สวัสดี ผมชื่อ ''บุญช่วย''   ( ตอนที่2 )
''เฮ้ย!!! ไปไกลๆเลย ไอ้หมาจรจัด'' 
  
      ผมวิ่งหลบด้ามไม้กวาดที่กำลังไล่ตี พลางคาบขนมปังไว้ในปากขบกรามกัดไว้ให้แน่นพอที่จะไม่หลุดออกมา แล้ววิ่งตะบึงหลบผู้คน 
      ผมวิ่งมาถึงด้านหลังตลาด เป็นป่าหญ้าไร้ผู้คน ผมลดฝีเท้าเปลี่ยนมาวิ่งเหยาะๆเข้าโพรงหญ้าที่เป็นบ้านใหม่ของผม ผมคายขนมปังออกแล้วลงมือกินอย่างรวดเร็ว 'เฮ้อ~ ยังไม่อิ่มเลยแฮะ'


          ตั้งแต่วันที่แม่ผมโดนรถชน จ้อยฝังร่างแม่ของผมไว้ที่โคนต้นประดู่ที่ 'ลานสบาย' หลังวัด ผมมักจะไปนอนข้างหลุมของแม่ทุกวัน ตั้งแต่ประดู่ออกดอกเหลืองทองอร่าม จนกระทั่งดอกร่วงหล่นเต็มพื้น ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ผมเสียแม่ไปครบ 1 ปีแล้ว 
           ผมโตขึ้น ตัวสูงขึ้นด้วย ขาของผมเก้งก้าง ตัวผมค่อนข้างจะผอมแห้ง ผมไม่ได้ไปร่วมก๊วนกับหมาวัดตัวอื่นๆ ตอนเช้าผมก็ยังคงตามหลวงตาไปบิณฑบาตร พอกินข้าวเสร็จ ผมก็จะไปนอนข้างหลุมของแม่ ตกเย็นผมถึงจะกลับมานอนเฝ้ากุฏิหลวงตา 
           บางวันหมาวัดตัวอื่นๆก็มีมาแย่งข้าวผมบ้าง เวลาจ้อยกับหลวงตาไม่อยู่ แต่ผมไม่อยากสู้ หรือทะเลาะกับใครแล้ว ผมยังคงคิดถึงแม่ อยากได้ไออุ่นจากแม่ที่สุด...
           ช่วงหลังๆหลวงตาไม่สบาย เริ่มไม่ค่อยได้ออกไปบิณฑบาตรแล้ว มีอยู่วันหนึ่งช่วงใกล้ค่ำ ผมกำลังเดินกลับจาก 'ลานสบาย' เพื่อมานอนเฝ้ากุฏิหลวงตาแบบที่เคย บนกุฏิมีเสียงคนจอแจ จ้อยวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแล้ววิ่งหายไปทางหน้าวัดแล้ววิ่งกลับมาขึ้นไปบนกุฏิ สักพักก็มีรถมาจอด 2 คัน ผู้ชายหลายคนช่วยกันอุ้มกึ่งประคองหลวงตาลงมา ผมวิ่งเข้าไปเลียนิ้วมือของหลวงตาที่ตกห้อยลงมา นิ้วมือของหลวงตาเย็นจัง!? ผมคิด

'' ไอ้ช่วย หลบไปอย่ามาเกะกะ!!'' จ้อยดุไล่ผม

        จ้อยและผู้ชายอีกหลายคนประคองหลวงตาขึ้นรถ   ผมหลบไปอยู่ข้างบันได พระหลายรูปเดินขึ้นรถอีกคัน แล้วรถทั้งสองก็ขับออกไป... ตั้งแต่วันนั้น หลวงตาก็ไม่ได้กลับมาที่กุฏิอีกเลย 
        จ้อยบอกว่าหลวงตามรณะภาพแล้ว จ้อยจะเข้าเมืองไปทำงานที่กรุงเทพ ผมไม่รู้ว่ากรุงเทพมันไกลไหม ผมรู้สึกว่าทุกๆคนที่ผมรักค่อยๆจากผมไป... ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างหลุมศพแม่ 

