บันทึกการเดินทางของคนใจเสาะ
713 กิโลเมตรจากเมืองหลวงถึงจุดหมาย
9 ชั่วโมง 45 นาที แห่งการเดินทาง
ถ้าฉันมีสถานะเป็นของเหลว
ป่านนี้คงถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของเบาะนั่งไปแล้ว...

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม
ฉันมีธุระด่วนชนิดเฉียบพลัน
คือการต้องไป 'เชียงใหม่' แบบไม่สามารถปฎิเสธได้

ธุระหลักที่ว่านั้น คือ การมาช่วยงานญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
ฉันจะไม่ลงรายละเอียดในด้านนี้ 
เพราะ อยากให้บันทึกนี้ เป็นบันทึกการเดินทางอย่างแท้จริง

1 | การเดินทาง
ฉันไม่เคยไปเที่ยวไหนไกล...
ตลอดชีวิตนี้ไปห่างบ้านที่สุดก็แค่เมืองโคราช 
ในใจจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิต
การไปในครั้งนี้...คือการไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองอาทิตย์
และที่สำคัญ คือ การต้องเดินทางไปโดยลำพัง

ฉันเป็นบุคคลจำพวกเมารถง่าย มียาดมเป็นอวัยวะที่สามสิบสาม
และไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อนในชีวิต
แต่สถานการณ์เร่งรีบแบบนี้มีให้เลือกมีเพียงทางเดียว
คือการตัดสินใจนั่งรถทัวร์ โดยซื้อยาแก้เมารถเป็นยันต์กันเมา

พอทำธุระจากมุมหนึ่งในกรุงเทพฯ เสร็จเรียบร้อย
ฉันก็นั่งรถไปซื้อตั๋วขึ้นรถทัวร์ที่บริษัทขนส่งสาธารณะชื่อดังแห่งหนึ่ง
ตลอดการเดินทาง บรรยากาศบนรถไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
พนักงานบริการดี คนขับสุภาพรู้สึกถึงความปลอดภัยบนท้องถนน
ฉันค่อยๆ ปล่อยวางความกังวลลงไป
พร้อมๆ กับความง่วงจากฤทธิ์ยาแก้เมารถที่เริ่มเข้ามาครอบงำ

ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า 
ฉันตื่นจากการหลับใหลขึ้นมาสนใจสิ่งแวดล้อมระหว่างทาง
ตอนนั้นเป็นช่วงเย็น พระอาทิตย์จวนจะลาขอบฟ้า
ฉันตั้งมั่นว่าจะนั่งมองที่หน้าต่างข้างทางไปจนกว่าแสงสีทองภายนอกจะสลายหายไป

ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดทางภาคเหนือจะมีภูเขาเยอะ 
มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ทำให้นึกไปถึงจังหวัดของตัวเอง 
ขนาดระยองบ้านฉันที่เล็กกว่าพื้นที่แถบนี้เยอะเป็นหลายสิบเท่า
ฉันยังเที่ยวได้ไม่ทั่วเลย...
แต่ทำไมน้อ...ทำไม
พอนึกถึงบ้านปุ๊บ ใจก็หายปั๊บทันที... 

2 | คนใจเสาะ
ก่อนหน้านั้น...ก่อนที่ฉันจะเดินทางมา
ฉันก็ยอมรับว่ามีความกังวลหลายอย่างเกิดขึ้นในใจ 
เพราะฉันเองก็ไม่ได้จากบ้านไปอยู่ไหนมาพักใหญ่แล้ว 

ฉัน...กลัวว่าแม่จะเหงา
กลัวไม่มีคนให้อาหารแมวตอนมันหิวแบบไม่เป็นเวลา 
กลัวพ่อจะลืมดูแลต้นไม้ที่ริมระเบียบให้
กลัวไม่ได้เจอน้องชายที่นานๆ จะกลับมาบ้านสักที
กลัว กลัว กลัว... 
ฉันกลัวไปหมด 
เหมือนชีวิตนี้มีตราสีแดงประทับอยู่กลางหน้าผากตัวใหญ่ๆ ว่า 
'คนขี้กลัวแห่งชาติ' 
แต่ในการมาครั้งนี้ นอกจากความกลัวผสมกับความกังวลใจแล้ว
ความหวังเล็กๆ ก็ผุดแทรกขึ้นมาฉุดดึงความรู้สึกให้ชีวิตสับสน
เนื่องจากช่วงนี้ ฉันรู้ดีว่างานเขียนที่ตัวเองทำอยู่ไม่ค่อยรื่นไหลสักเท่าไหร่ 
เรียกง่ายๆ ว่ากำลังอยู่ในช่วง หัวสมองตันสนิท

