ทำไมพนักงานใหม่ถึงต้องเรียนรู้จากนักโบราณคดี
ถ้าพูดถึงคำว่า ‘อดีต’ ผู้อ่านคิดถึงอะไรบ้างครับ หลายคนอาจจะนึกถึงคำว่าความทรงจำ ร่องรอย หลักฐาน และอื่นๆ อีกมากมาย 

ที่ชวนถามมาเบื้องต้นนั้น เพราะผมเพิ่งได้ไปอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ แต่น่าสนใจมาก นั่นคือหนังสือที่มีชื่อว่า THE HISTORY OF MANKIND กำเนิดมนุษย์โลกของโบราณคดี เป็นการรวบรวมคำสัมภาษณ์ของ รศ.ดร. รัศมี ชูทรงเดช อาจาร์ยจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ครับ

ผมอ่านไปได้ครึ่งทางของเล่มแล้วพบว่าโบราณคดีเป็นศาสตร์ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นศาสตร์ของการศึกษาร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ผ่านพ้นไปผ่านหลักฐานมากมายไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ กระดูก สภาพแวดล้อม วัสดุ และอื่นๆ ที่สำคัญกว่านั้นคือกระบวนการในการทำงานเพื่อสืบสาวราวเรื่องจากอดีตของนักโบราณคดีพบว่ามีความน่าสนใจและสนุกมากครับ ซึ่งหลังจากผมอ่านไปแล้วก็พบจุดเชื่อมบางอย่างกับคนวัยทำงานอย่างเรา

มีช่วงหนึ่งของเนื้อหาสัมภาษณ์ รศ.ดร. รัศมี ว่าอะไรคืออุปสรรคในการทำงานของนักโบราณคดี (ต่อไปนี้ขอเรียก รศ.ดร.รัศมี ว่าอาจารย์แล้วกันนะครับ)

อาจารย์เล่าผ่านบทสัมภาษณ์ว่า ในการทำงานช่วงแรกๆ ที่เข้าไปศึกษาในพื้นที่ชุมชนก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน เพราะบางพื้นที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม อย่างพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวังแม่ฮ่องสอน ความเชื่อเรื่องผีจะแรง ฉะนั้นเวลาที่เราทำงาน อันดับแรกต้องเข้าไปคุยกับชาวบ้านก่อน เพราะสถานที่ที่เราทำงานส่วนใหญ่เป็นที่ฝังศพทั้งนั้น คือชาวบ้านเขาเชื่อเรื่องผี ซึ่งผีของเขาอยู่ในทุกที ชาวบ้านก็กลัวว่าเหตุร้ายจะมาตกที่พวกเขาได้

สิ่งที่เรามักถูกชาวบ้านถามเสมอคือ เราสามารถการันตีได้ไหมว่าจะไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบกับชุมชน เราก็บอกแค่ว่า เราคงการันตีไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่เราสามารถทำตามพิธีกรรมความเชื่อของเขา ตามผู้ประกอบพิธีกรรมจากหมู่บ้านของเขาได้

หมอผีในหมู่บ้านจะเข้าไปในถ้ำกับเรา เขาจะสื่อสารกับผีแล้วมาบอกเราว่า เราสามารถทำงานที่นี่ได้ไหม ถ้าผีบอกว่า โอเคนะ ยินดีที่จะให้ทำ เพราะเรามาดี เราก็จะได้ทำงานของเราต่อ การที่เราเข้าไปศึกษาสถานที่แบบนี้จึงยากตรงที่โบราณคดีนั้นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ เวลาเราสอนนักศึกษา เราจะบอกเสมอว่าโบราณคดีเป็นวิทยาศาสตร์ ใช้หลักการและเหตุผล

แต่เวลาไปปฏิบัติงานจริงก็ต้องเคารพชุมชนด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าชุมชนเชื่อแบบนั้น เราก็ต้องทำตามความเชื่อของชุมชน และอธิบายให้นักศึกษาเข้าใจถึงกระบวนการทำงานจริง ว่าพื้นที่การทำงานในประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเราต้องมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับความแตกต่างนี้อยู่เสมอ

นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของอาจารย์ ซึ่งสารภาพเลยว่าตอนอ่านไปครึ่งทางผมก็ตื่นเต้นแล้ว แบบโอโหลงพื้นที่แบบได้รับอนุญาตแล้วใช่ว่าจะทำงานได้เลย แต่ต้องศึกษาเรื่องของวัฒนธรรมและความเชื่อของคนในพื้นที่ด้วย ตอนอ่านอยู่นั้นเลยคิดสะท้อนและเชื่อมโยงกลับมาสู่โลกของการทำงานอย่างมนุษย์เงินเดือนแบบเราเนี่ยแหละว่า ไม่ว่าเราจะเก่งหรือเชี่ยวชาญจนมีวิชาเต็มตัวมากจากองค์กรโด่งดังแค่ไหน เมื่อพื้นที่และสภาพแวดล้อมการทำงานเปลี่ยนไป เช่น ย้ายที่ทำงานใหม่ มีเพื่อนใหม่ เราไม่สามารถเอาความเชี่ยวชาญนั้นๆ ไปลุยได้เลยทั้งหมด แต่ต้องศึกษาวัฒนธรรมขององค์กรนั้นๆ รวมถึงความคิด และความเชื่อของคนภายในองค์กรด้วย

ซึ่งก็เปรียบเสมือนคนในพื้นที่ของชุมชนแบบที่อาจารย์ว่าไว้นั้นแหละครับ การซึมซับและเรียนรู้เพื่อปรับจูนความคิดเพื่อเป็นก้าวต่อไปของวิธีการในการทำงานจึงเป็นอีกทักษะหนึ่งที่คนทำงานย่อมต้องมีติดตัวไว้ด้วย เป็นบทสัมภาษณ์ที่สนุกและทำให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านโบราณคดีอย่างผมได้มุมมองมากมายจากผู้มีประสบการณ์ แถมยังสามารถนำไปปรับและประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานได้เช่นกันครับ

SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments