ความเป็นมาของมนษยชาติ (3) : วิหารหิน

วิถีชีวิตของนายพรานโบราณเป็นอย่างไร? พวกเขากินอะไรกันเป็นอาหาร ?อยู่ในบ้านแบบไหน? มีรูปแบบการปกครองแบบใด? แล้วประกอบพิธีกรรมทางศาสนาการอย่างไร?

เป็นเรื่องที่หาข้อสรุปได้ยาก และเปิดพื้นที่สำหรับจินตนาการได้เป็นอย่างมาก ไม่มีหลักฐานเหลือรอดพอจะบอกอะไรได้ เพราะส่วนใหญ่เศษซากอารยธรรมนั้นเหลือให้เห็นก็แต่เครื่องมือหินเครื่องเผา เขาสัตว์ โดยมากแล้วอุปกรณ์ถูกสร้างขึ้นจากไม้ หรืออะไรก็ตามแต่ที่หาได้จากโลกที่เต็มไปด้วยจิตและวิญญาณ ทำให้พวกมันสูญสลายไปตามกาลเวลา

มีการขุดค้นและพบเจอ งานศิลปะจิตรกรรมบนผนังถ้ำรูปสิงสาลาสัตว์ และประติมากรรมจากงาช้าง เป็นรูปมนุษย์หัวสิงโต อาจเป็นเทพหรือบรรพชนของพวกเขาก็เกินจะคาดเดา พวกเขามีการเย็บผ้ากันเห็นได้จากเข็มที่ทำจากเขาสัตว์ เป็นได้เหมือนกันว่าพวกเขาอาจใช้ในการสักด้วย เป็นเรื่องทางวัฒนธรรมที่ไม่พบหลักฐาน

หลักฐานหนึ่งที่เหลือรอดให้เห็นคือวิหารหินอายุกว่าหมื่นปี ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่านายพราน พวกเขาใช้มันสักการะเทพหรือวิญญาณตนใด เกินที่จะรู้ได้ทำไมพวกเขาต้องเสียเวลาและแรงกายเหนื่อยยากเพื่อสร้างมันขึ้นมา หินแต่ละก้อนมีน้ำหนักกว่ารถทั้งคัน ถูกจัดวางอย่างมีชั้นเชิง จำต้องใช้แรงงานเป็นร้อยเป็นพันคน หรืออาจจะมากกว่านั้น พวกเขาทำได้อย่างไร เป็นเรื่องที่อธิบายได้อยาก

ฝีมืองานจิตรกรรมที่พวกเขาได้แสดงออกในรูปของสัตว์ต่างๆก็เต็มไปด้วยพลังงานของการสร้างสรรค์ แม้ว่าวัสดุเครื่องมือที่มีอยู่อย่างจำกัด จิตรกรก็ยังสร้างงานได้ย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก ภาพมีการเคลื่อนไหว มีการแสดงออกถึงท่าทาง แฝงด้วยสัญลักษณ์

ในด้านอาหารการกินก็มีความอุดมสมบูรณ์จากผืนป่า เป็นสัตว์มากมายและพืชไม้นานาพันธุ์ มื้ออาหารพวกเขาเปลี่ยนไปเสมอ ตามพื้นที่ที่เขาอยู่และสิ่งที่เขาหามาได้ โดยบางวันอาจเป็นกระต่ายย่างกับรากไม้ มื้อกลางวันเป็นหอยทากกับถัวและลูกเบอร์รี่ บางวันอาจเป็นเนื้อกวางกับสลัดผักใบเขียว

ในด้านภูมิปัญญาของเหล่าพรานโบราณนั้นเหนือกว่ามนุษย์ยุคใหม่เป็นอย่างมาก ในระดับปัจเจกแล้วพวกเขามีความรู้กว้างกว่าและลึกกว่า เพราะการจะอยู่ในป่าที่มีนักล่าอย่างเสือและสิงโต จำเป็นจะต้องรู้อาณาเขตของมัน ต้องรู้ว่าหญ้าแบบไหนใช้แก้ปวด แบบไหนเป็นพิษ ดอกไม้แบบไหนรักษาโรค เห็ดแบบไหนกินได้ แบบไหนกินไม่ได้

มีรายงานว่าสมองของมนุษย์ผู้ชาญฉลาดนั้นหดเล็กลง นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มปลูกผักทำไร่ไถ่นา เป็นได้ที่ว่าอาหารหลากหลายทำให้สุขภาพนั้นแข็งแรงและเด็กมีพัฒนาการที่ดี แม้ว่าแลกมาด้วยการวิ่งหนีสิงโตหรือมีสงคคามระหว่างเผ่า การใช้ชีวิตอย่างนายพรานทำให้พวกเขามีร่างกายที่แข็งแรง และใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์

พวกเขาเคยคิดหรือไม่ว่า ลูกหลานของพวกเขาจะสร้างตึกสูงเสียดฟ้า รู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยก และซึมเศร้า? จะรู้หรือไม่ว่าตอนนี้มนุษยชาติไปเหยียบดวงจันทร์ได้แล้ว แต่ชีวิตประจำวันกลับมีปัญหามากขึ้นทุกที?
SHARE

Comments