ความเป็นมาของมนุษยชาติ (2) : จุดเริ่มต้นของตำนาน
  เจ็ดหมื่นปีที่แล้ว วิวัฒนาการทำให้มนุษย์ผู้ชาญฉลาดถือกำเนิดขึ้น ระบบการทำงานของพวกเขาเปลี่ยนไป ก่อให้เกิดการใช้ภาษาในลักษณะเฉพาะ เป็นภาษาที่ทำให้พวกเขาครองโลกในปัจจุบัน

ภาษาเป็นการสื่อสารที่สัตว์แต่ละชนิดต่างก็มีเหมือนกัน เป็นทั้งภาษากายและภาษาเสียง แมวสามารถคุยกันได้ ลิงสามารถรวมกลุ่มกันในฝูงเพื่อยึดอำนาจได้ นีแอนเดอร์ทัลใช้มือโบกส่งสัญญาณได้ พวกเขาซุบซิบนินทาได้ แต่ไม่สามารถทำอย่างมนุษย์ผู้ชาญฉลาดได้

ภาษาพวกเขาเป็นอย่างไร?

คำตอบคือ ภาษาของพวกเขาสร้างสรรค์จิตนาการขึ้นมา

ภาษาของนีแอนเดอร์ทัลหรือลิงสามารถบอกความจริงที่เห็นหรือโกหกได้ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างเรื่องเล่า ที่แสดงออกซึ่งอารมณืและความรู้สึกนึกคิดได้

สัตว์ต่างๆรู้ว่าฝนจะมาเมื่อไหร่ได้อย่างแม่นยำ แต่ฝนของมันไม่ได้กลายเป็นเทพเจ้าหรือจิตวิญญาณ ภาษาของมนุษย์ผู้ชาญ ฉลาดทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อชีวิตและโลกรอบตัวได้ นอกจากนั้นมันยังสั่งสมความน่าเชื่อถือจนกลายเป็นตำนาน เริ่มพัฒนาขึ้นเป็นลัทธิและศาสนา การมีวัฒนธรรมจารีตประเพณีจึงเกิดขึ้น ทำให้มนุษย์ผู้ชานฉลาดแต่ละคนเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างนึงแฝ้นมากยิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาน้อยมากนักแต่เจ็ดหมื่นปีที่ผ่านมาภาษาอันมีลักษณะจำเพาะนี้เองที่ทำให้เขาสามารถรวมกลุ่มกันได้ใหญ่ขึ้น และสามารถยึดครองโลกได้ในที่สุด

ในช่วงเวลานั้นพระอาทิตย์ พระจันทร์ สิงสาลาสัตว์ ต้นไม้ หรือแม่กระทั่งก้อนหิน ต่างก็มีจิตวิญญาณ หรือเจตภูต มนุษย์โบราณเหล่านี้เชื่อในเรื่องเล่าของภูตผีปีศาจ มีวิถีชีวิตที่แยกไม่ขาดจากป่าไม้ แต่ตำนานของพวกเขาจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีบอกแน่ชัด ความเชื่อของมนุษย์ผู้ชาญฉลาดแบบนี้เรียกว่าวิญญาณนิยม เป็นความเชื่อที่ว่ามีจิตหรือวิญญาณสถิตอยู่ในทุกสรรพสิ่งบนโลก เป็นรากฐานของความคิดแบบพหุเทวนิยม เอกเทวนิยม และอเทวนิยมในเวลาต่อมา

ยังยืนยันไม่ได้ว่ามนุษย์สายพันธุ์อื่นสูญพันธุ์ไปได้อย่างไร เป็นไปได้ว่ามนุษย์ผู้ชานฉลาดนั้นควบรวมมนุษย์กลุ่มอื่นผ่านการผสมพันธุ์ แต่ก็เป็นไปได้อีกแง่หนึ่งว่ามนุษย์ผู้ชาญฉลาดนั้นเป็นต้นเหตุพลักดันให้ญาติพี่น้องของตนเองสูญพันธุ์ไป

พวกเขามีความสามารถในการรวมกลุ่มมากกว่า สามารถร่วมมือกันเป็นหมู่คณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาล่าสัตว์กันได้มากกว่า หาอาหารกันได้ดีกว่า ทำให้ญาติพี่น้องของเขาอดอยากและหิวโหย อาจเกิดการกระทบกระทั่งกัน จนลุกลามกลายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ก็เป็นได้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้อย่างแน่ชัด

ในทุกก้าวย่างของเหล่ามนุษย์ผู้ชาญฉลาดนำความตายมาสู่สัตว์ใหญ่นับสายพันธุ์ไม่ถ้วน สี่หมื่นห้าพันปีก่อนพวกเขาเดินทางไปถึงออสเตรเลีย และอีกหนึ่งหมื่นสี่พันปีต่อมาพวกเขาก็ไปถึงทวีปอเมริกา สัตว์ใหญ่สูญพันธุ์กันเหมือนใบไม้ร่วง สามพันปีต่อมามนุษย์แคระจากหมู่เกาะฟลอเรสก็สูญพันธุ์ตามนี่แอนเดอร์ทัลไป มนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงกลายเป็นสายพันธุ์เดียวที่เหลือรอดสืบต่อมา
SHARE

Comments