ความหวังที่แสนดีบอกกับฉันว่า...
บางทีเราต้องออกไปหาอะไรใหม่ๆ 
บางอย่างที่กำลังแสวงหาอาจจะซุกซ่อนอยู่ระหว่างทาง 
รอ...ให้เราออกค้นหา สัมผัส และเก็บเกี่ยวมัน
ถ้าฉันเลือกที่จะอยู่ที่เดิม ไอเดียของฉันก็คงไม่ต่างจากตุ๊กตาเป็ดที่วนอยู่ในอ่าง
ฉันพับเสื้อผ้าลงเป้ใส่สัมภาระแล้วให้กำลังใจกับตัวเองว่า...
'เราต้องได้แรงบันดาลใจกลับมาเต็มกระเป๋าแน่ๆ เลย'


3 | จุดหมาย
รถใหญ่เดินทางเข้าสู่เขตปลายทาง  
ฉันสวัสดีเชียงใหม่อย่างเป็นทางการอยู่เงียบๆ...

คนที่รักการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอาจมองว่านี่คือเรื่องเล็ก
แต่คนไม่เคยเที่ยวอย่างฉัน 
หากมีเรื่องราวที่ท้าทาย ผิดแผกจากตารางชีวิตเดิมมาเยี่ยมเยียน
ย่อมกลายเป็นเรื่องใหญ่โตลำดับต้นๆ ในชีวิตได้ทั้งนั้น  

ดังนั้นอารมณ์ของตัวเองเมื่อเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่ 
จึงเต็มไปด้วยความสุข ดีใจ โล่งใจ เป็นที่สุด
ฉันยกย่องตัวเอง พร้อมขอบคุณยาแก้เมารถชั้นเยี่ยม
อย่างน้อย หนึ่งอย่างที่ฉันค้นพบในวันนี้...
ความกล้าหาญ คือ ยาบรรเทาความกลัว

4 | เวียงพิงค์
ฉันมาอาศัยชั่วคราวอยู่หอพักแถวสวนดอก ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คืนแรกที่นอนต่างบ้าน 
คนอย่างฉันก็สามารถหลับลงได้อย่างง่ายดาย
นั่นเป็นสัญญาณที่ดี...ว่าฉันอาจจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับเชียงใหม่ได้ในเร็ววัน

ตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง เป็นสถานที่แรกในเชียงใหม่ที่ฉันได้ไปเที่ยว
สถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์และเก่าแก่
ที่นี่ค้าขายพวกอาหารทั้งสำเร็จรูป อาหารสด ผลไม้ เสื้อผ้า ของฝากพื้นเมือง
มีบางความรู้สึกทำให้ฉันนึกถึงตอนเป็นเด็ก 
มีกลิ่นผงยานัตถ์อบอวลให้ความรู้สึกถึงความโบราณ 
 
พอซื้อของเสร็จก็เดินไปรอรถแถวริมแม่น้ำปิง
แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านจังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างทางกลับก็สำรวจบ้านเมืองเขาด้วยตาเปล่าอีกที
วัดในเมืองเชียงใหม่มีเยอะมาก มีความใหญ่โตและสวยงาม
ดูมีวัฒนธรรมความเป็นไทย จีน พม่า ล้านนา ผสมกันอยู่
พ่อบอกว่าเชียงใหม่เป็นเมืองเก่าแก่และเป็นเมืองปิด
เลยรักษาวัฒนธรรมมาได้อย่างยาวนานมากกว่าทางบ้านของฉันที่เป็นเมืองเปิด
 
ฉันชอบบรรยากาศตรงคูเมือง ดูร่มรื่น คล้ายเกาะกลางที่มีสวนสาธารณะ
ตอนเด็กๆ ฉันชอบเปิดหนังสือดูแบบสถาปัตยกรรมด้วยความชื่นชอบ
พอมาเจอผังเมืองของจริงแบบเชียงใหม่
จึงสรุปกับตัวเองได้ว่าที่นี่เป็นเมืองน่าอยู่
มีวัฒนธรรมล้านนาที่น่าหลงใหล
ผู้คนใจดี และมีภาษาคำเมืองที่น่ารัก
คล้ายกับผสมผสานความเจริญกับโบราณไว้ในตัวแบบกลมกล่อม 

แต่โชคร้าย...
ที่ช่วงนี้เชียงใหม่มีฝุ่นพิษมาระราน
จนติดอันดับเมืองมลพิษโลก 
ถ้าไม่ได้ติดตามหรือได้ฟังข่าวมาบ้าง 
ฉันต้องเผลอปล่อยไก่ให้พ่อฟังว่า 
'เชียงใหม่หมอกลงทั้งวันเลยจ้ะพ่อ' แน่ๆ เลย...

ถนนคนเดินวัวลาย เป็นสถานที่แห่งที่สองที่ฉันได้มีโอกาสไปเที่ยว
ตลาดแห่งนี้จะมีในทุกๆ วันเสาร์ ช่วงเย็นเป็นต้นไป
ในตลาดแห่งนี้มีของพื้นเมืองขายจำนวนมาก เป็นแถวยาวตลอดสาย 
รวมถึงซอกซอยที่มีอยู่ตลอดทาง
ที่นี่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คือ เป็นชุมชนทำเครื่องเงินเก่าแก่ของจังหวัด
พอยิ่งดึกตลาดก็ยิ่งคึกคัก และคนเกินกว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 
จนทำให้ฉันสงสัยอยู่แวบนึงว่าคนไทยหายไปไหนกันหมด

วัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่ในย่านถนนวัวลาย
และเป็นวัดแรกทางเชียงใหม่ที่ฉันได้เข้าไปไหว้พระ 
ข้างในมีโบสถ์เงินที่สวยงามตรึงใจตั้งแต่ที่ได้เห็นครั้งแรก
ฉันไปอ่านประวัติในภายหลังจึงรู้ว่า 
มีข้อสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้เคยเป็นกองทัพของทหารญี่ปุ่น ตอนสมัยสงครามโลก...
ในโบสถ์เงินหลังดังกล่าวมีความสวยงาม แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ห้ามผู้หญิงเข้า 
เพราะมองจากข้างนอกยังรู้เลยว่าข้างในงดงามมาก
ฉันทำเพียงพนมมือแล้วมองโบสถ์ เพื่อขอพรอะไรบางอย่าง
หากความหวังอันน้อยนิด เกิดปาฏิหาริย์จนนำไปสู่ความสำเร็จ
ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง...

พระธาตุดอยสุเทพ ฉันรู้จักชื่อนี้มาตั้งแต่เด็ก
แต่ไม่เคยมีโอกาสได้มาสักที
และแน่นอนว่ามือใหม่หัดเที่ยวอย่างฉัน 
ก็ไม่รู้มาก่อนว่าการจะขึ้นไปดอยสุเทพสักครั้งหนึ่งจะต้องผ่านระยะทางสิบกว่ากิโลเมตร
ในทางที่คดเคี้ยวชวนเวียนหัว

คนเมารถง่ายอย่างฉันพะอืดพะอม คลื่นไส้ตั้งแต่ 3 กิโลเมตรแรก 
คนขับเก่งและชำนาญเส้นทางมาก เพราะเส้นทางมีความอันตรายน่าหวาดเสียว
ฉันไม่มั่นใจว่าโค้งไหนคือโค้งสปิริตของเด็ก มช. ตอนรับน้องขึ้นดอย 
เพราะรู้สึกว่ามันมีหลายโค้งมากเหลือเกิน 
อีกใจหนึ่งก็รู้สึกนับถือใจพวกเขา เพราะขนาดฉันนั่งในรถเฉยๆ ยังรู้สึกเหนื่อยแทนเลย 
ยิ่งพอตอนใกล้จะถึงจุดหมาย 
ฉันก็ยิ่งบีบยาดมในมือแน่น 
อีกมือกำถุงพลาสติกใสเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ตอนรถจอดให้ลงก็เหมือนพระมาโปรด
พอพักให้หายพะอืดพะอม เดินทางขึ้นมาถึงพระธาตุปุ๊บ
'โอ้โห...คุ้มค่า' 
พระธาตุสีทองกลางแสงแดดจัดๆ นี่สวยงามจริงๆ 
พระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่โดยรอบ 
ฉันเริ่มต้นด้วยการไปสวดมนต์เวียนเทียนรอบพระธาตุ แล้วก็ไหว้พระตามที่ต่างๆ ภายในบริเวณ 
สุดท้ายก็ได้ไปเสี่ยงเซียมซี-กิจกรรมสุดโปรดของฉัน 
ดีใจมากเมื่อได้อ่านแล้วพบแต่สิ่งดีๆ ที่อยู่ในกระดาษหมายเลข 16
แอบหวังว่า ถ้าเป็นไปตามนั้นชีวิตนี้ก็คงจะโชคดีเหลือเกิน...

