บันทึกของสัญญาณที่ขาดหาย
ตา ปาก จมูก ฉันว่าใบหน้าของฉันก็ไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์อีกกี่ล้านคนบนโลกนี้ แต่ที่ต่างคือไม่เคยมีใครจำฉันได้เลย
ถึงเราจะสนิทสนมหรือรู้จักกันเป็นเวลานาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะกลายเป็นเพียงแค่ขยะทางความทรงจำ ไม่เป็นที่น่าจดจำ อะไรกันนะที่แปลก?
ฉันเคยเป็นมิตรอยู่เสมอ เคยพร้อมสำหรับการมีเพื่อน เคยเป็นผู้ตามที่ดี แต่คนที่ฉันเป็นในวันนี้ คือผลลัพธ์จากการเมินเฉยของสังคม

“เธอเป็นใคร”

เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามหลังจากที่ฉันเอ่ยทักทาย เราเคยเป็นเพื่อนซี้ที่ไม่มีใครเทียบ ของขวัญวันเกิดชิ้นแรกจากคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ มาจากเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนสนิทเธอเหลือเกิน ฉันยังคงเก็บรักษามันไว้ ถึงแม้จะเป็นหลังจากวันที่เธอตบหน้าฉันด้วยคำพูดที่แรงจนเจ็บหัวใจ
ฉันมั่นใจ ว่าเธอจะต้องจำฉันได้ ฉันได้แต่รอเวลาให้เธอเข้ามาทักทาย ชีวิตของเรากลับมาอยู่ในวงโคจรเดียวกัน มีเวลาอีกตั้งมากมายให้เข้าไปทักทายเธอ ผ่านไป 2 ปี ฉันใจกล้า เดินเข้าไปทักเธอก่อน
“เธอจำฉันได้หรือเปล่า ที่ตอนนั้นเราเคยสนิทกัน”
หลังจากเอ่ยปากถาม ความรู้สึกฉันก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอกล่าวขอโทษ เพราะไม่ว่านึกอย่างไรก็จำไม่ได้เลย ฉันให้เวลาเธอนึกอีกหลายเดือน จนวันหนึ่งก็เดินกลับเข้าไปเอาคำตอบอีกครั้ง
“ยังไงก็นึกไม่ได้ออก จำไม่ได้จริงๆ”
ฉันเลยได้แต่เดินกลับออกมาด้วยความผิดหวัง
นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ ที่มีคนพูดแบบนี้ มันราวกับว่าโลกไม่ได้รับรู้การมีตัวตนอยู่ของฉัน
ฉันเคยเป็นคนธรรมดา ที่จืดชืด ไร้ตัวตน ไม่มีเอกลักษณ์พิเศษอะไร

และเพื่อที่จะก้าวออกมาสู่แสงไฟ ให้โลกรับรู้ถึงการมีอยู่ของฉัน ก็คงต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างบ้างแล้ว
แต่ก็นะ คนไม่เคย สุดท้ายก็เลือกทางที่ผิดๆ ฉันล้มเหลวจากการเป็นคนที่เชื่อใจคนอื่นมากไป ฉันเปราะบาง จากทุกความสัมพันธ์ที่ถูกสังคมทำลาย ฉันได้ออกมายืนในสปอตไลท์จริงๆ ถือว่าน่าภูมิใจทีเดียว แต่เป็นในฐานะ “คนที่โดนเกลียด”



ฉันสร้างศัตรูไว้มากมายเหลือเกิน ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเขานั่นแหละที่ผิด สิ่งที่ฉันทำ ก็แค่การเป็นตัวเองเท่านั้น แต่ยิ่งนานวัน เมื่อมีคนเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันเลยต้องกลับมาพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้ง และพบว่าความเป็นตัวเองของฉัน อาจจะเป็นข้อผิดพลาดในการอาศัยอยู่ในสังคมนี้
วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาในการอาศัยอยู่รวมกันของมนุษย์เป็นอะไรที่ฉันชิงชัง ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บางครั้งฉันก็คงเผลอทำมันบ้างเหมือนกัน อะไรบ้างน่ะหรือ?
ฉันเกลียดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรสนิยมเสียเหลือเกิน ถ้าคุณแฟชั่นกูรูฉันคงไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคุณเป็นใครก็ไม่รู้ที่แค่เดินสวนทางกัน หรือต่อให้เป็นคนรู้จักที่สนิทกันในระดับหนึ่ง แล้วมาต่อว่าฉัน ราวกับว่าฉันไปทำผิดบาปอะไรมา นั่นไม่ใช่เรื่องน่ารักที่ควรจะลืมได้ลงง่ายๆ ในเมื่อรสนิยมของคุณก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรเลย

นั่นไง บอกแล้วว่าฉันก็ทำเหมือนกัน ฉันไม่ให้อภัยคุณเพราะคุณแต่งตัวไม่ดี และมีรสนิยมแย่ยังไงล่ะ!

สังคมได้หลอมรวมเราให้กลายเป็นคนแปลกหน้าที่มีนิสัยคล้ายคลึงกันจนแทบจะกลายเป็นแพทเทิร์นเดียวกันไปแล้ว
สังคมได้เปลี่ยนฉัน เธอ เขา คุณ และทุกๆ คนให้เป็นคนใจร้าย...คนใจร้ายที่ไม่อาจไว้ใจใครได้อีกแล้ว
SHARE
Writer
siarra
writer
dreamcatcher

Comments