''ไอ้ช่วย'' จ้อยเดินมาหาผมที่ลานสบาย ในมือถือขนมปัง และไส้กรอกมาด้วย 

''กินซะเอ็ง จะได้โตๆ'' ผมรับมากินอย่างเอร็ดอร่อย จ้อยลูบหัวผม 

''วันนี้ข้าจะไปแล้วนะ เอ็งดูแลตัวเองดีๆ''

''โฮ่ง โฮ่ง'' ไม่ไปได้ไหม ผมไม่อยากให้ไปเลย

''ฮ่ะฮ่ะ เอ็งนี่ เห่าอะไร ข้าไปละนะ เดี๋ยวรถมารับแล้ว เอ็งก็กินเยอะๆ ไว้ข้าจะกลับมาเยี่ยม'' 

''โฮ่ง โฮ่ง'' ผมวิ่งตามจ้อยไปที่กุฏิหลวงตา เห็นจ้อยเอากระเป๋ามาวางไว้ที่เชิงบันได แล้วนั่งรอรถ

        ผมคิดขึ้นได้ว่าตอนที่มีมนุษย์ใจดีสองคนนั่นมารับพี่บุญมีไป ก็พาไปกรุงเทพเหมือนกัน ผมจะไปหาพี่บุญมีดีหรือปล่าวนะ? อยู่ที่นี่พอไม่มีแม่แล้ว ไม่มีหลวงตากับจ้อย ผมก็ไม่มีใครอีก แม้พระรูปอื่นจะเอ็นดูผมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนหลวงตากับจ้อย ผมเลยวิ่งกลับที่ลานสบายอีกครั้ง เพื่อบอกลาแม่ ผมบอกแม่ว่าไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ผมโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ และผมจะไปหาพี่บุญมี  ผมวิ่งกลับมาที่กุฏิหลวงตาอีกครั้ง รถที่จ้อยขึ้นไป กำลังเลี้ยวผ่านกุฏิไปทางถนนด้านหลังวัด ผมรีบวิ่งตามไป 
        รถค่อยๆเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมเร่งฝีเท้าตาม แต่เหมือนยังทิ้งระยะห่างอยู่มากทีเดียว

''โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง'' จ้อยรอผมด้วย ผมตะโกนเรียกจ้อยหลายครั้ง แต่เหมือนจ้อยไม่ได้ยิน รถยังคงวิ่งตรงไปข้างหน้า ผมพยายามเร่งฝีเท้าเพิ่มอีกให้ทัน  ผมไม่รู้ว่าวิ่งมาไกลเท่าไหร่ รถของจ้อยอยู่ไกลลิบแล้ว ผมทิ้งระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผมก็ตามไม่ทัน
           
        รู้ตัวอีกทีผมก็ยืนหอบเหนื่อย อยู่ข้างถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์วิ่งกันควักไขว่ ผมหลบไม่ให้รถชนผม 'เหนื่อยจัง' ผมคิด ผมไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน ผมน่าจะวิ่งตามจ้อยมาไกลจนผม หลงทาง!!! ผมหาทางกลับวัดไม่ถูก ผมเดินโซเซมาตามทางได้สองวันก็เจอตลาด ผู้คนพลุกพล่าน ผมหิวมาก ผมจึงคุ้ยขยะในตลาดนั้นกิน แล้วก็โดนไล่ตี จนวิ่งหนีมาเจอป่าหญ้าท้ายตลาดที่ไร้ผู้คน ผมเลยอาศัยอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้ว  หิวก็วิ่งเข้าไปคุ้ยขยะในตลาด บางทีก็แอบขโมยกินบ้าง (แม้ผมจะไม่อยากทำก็เถอะ แต่มันหิวมากจริงๆนี่นา T^T)