นอกจากวัดศรีสุพรรณ และ วัดพระธาตุดอยสุเทพ
ตลอดเวลาที่ได้อยู่ที่เชียงใหม่ก็ได้ไปวัดต่างๆ รอบตัวเมืองด้วย 
ไม่ว่าจะเป็น วัดสวนดอก วัดอุโมงค์ และ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร 
ทุกวัดมีความสวยงามตระการตาในแบบฉบับของตัวเอง
แต่ที่เหมือนกันคือความเก่าแก่ที่น่าหลงใหล
ฉันเข้าไปกราบพระเพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต
เก็บภาพความประทับใจไปฝากคนที่บ้าน 
พร้อมจดบันทึกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ตัวเองได้พบลงไดอารี่ส่วนตัว

วัฒนธรรมที่ยาวนาน ส่วนหนึ่งมาจากการอนุรักษ์
พวกเขายังคงอนุรักษ์สิ่งดีงามไว้อย่างเข้มข้น 
มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษา 
และเชื่อว่าในอนาคตเชียงใหม่ก็จะคงความดีงามตรงนี้ต่อไป
สิ่งใดที่ถูกรักษา...สิ่งนั้นก็ยังคงอยู่ 

 5 | ความคิดถึง
การมีบ่วง...มักเกิดทุกข์
สิ่งนี้เกิดขึ้นกับฉันตอนไปใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ในวันแรกๆ 
ฉันคิดถึงแมว...
ความที่คลุกคลีอยู่ด้วยกันทุกวัน ประคบประหงมรับใช้เป็นอย่างดี ทำให้ฉันนึกห่วง
ว่าพวกมันจะคิดถึงฉันไหม จะลืมกันหรือเปล่า 
ถ้ากลับไปคราวนี้จะจำหน้ากันได้ไหม ยิ่งความจำสั้นๆ กันอยู่...

เผอิญวันหนึ่ง...ฉันมีโอกาสได้ไปร้านถ่ายเอกสารร้านหนึ่งที่อยู่แถวหอพัก
ฉันเหมือนมีแววตาไว้มองหาพวกมันโดยเฉพาะ...
แมวตัวหนึ่งเดินมาหาฉัน
ตัวลายสีดำ-ส้ม บางคนเรียกแมวแบบนี้ว่า 'แมวเปรอะ'
ฉันแอบตั้งชื่อให้มันว่า 'มะเฟือง'
ไม่รู้ว่ามะเฟืองจะพอใจชื่อหรือเปล่านะ...

มะเฟืองเป็นเด็กน่ารัก ขี้อ้อน เข้ามาคลอเคลียที่ขาเหมือนอยากให้เกาคอให้
ฉันก้มไปเล่นกับมัน ด้วยความเอ็นดู...
ทำให้เพลาความคิดถึงน้องๆ ที่บ้านลงไปได้บ้าง

ก่อนวันกลับก็บังเอิญเดินผ่านหน้าร้านถ่ายเอกสาร
เจอมะเฟืองมาเดินเล่นอยู่หน้าบ้าน 
ฉันทักมะเฟืองด้วยน้ำเสียงยินดีเหมือนเพื่อนเก่าที่บังเอิญเจอกัน 
"เมี้ยววว"
มะเฟืองผู้อัธยาศัยดี ที่น่าจะลืมฉันไปแล้ว แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเฟรนด์ลี่
ก็เงยหน้าแล้วตอบกลับมาให้ทาสชื่นใจเล่น 
"เมี้ยววว"
น่ารักจังเลยน้า...
 6 | แรงบันดาลใจ 
โลกภายนอกกำลังสงบสุข
แต่ความคิดสร้างสรรค์ในสมองกำลังพรั่งพรู 

