเรือสำเภาขึ้นมาหนึ่งลำ
ใช้ชีวิตเหมือนก่อน
ก่อนที่จะเคยมาที่เกาะนี้
ล่องเรือสร้างความดี
อย่างไม่หวังผลตอบแทน
ช่วยเหลือทุกคนที่มีปัญหา
แต่ทั้งหมดนั้น เขาทำเพื่อ...
—-——— ไม่ต้องการว่าง ————-


เพราะเขาไม่อยากจะหยุดเรือลำนี้
เมื่อไรก็ตามที่เขาจำเป็นต้องหยุด
จำเป็นต้องพัก จำเป็นต้องขึ้นบก
              เขา จะ คิด ถึง เธอ

ทุกๆคืนที่เรือลำนี้สงบ
เขาต้องร้องไห้ ร้องไห้จนหลับไป

ฝันวนอยู่กับความรักที่สวยงาม
เขามีชีวิตอยู่...แต่เขาไม่มีความสุขเลย

เมื่อใดก็ตามที่เรือสำเภาชำรุด
เขาต้องขึ้นปกและหยุดเดินทาง
วันคืนเหล่านั้นไม่ใช่การพักผ่อน
แต่มันคือวันคืนของนรกบนดิน
ที่มีต้นเหตุของความหนาวมาจาก
                 “ความคิดถึง”

เขาต้องใช้ชีวิตต่อถึง 50 ปีจนแก่ชรา
ตอนนี้เขาใกล้จะสิ้นอายุไข
ความดีที่เขาสะสมมาทำให้
เขาได้พบกับเทวดา
เทวดาลงมาโปรด
ลงมาบอกกับดวงวิญญานนี้ว่า

                   มากับข้าเถิด
              ท่านเป็นผู้ประเสริฐ
            ท่านจะได้เกิดในสวรรค์
         และพบกับความสุขที่ยาวนาน


ชายชราจึงถามคำถามนี้ออกมา
ด้วยแววตาที่เหนื่อยล้า
ด้วยผิวหนังที่เหี่ยวย่นบนใบหน้า
และด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า
บนสวรรค์นั้นมีเรือสำเภาหรือเปล่า

เทวดาทราบความหมาย
ของคำถามนี้ได้ทันทีคือ...

           บนสวรรค์นั้น มีงานไหม
            มีสิ่งที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจ
               ให้เขาไม่คิดถึงไหม


ชายชราพูดต่อ
ถ้าไม่มีข้าก็ไม่ไปกับท่านนะ

เทวดาตอบกลับ
ท่านจะมีความสุขอยู่บนสวรรค์ยาวนาน..

ชายชราพูดทั้งน้ำตา

                 ผมไม่ต้องการ
          ผมเคยพบกับความสุขแล้ว
     มันแสนสั้น ผมสุขได้เพียงไม่นาน
         ผมพบความสุขเพียง 10 ปี
      จากนั้นมันก็ให้ความทุกข์กับผม
        มันให้ผมมายาวนานถึง 50 ปี
      และมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย


เรือสำเภาและท้องทะเลเท่านั้น
ที่จะช่วยให้ไม่มองถึงมันได้
ถ้าที่ไหนมีเรือสำเภาผมก็จะไป
แค่สักนาทีที่จะหยุดความทรมานนี้ได้
ผมก็จะไปหาสิ่งนั้น

เทวดาทราบแล้วว่าเขาไม่สามารถ
พาดวงวิญญาณนี้ให้หลุดพ้นได้
ความสุขไม่อาจช่วยเหลือดวงวิญญาณ
ที่ยึดติดกับความคิดถึงได้

เทวดาจึงพูด พูดสั้นๆกับชายชราว่า
ท่านปล่อยวางเถิด ไปสู่พบภูมิที่ดีเถิด

ชายชราที่หลั่งน้ำพูดต่อว่า
ถ้าข้าปล่อยวางแล้วใครจะคอย

              จำภาพที่งดงามนั้น
               เธอที่สวยงามนั้น

แน่นอนเธอไม่จำเพราะเธอจากไปแล้ว
แล้วถ้าผมลืมภาพที่งดงามนี้
ก็จะหายไปตลอดกาล

วาระสุดท้ายของชายชรามาถึง
เขาสิ้นใจอยู่บนเรือสำเภาเพียงลำพัง
โอบกอดเสาเรือไว้
ตายไปพร้อมกับความคิดถึง
และความรักที่ไม่อาจปล่อยวางได้
เขาไม่อยากเกิด
เพราะถ้าเกิด

            เขาจะพบกับความสุข
               แล้วเมื่อเขามีสุข 

         ความทุกข์ก็จะกลับมาใหม่

สุดท้ายแล้วภพภูมิที่เขาจะไปคือ...







SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments

Kulica
3 months ago
:( เศร้ามากค่ะ แต่จริงมากค่ะ ...เมื่อมีความสุข ความทุกข์ก็จะกลับมาใหม่...
Reply
Suyzeiy
3 months ago
ดีใจที่มีคนชอบครับ นึกว่าจะไม่มีคนอ่านเรื่องนี้แล้ว
Kulica
3 months ago
ชอบค่ะ :) สู้ ๆ นะคะ ไว้มาอ่านใหม่ค่ะ :)