        วันนี้ก็เหมือนเคย ผมคาบไส้กรอกมาได้สองชิ้นวิ่งหนีจากด้ามไม้กวาดหลบมาที่โพรงหญ้าบ้านของผม ขณะลงมือกินไปได้ชิ้นหนึ่ง ก็มีเสียงดังสวบสาบขึ้นใกล้ๆ 
''แฮ่~''  ผมขู่ -*- และยืนขึ้นเตรียมตัวโจมตีอะไรก็ตามที่จะเข้ามา

''เฮ้! อย่าๆทำเรา เราแค่จะมาทักทายน่ะ'' 
        
        มีหมาขนยาวสีน้ำตาล ตัวโตโผล่มาให้ผมเห็น พลางก้มหัวและหมอบตัวลงกับพื้นใกล้ผม 

''เอ่อ เราขอโทษที่ทำนายตกใจนะ พอดีเราเห็นนายมาหลายวัน แล้ววันนี้เลยวิ่งตามมาน่ะ''

''นายเป็นใคร ตามเรามาทำไม?''

''เราถูกเจ้านายพามาที่ตลาดนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วบอกให้เรารอ แล้วก็ขับรถออกไป เรารอมาทั้งอาทิตย์แล้วยังไม่เห็นเจ้านายกลับมา เราหิวน่ะ เราก็เลยเดินดูรอบตลาด แล้วเราก็เห็นนายวิ่งผ่านมา เราเลยวิ่งตามมาดู''

''นายยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งอาทิตย์เลยหรอ''
ผมถามผู้มาใหม่ ผมคิดว่าเขา ''ถูกทิ้ง'' ที่วัดก็มีแบบนี้บ่อยๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำ บอกให้รอแล้วก็ไม่เคยกลับมา 

''เอ่อ ใช่ นายพอจะมีอะไรให้ฉันกินมั้ย เดี๋ยวถ้าเจ้านายมาฉันจะบอกให้เขาแบ่งขนมให้นายด้วยนะ เจ้านายฉันน่ะ มีขนมเยอะแยะเลย'' 

''ไส้กรอกชิ้นนึง'' ผมคาบไส้กรอกชิ้นที่ยังเหลืออยู่ให้เขา 

''โอ้โห ขอบใจนะเพื่อน'' เขาลงมือกินอย่างมูมมาม ''ฉันไม่เคยกินไส้กรอกนี้มาก่อนเลย อร่อยดีเหมือนกันนะ ฮ่าๆ''  

''แล้วนายจะไปไหนต่อ'' ผมถาม หลังจากที่เขากินไส้กรอกผมจนหมดเรียบร้อยแล้ว 

''ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายจะมาเมื่อไหร่ ฉันหากินเองไม่เป็นน่ะเพื่อน ปกติฉันจะแค่ตื่นมากิน เล่น รอเจ้านายกลับบ้าน กิน นอน แค่นี้เอง'' 

''นายชื่ออะไร'' ผมถาม

''ฉันชื่อลาเต้ นายล่ะ'' 

''ฉันชื่อบุญช่วย''

''บุญช่วย ฉันขออยู่กับนายสักพักได้มั้ยล่ะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว ฉันกลัวน่ะ ฉันรบกวนนายไม่นานหรอก เพราะเดี๋ยวเจ้านายก็คงจะมารับแล้วแหละ''  ลาเต้พูดแล้วส่งสายตาสดใสมาให้ผม พลางกระดิกหางอย่างหมาอารมณ์ดี

''ก็ตามใจนาย'' ผมคิดว่ามีเพื่อนเพิ่มสักตัวก็คงจะดี ผมอยู่ตัวเดียวที่นี่มาได้สักสองสามเดือนแล้ว เผื่อเจ้าลาเต้ จะมาจากกรุงเทพด้วย ผมอาจจะได้ข้อมูลของกรุงเทพเพิ่มด้วย 

      ผมยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะตามจ้อยเข้ากรุงเทพ และตามหาพี่บุญมีหรอกนะ!



จบตอนที่ 2


 
           
SHARE
Written in this book
สวัสดี..มนุษย์
โลกกลมๆ ของคนและสัตว์
Writer
sumomo
นักเขียน
กว่าจะถึงจุดหมาย

Comments