เมื่อฉันปรับตัวได้ ความสบายใจเข้ามาแทนที่ 
ไอเดียใหม่ๆ พุ่งเข้ามาเรื่อยๆ จนต้องรีบจดไว้กันลืม
จำได้ว่ายิ่งคืนหลังๆ ยิ่งนอนดึก เพราะ กำลังคิดงานอยู่ในโลกของตัวเอง
แรงบันดาลใจที่หวังจะหอบใส่กระเป๋าตั้งแต่วันแรก
ก็ค่อยๆ ถูกบรรจุลงเป้อย่างน่าพอใจ
ไอเดียแล้ว ไอเดียเล่า...
แปลกเนอะ...
ที่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์มักจะมาหาเรากลางดึก... 
 
7 | ปิ๊กบ้านเฮา
ฉันนี่มันเด็กเพิ่งออกจากท้องแม่ มาผจญภัยบนโลกกว้างจริงๆ
ขากลับพ่ออยากให้ฉันลองเดินทางด้วยเครื่องบิน
ฉันนั่งเครื่องบินครั้งแรกด้วยตัวคนเดียว 
เคยแต่แหงนหน้ามองท้องฟ้า
วันนี้ได้มาอยู่บนฟ้าก็อดตื่นเต้นไม่ได้

นับเป็นความท้าทายอีกหนึ่งอย่างที่ได้ลองทำเพื่อเป็นประสบการณ์ในชีวิต
สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี
ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที
เจ้านกเหล็กขนาดใหญ่ก็พาฉันและผู้โดยสารคนอื่นๆ 
เดินทางมาสู่สนามบินอู่ตะเภาได้อย่างปลอดภัย

ฉันรู้สึกประทับใจการเดินทางด้วยเครื่องบินจนเริ่มจะติดใจ
ผิดกับตอนแรกที่มีความกังวลสารพัด
นี่สินะที่เขาชอบบอกกันว่า 
ในการจะลงมือทำอะไรสักอย่างนึง
ครั้งแรก...เป็นครั้งที่ยากที่สุด 

8 | ความคิดที่ตกผลึก
วันนี้กลับมาอยู่บ้านแล้ว
แต่แปลกไหม...ที่ในใจกลับโหยหาเชียงใหม่
ฉันเพิ่งมาตกตะกอนความคิดจริงๆ ได้ว่า
การไปอยู่ในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักเรา
ไปเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ เหมือนการรีสตาร์ทชีวิตตัวเอง
กลับมีความสบายใจเข้ามาซึมซับโดยไม่รู้ตัว

และอีกเรื่องที่น่าห่วง...
ก่อนหน้านั้นฉันรู้มาจากคนเมืองว่าที่คนทางเหนือชอบเผาป่ากัน 
เพราะต้องการเก็บผักหวานและหาเห็ดเผาะ 
ทำให้เชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนืออื่นๆ เต็มไปด้วยฝุ่นควันอันตรายลอยอยู่ในอากาศ
ยิ่งนานวันก็ยิ่งรุนแรงมาขึ้นจนน่าเป็นห่วง
ยอดดอยที่เคยเด่นตระหง่านเลือนลางมาก เวลามองด้วยตาเปล่า
ฉันได้แต่ภาวนาให้ภาครัฐและประชาชนร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง
เพื่อให้สุขภาพของเชียงใหม่และที่อื่นๆ ดีขึ้นไวๆ กลับมาสดใสเหมือนเดิม
ไว้เจอกันอีกนะ...ฉันจะกลับไปหา
SHARE
Writer
Piekhai
Ordinary girl
รักแมวและสัญญาณอินเตอร์เน็ต . . .

Comments

wwwnaracom
2 months ago
มันดีมากจริงๆ:-)
Reply
Piekhai
2 months ago
ติดใจ อยากไปเที่ยวต่อเลยค่ะ555555 ^____^